ตามรอยสายโลหิต : จากพุทธทำนายสู่คำพยากรณ์การเสียกรุงครั้งที่ 2

สายโลหิต
สายโลหิต

ตามรอย สายโลหิต : จากพุทธทำนายสู่คำพยากรณ์การเสียครั้งที่ 2

เชื่อว่าไม่มีใครที่ไม่รู้จักบทประพันธ์ชื่อก้องของโสภาค สุวรรณ ” สายโลหิต ” นวนิยายอิงประวัติศาสตร์สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ทรงคุณค่าเรื่องนี้ ถูกนำมาสร้างใหม่ถึง 4 ครั้ง แต่เวอร์ชั่นที่ทำให้ผู้ชมจดจำได้มากที่สุดคือเวอร์ชั่นที่ 2 นำแสดงโดย กบ – สุวนันท์ คงยิ่ง กับ หนุ่ม – ศรราม เทพพิทักษ์ ซึ่งฉายทางช่อง 7 เมื่อ พ.ศ. 2538

 

 

ล่าสุดสายโลหิตเวอร์ชั่นที่ 4 กำลังออนแอร์ทางช่อง 7  นำแสดงโดย นาว – ทิสานาฏ ศรศึก กับ พอร์ช – ศรัณย์ ศิริลักษณ์ กรุงศรีอยุธยาในสมัยราชวงศ์บ้านราชพลูหลวงกำลังหวนกลับมาให้คนไทยได้ยลถึงความรุ่งเรืองอีกครั้ง และให้ตระหนักถึงจุดจบของกรุงศรีอยุธยาที่มีสาเหตุมาจากศึกภายในและภายนอก

สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับละครอิงประวัติศาสตร์ที่ตรึงใจคนไทยทั้งประเทศเรื่องนี้คือ “เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา” วรรณคดีพยากรณ์การเสียกรุงครั้งที่ 2

 

 

เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยาในสายโลหิต

เรื่องราวในนวนิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย จึงไม่พ้นที่กล่าวถึงจุดจบของกรุงศรีอยุธยา เชื่อว่าฉากที่เล่าต่อไปนี้เป็นฉากที่สร้างความสะเทือนใจแก่ผู้ชมไม่น้อย เมื่อคุณย่านิ่ม (คุณย่าของดาวเรือง) ซึ่งเป็นผู้ที่สนใจศาสตร์การพยากรณ์ อ่านคัมภีร์มหาทักษาแล้วทราบว่าอีกไม่นานกรุงศรีอยุธยาจะใกล้ถึงจุดจบ จึงสนทนากับพ่อพัน (คุณพ่อของดาวเรือง) ถึงความพินาศของกรุงศรีอยุธยาที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า ในการสนทนาระหว่างสองตัวละครนี้เป็นคำทำนายที่อิงมาจาก “เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา” เพียงบางส่วนว่า

ย่านิ่ม :จึงเกิดเข็ญเป็นมหัศจรรย์สิบหกประการ คือเดือนดาวดินฟ้าจะอาเพท อุบัติเหตุเกิดทั่วทิศาน มหาเมฆจะลุกเป็นเพลิงกาล เกิดนิมิตพิสดารทุกบ้านเมือง พระคงคาจะแดงเดือดดั่งเลือดนก อกแผ่นดินเป็นบ้าฟ้าจะเหลือง ผีป่าก็จะวิ่งเข้าสิงเมือง ผีเมืองนั้นจะออกไปอยู่ไพร

พ่อพัน :พระเสื้อเมืองจะเอาตัวหนี พระกาลกุลีจะเข้ามาเป็นไส้ พระธรณีจะตีอกไห้ อกพระกาลจะไหม้อยู่เกรียมกรม ในลักษณะทำนายไว้บ่อห่อนผิด เมื่อวินิศพิศดูก็เห็นสม มิใช่เทศกาลร้อนก็ร้อนระงม มิใช่เทศกาลลมลมก็พัด มิใช่เทศกาลหนาวก็หนาวพ้น มิใช่เทศกาลฝนฝนก็อุบัติ ทุกต้นไม้หย่อมหญ้าสารพัด เกิดวิบัตินานาทั่วสากล

