เทคนิคสร้างพลังบวก

“Are You Happy ?” เทคนิคสร้างพลังบวกอันยิ่งใหญ่ของ Mr. Kim

Alternative Textaccount_circle
event
เทคนิคสร้างพลังบวก
เทคนิคสร้างพลังบวก

“Are You Happy ?” เทคนิคสร้างพลังบวก อันยิ่งใหญ่ของ Mr. Kim

ในสังคมโลก คุณค่าแห่งชีวิตคืออะไร ทำอย่างไรจึงจะมีความสุขและความสำเร็จในทุก ๆ ด้านของชีวิต การมีพลังบวกเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เรามีความสุขและประสบความสำเร็จในชีวิต ช่วยให้ดำเนินชีวิตเป็นไปในเส้นทางที่ดี การรู้ เทคนิคสร้างพลังบวก จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

เมื่อครั้งที่ผู้เขียนทำงานอยู่องค์การสหประชาชาติ (2002-2018) ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับคนดีและคนเก่งมากมายแต่ผู้ที่เป็นแรงบันดาลใจในการทำงานมาจนถึงปัจจุบัน คือ Mr. Gwang-Jo Kim อดีตผู้อำนวยการ ยูเนสโก ชาวเกาหลีใต้

Mr. Gwang-Jo Kim ท่านทักทายกับทุกคนอย่างเป็นมิตรว่า “Are You Happy?” คำทักทายนี้ถึงเป็นคำสั้น ๆ แต่ได้ใจของทุกคนที่ได้ยินกลายเป็นคำพูดที่สร้างพลังบวกที่ยิ่งใหญ่ สัมผัสได้ถึงความห่วงใย ความใส่ใจซึ่งกันและกัน ท่านพูดเสมอว่าถ้าเจ้าหน้าที่ยูเอ็น ผู้มีภารกิจทำให้โลกสงบสุข แต่กลับก่อสงครามขึ้นภายในจิตใจตนเองหรือภายในองค์กร ภารกิจการสร้างและธำรงรักษาสันติภาพบนโลกใบนี้จะไม่มีวันประสบความสำเร็จ ดังนั้น ในการร่วมปฏิบัติภารกิจดังกล่าว ถึงแม้ว่ามีอุปสรรค เราขอไม่ท้อถอย และพยายามรู้เท่าทันอารมณ์ รีบดึงสติกลับสู่ความสงบให้รวดเร็วที่สุด

นอกจากนี้ ในการบริหารงานและสร้างความสัมพันธ์  Mr. Kim ใช้หลักของจิตวิทยาด้วย “การชมเชยทันที” เมื่องานสัมฤทธิ์ผล เพื่อให้บุคคลนั้นเกิดความภาคภูมิใจในตนเอง ทั้งยังกล่าวชื่นชมและให้เกียรติเขาบนเวทีสาธารณะ เพื่อแสดงให้เห็นว่าบุคคลนั้นเป็นที่ยอมรับด้วยผลงาน ความรู้ และความสามารถในวงกว้าง

ในการปฏิบัติงานเพื่อส่งเสริมสันติภาพนี้ ผู้เขียนสังเกตว่า เจ้าหน้าที่บางคนสามารถหยั่งรู้จิตใจของผู้อื่นได้ สื่อสารได้ดีโดยไม่มีปัญหาทางด้านภาษาที่แตกต่างเพราะเขาเจริญสติอยู่เสมอ และบริหารงานต่าง ๆ ด้วยหลักเมตตาธรรม ผู้เขียนมีความรู้สึกว่า Mr. Kim เป็นผู้นำที่มีปัญญาญาณ สามารถหยั่งรู้จิตใจคนอื่นได้ ครั้งหนึ่งผู้เขียนกำลังศึกษาต่อระดับปริญญาโทและต้องทำวิจัยอย่างหนัก จึงขอเคล็ดลับสร้างความสุขและความสำเร็จในการเรียนและการทำงานจากท่าน ท่านเล่าว่า

 

“ผมเกิดในครอบครัวที่มีฐานะยากจนมาก พ่อแม่เป็นเกษตรกร อาศัยอยู่ในหมู่บ้านที่รายล้อมด้วยภูเขาสูงเสียดฟ้า ตอนเด็กๆ ผมมีความฝันอยากวิ่งเล่นกับเพื่อน ๆ ในทุ่งกว้าง และผมอยากรู้ว่ามีอะไรอยู่ด้านหลังภูเขาสูงที่ห้อมล้อมหมู่บ้านนี้ไว้ ตอนนั้นผมตั้งปณิธานด้วยความหวังว่า สักวันหนึ่งถ้าผมออกไปจากที่นี่ได้ ผมจะต้องช่วยเหลือพ่อแม่และคนในหมู่บ้านให้หลุดพ้นจากความยากลำบากให้ได้!