ย่านิ่ม :เทวดาซึ่งรักษาพระศาสนา จะรักษาแต่คนฝ่ายอกุศล สัปบุรุษจะแพ้แก่ทรชน มิตรตนจะฆ่าซึ่งความรัก ภรรยาจะฆ่าซึ่งคุณผัว คนชั่วจะมล้างผู้มีศักดิ์ ลูกศิษย์จะสู้ครูนัก จะหาญหักผู้ใหญ่ให้เป็นน้อย ผู้มีศีลจะเสียซึ่งอำนาจ นักปราชญ์จะตกต่ำต้อย กระเบื้องจะเฟื่องฟูลอย น้ำเต้าอันลอยนั้นจะถอยจม ผู้มีตระกูลจะสูญเผ่า เพราะจัณฑาลมันเข้ามาเสพสม

 

https://www.instagram.com/p/BoNUkiiniOS/?hl=th&taken-by=daravideo_official

0

เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา คืออะไร

เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา เป็นวรรณคดีแต่งขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่งแบบบทร้อยกรอง ประเภทเพลงยาว เนื้อหาเกี่ยวกับการพยากรณ์จุดจบของกรุงศรีอยุธยา สันนิษฐานว่าแต่งขึ้นราวช่วงสมัยของสมเด็จพระเจ้าปราสาททองถึงสมเด็จพระนารายณ์มหาราช วรรณคดีเรื่องนี้ไม่ปรากฏนามผู้แต่ง สันนิษฐานว่าผู้แต่งต้องเป็นผู้ที่มีบทบาทต่อการเมืองมากพอสมควร จึงกล้าที่จะแต่งวรรณคดีที่พยากรณ์จุดจบของบ้านเมืองได้เช่นนี้

 

อิทธิพลของพุทธทำนายสู่การแต่งเพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา

ถึงจะเชื่อว่าเพลงยาวฯ เป็นการทำนายถึงจุดจบของกรุงศรีอยุธยา แต่เพลงยาวฯกลับระบุว่า กรุงศรีอยุธยาจะสิ้นสุดในพุทธศักราช 5000

” กรุงศรีอยุธยาจะสูญแล้ว                    จะลับรัศมีแก้วเจ้าทั้งสาม
ไปจนคำรบปีเดือนคืนยาม                   จะสิ้นนามศักราชห้าพัน
กรุงศรีอยุธยาเขษมสุข                         แสนสนุกยิ่งล้ำเมืองสวรรค์
จะเป็นเมืองแพศยาอาธรรม์                  นับวันจะเสื่อมสูญ เอยฯ “

ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ระบุว่า กรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่สองเมื่อ วันอังคาร ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 5 ปีกุน ตรงกับวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2310 (ไม่ได้สิ้นสุดพุทธศักราชที่ 5000)

เหตุการณ์มหัศจรรย์ 16 อย่างที่ปรากฎในเพลงยาวฯ ตรงกับ 16 ความฝันของพระเจ้าปเสนทิโกศลในมหาสุบินชาดก หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ “พุทธทำนาย” เช่นคำว่า “กระเบื้องจะเฟื่องฟูลอย น้ำเต้าอันลอยนั้นจะถอยจม” ตรงกับความฝันที่ 12 กับ 13 ของพระเจ้าปเสนทิโกศล ดังปรากฏในอรรถกถามหาสุบินชาดกว่า

 

 

ความฝันที่ 12 กะโหลกน้ำเต้าจมน้ำได้

พระเจ้าปเสนทิโกศล : ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันได้เห็นกะโหลกน้ำเต้าจมน้ำได้ อะไรเป็นผลแห่งสุบินนี้ พระเจ้าข้า?

พระพุทธเจ้า : มหาบพิตร ผลแห่งสุบินนี้ ก็จักมีในอนาคตกาล เมื่อโลกหมุนไปถึงจุดเสื่อมในรัชกาลของพระราชาผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรม ด้วยว่า ในครั้งนั้น พระราชาทั้งหลายจักไม่พระราชทานยศแก่กุลบุตรผู้สมบูรณ์ด้วยชาติ จักพระราชทานแก่ผู้ไม่มีสกุลเท่านั้น พวกนั้นจักเป็นใหญ่ อีกฝ่ายหนึ่งจักยากจน ถ้อยคำของพวกไม่มีสกุล ดุจกะโหลกน้ำเต้า ดูประหนึ่งหยั่งรากลงแน่นในที่เฉพาะพระพักตร์พระราชาก็ดี ที่ประตูวังก็ดี ที่ประชุมอำมาตย์ก็ดี ที่โรงศาลก็ดี จักเป็นคำไม่โยกโคลง มีหลักฐานแน่นหนาดี แม้ในสังฆสันนิบาต (ที่ประชุมสงฆ์) เล่า ในกิจกรรมที่สงฆ์พึงทำและคณะพึงทำก็ดี ทั้งในสถานที่ดำเนินอธิกรณ์เกี่ยวกับบาตร จีวร และบริเวณเป็นต้นก็ดี ถ้อยคำของคนชั่วทุศีลเท่านั้น จักเป็นคำนำสัตว์ออกจากทุกข์ได้ มิใช่ถ้อยคำของภิกษุผู้ลัชชี เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็จักเป็นเหมือนกาลเป็นที่จมลงแห่งกะโหลกน้ำเต้า แม้ด้วยประการทั้งปวง  ภัยแม้มีสุบินนี้เป็นเหตุ ก็ยังไม่มีแก่มหาบพิตร

น้ำเต้าจมน้ำ ทั้งที่ปกติน้ำเต้ามีน้ำหนักเบา เป็นสัญลักษณ์ของคนไม่ดี แต่กลับกลายเป็นที่ยอมรับของคนทั้งหลาย พูดอะไรมาก็ได้รับการเชื่อถือหมด

0

0

ความฝันที่ 13 ศิลาแท่งทึบใหญ่ ขนาดเรือนยอดลอยน้ำเหมือนดังเรือ

พระเจ้าปเสนทิโกศล :  ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันได้เห็นศิลาแท่งทึบใหญ่ ขนาดเรือนยอดลอยน้ำเหมือนดังเรือ อะไรเป็นผลแห่งสุบินนี้ พระเจ้าข้า?


พระพุทธเจ้า :  มหาบพิตร ผลแห่งสุบินแม้นี้ ก็จักมีในกาลเช่นนั้นเหมือนกัน ด้วยว่าในครั้งนั้น พระราชาผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรมทั้งหลาย จักพระราชทานยศแก่คนไม่มีสกุล พวกนั้นจักเป็นใหญ่ พวกมีสกุลจักตกยาก ใครๆ จักไม่ทำความเคารพในพวกมีสกุลนั้น จักกระทำความเคารพในพวกที่เป็นใหญ่ฝ่ายเดียว ถ้อยคำของกุลบุตรผู้ฉลาดในการวินิจฉัย ผู้หนักแน่น เช่นกับศิลาทึบ จักไม่หยั่งลง ดำรงมั่นในที่เฉพาะพระพักตร์ของพระราชา หรือในที่ประชุมอำมาตย์ หรือในโรงศาล เมื่อพวกนั้นกำลังกล่าว พวกนอกนี้จักคอยเยาะเย้ยว่า พวกนี้พูดทำไม แม้ในที่ประชุมภิกษุ พวกภิกษุ ก็จักไม่เห็นภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก ผู้ควรทำความเคารพว่า เป็นสำคัญ ในฐานะต่างๆ ดังกล่าวมาแล้ว ทั้งถ้อยคำของภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รักเหล่านั้น ก็จักไม่หนักแน่นมั่นคง จักเป็นเหมือนเวลาเป็นที่เลื่อนลอยแห่งศิลาทั้งหลายฉะนั้น ภัยแม้มีสุบินนี้เป็นเหตุ ก็ยังไม่มีแก่มหาบพิตร