“อาจเป็นโชคชะตา เพราะในที่สุด ผมสามารถออกมาจากหุบเขานั้นได้ และใช้ศักยภาพสูงสุดในตนเองกับทุกโอกาสที่ผ่านเข้ามาและที่ผมสร้างขึ้นเอง อย่างเรื่องเรียนที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ผมไม่เคยแข่งขันกับใคร ผมแข่งกับตัวเอง ถ้าพยายามแล้วผมทำไม่สำเร็จ ผมปลอบตนเองว่า “เราทำดีที่สุดแล้ว” จากนั้นผมปล่อยวางให้มันเป็นไปตามกฎธรรมชาติ ผมยอมรับทุกเหตุการณ์และรับผิดชอบทุกสิ่งที่ทำ อีกอย่าง ผมเป็นศิลปิน ผมจึงเรียนรู้ชีวิตในหลากหลายมิติ ผมยินดีที่จะเป็นผู้นำบ้าง เป็นผู้ตามบ้าง เป็นผู้พูด และเป็นผู้ฟังที่ดี ผมเรียนรู้การแพ้และชนะ และปฏิบัติต่อผู้อื่นไม่ต่างจากคนในครอบครัว ผมสนุกกับการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างสันติสุข…

“กลับมาที่คำถามของคุณ ใช่ครับ! ในวันนั้น ผมเพียงแค่อยากรู้ว่า หลังภูเขาสูงลูกนั้นมีอะไร เพราะความช่างสงสัย และความเพียรพยายามของผมที่อยากทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น ทำให้ผมมีวันนี้ การที่คุณมาปรึกษาผมและเปิดใจเรียนรู้เรื่องราวจากประสบการณ์ชีวิตของผม เท่ากับว่าคุณมีคุณสมบัติสองข้อนี้แล้ว ดังนั้น เพื่อความสุขและความสำเร็จ ผมขอให้คุณ มีความเชื่อมั่นในการทำความดี มีความกล้าหาญที่จะช่วยเหลือผู้อื่น สั่งสมประสบการณ์ และปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด ให้สมบทบาทที่สุด ในทุกช่วงจังหวะเวลาของชีวิต แค่นั้นเอง”

 

ถึงแม้ในตอนนี้ Mr. Kim จากเราไปแล้ว เมื่อปี ค.ศ. 2017 แต่คำสอน เรื่องราว บุคลิกภาพที่อ่อนน้อมถ่อมตน และผลงานที่สร้างความสดชื่น ร่มเย็น ให้โลกใบนี้ได้จดจำ และยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำของผู้เขียน เราเคยร้องเพลงเพื่อสันติภาพร่วมกันอย่างมีความสุข ร่วมทุกข์ แก้ไขปัญหาในยามที่เกิดภาวะวิกฤตในองค์กร และเหตุการณ์ตึงเครียดในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ท่านจึงเป็นผู้นำที่เจ้าหน้าที่องค์การยูเนสโกทั่วโลกให้ความรักและเทิดทูนมากที่สุดคนหนึ่ง

ในส่วนของมูลนิธิพระพุทธสันติธรรม องค์กรการกุศลที่ผู้เขียนทำงานอยู่ ณ ตอนนี้ ผู้เขียนขอขอบพระคุณ ท่านประธาน และคณะกรรมการก่อตั้ง ที่สร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งจิตอาสา ร่วมเสียสละส่วนตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม เราตั้งเป้าหมายให้การทำงานทุกวันของเรานั้น ทำให้ได้ยกระดับพัฒนาคุณภาพจิตใจและคุณภาพชีวิต โดยการยึดหลักธรรมในการทำงาน คือ เราจะทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อเพื่อนร่วมงาน องค์กร และประเทศชาติ ดังนั้น เราจะรักและช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย “ให้ได้มีโอกาส ทำบุญ ทำทาน สร้างประโยชน์เพื่อสังคม ส่งเสริมพระพุทธศาสนา และได้ส่งต่อคุณงามความดีแด่คนรุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน” และ นั่นคือ คุณค่าแห่งชีวิต ที่แท้จริง

 

ผู้เขียน : อินทิรานี ขันทอง

อดีตเจ้าหน้าที่ยูเอ็น สังกัดองค์การยูเนสโก สำเร็จการศึกษาปริญญาโทจากคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีจุดมุ่งหมายสูงสุดของชีวิต คือ การส่งเสริมงานพุทธจิตวิทยา ในการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อประโยชน์สุขแก่เพื่อนมนุษย์และสังคม ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ มูลนิธิพระพุทธสันติธรรม ซึ่งมีพันธกิจหลักในการสร้างธรรมสถาน เผยแผ่พระธรรม อุปถัมภ์พระสงฆ์ สงเคราะห์ผู้ยากไร้ และให้ปัญญาแก่ประชาชน

ติดต่อ : 02-714-9772, 084-467-5111

อีเมล์ : [email protected]

ภาพ :
www.bangkokpost.com

web.worldbank.org


บทความน่าสนใจ

5 เทคนิค มองโลกให้สวย ช่วยเพิ่มพลังบวกในชีวิต

ปลุกพลังบวก #ใครว่าเราทำไม่ได้ แนวคิดสวยสตรองของ ปอย ตรีชฎา และ ญาญ่า อุรัสยา

คิดบวกเป็นสุข! ตุ๊กกี้-ชิงร้อย กับ 3 คำตอบที่ทำให้รู้ว่าเธอคิดยังไงกับคำ ตลกหน้าปลวก

พลังแห่งการคิดบวก นุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์

 คิดบวก ชีวิตบวก ข้อคิดสู่ชีวิตเป็นสุข จาก ท่านว.วชิรเมธี

keyboard_arrow_up