ก้อนหินมีน้ำหนักกลับลอยบนกระแสน้ำ เป็นสัญลักษณ์ของคนดี แต่เป็นที่ไม่ยอมรับของคนทั้งหลาย พูดอะไรมาก็ไม่ได้รับการเชื่อถือ

0

0

คุณค่าของเพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา ไม่ใช่เพียงตำราพยากรณ์ธรรมดา

เพลงยาวฯ สะท้อนให้เห็นถึงการเกิด-ดับ แม้กรุงศรีอยุธยาสถาปนาขึ้นมาจนกลายเป็นราชธานีที่ยิ่งใหญ่ แต่ก็ไม่พ้นถึงคราวเสื่อมถอยจนดับสูญ เหลือแต่ชื่อและตำนาน เพลงยาวฯอาจไม่ได้ตั้งใจแต่งขึ้นเพื่อทำนายทายทักถึงจุดจบของกรุงศรีฯเท่านั้น แต่เพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจในสัจธรรมของการเกิด-ดับ เพลงยาวฯสะท้อนความเรื่องปัญจอันตรธานคือการสิ้นสูญไปของสิ่ง 5 ประการ ได้แก่ ปริยัติอันตรธาน (การหายไปของการเล่าเรียนคำสอนของพระพุทธเจ้า) ปฏิบัติอันตรธาน (การหายไปของการปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า) ปฏิเวธอันตรธาน (การหายไปของการบรรลุธรรม) ลิงคอันตรธาน  (การหายไปของพระสาวกของพระพุทธเจ้า) และธาตุอันตรธาน (การหายไปของพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า) การสูญหายไปของธาตุอันตธานจะปรากฏในพุทธศักราชที่ 5000 เป็นการสิ้นสุดพระศาสนาของพระสมณโคดมพุทธเจ้า ดังนั้นการที่ผู้แต่งกำหนดให้กรุงศรีอยุธยาพินาศไปในพุทธศักราชที่ 5000 ตามคติปัญจอันตรธาน เพราะเชื่อว่า กรุงศรีอยุธยาเป็นเมืองที่รองรับพระศาสนาของพระสมณโคดมพุทธเจ้า เมื่อพระศาสนาสิ้นไป กรุงศรีอยุธยาต้องสูญตามไปด้วย วรรณคดีพยากรณ์เรื่องนี้จึงไม่ได้เป็นวรรณคดีที่บอกอนาคตของกรุงศรีอยุธยาเท่านั้น แต่เป็นวรรณคดีที่แสดงความสามรถของผู้แต่งที่เข้าใจธรรมะลึกซึ้ง ในเรื่องการเกิด-ดับ ความเจริญ-เสื่อม ตามกฎของไตรลักษณ์ ศรัทธาในพุทธทำนาย และการสิ้นพระศาสนา

 

0
ที่มา :
ภาพ :

บทความน่าสนใจ

ดูละคร บุพเพสันนิวาส ให้ย้อนดูตน บทเรียนจากวาระสุดท้ายของคอนสแตนติน ฟอลคอน

“ไม่คาดหวังก็ไม่ผิดหวัง” บิ๊ก – ศรุต วิจิตรานนท์

ก๊อต-จิรายุ ตันตระกูล กับ 20 คำคมที่สะท้อนว่าผู้ชายคนนี้เข้มทั้งหน้า คมทั้งคำ

เช็คอิน 9 แลนด์มาร์กเที่ยวตามรอยละครบุพเพสันนิวาส จ.พระนครศรีอยุธยา

บุพเพสันนิวาสเป็นอะไรที่มากกว่า…เรื่องของคู่ครอง

keyboard_arrow_up