มุย โทมัส สาวน้อยดักแด้ “ความแตกต่างไม่เป็นอุปสรรคต่อความฝัน”

มุย โทมัส
มุย โทมัส
มุย โทมัส (Mui Thomas) ป่วยเป็นโรคเด็กดักแด้ ซึ่งเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ และเกือบจะฆ่าตัวตายเพราะถูกคนแปลกหน้าในโลกไซเบอร์ล้อเลียนเรื่องความผิดปกติของเธอ แต่ความรักจากครอบครัวทําให้เธอกลายเป็นกรรมการกีฬารักบี้คนแรกที่ป่วยเป็นโรคนี้ และเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจ
1
มุยอาศัยอยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็กกําพร้าตั้งแต่ยังแบเบาะ เพราะพ่อและแม่แท้ ๆ ทอดทิ้งเธอไปเมื่ออายุได้ 3 ปี ทิน่าและโรเจอร์ โทมัสก็รับมุยเป็นบุตรบุญธรรม แต่ฟ้าหลังฝนของมุยกลับไม่ได้สวยงามเท่าใดนัก เนื่องจากอาการป่วยทําให้ลักษณะทางกายภาพของเธอแตกต่างจากคนทั่วไป ผิวหนังของมุยมีลักษณะแห้ง ลอก และตกสะเก็ดทั่วร่างกาย เผยให้เห็นหนังแท้สีชมพู ด้วยเหตุนี้มุยจึงติดเชื้อบ่อยครั้งเพราะเธอไม่มีหนังกําพร้าสําหรับป้องกันเชื้อโรคและสิ่งสกปรกจากภายนอก
มุย โทมัส
@tuzlanski.ba
เมื่อมุยอายุได้ 4 ปี เธอติดเชื้อทางผิวหนังอย่างรุนแรง ไม่มียาตัวใดสามารถรักษาอาการของเธอได้จนแพทย์เริ่มถอดใจและคิดว่าเธอคงอยู่ได้อีกไม่นาน แต่ในที่สุดยาปฏิชีวนะตัวสุดท้ายก็ทําให้อาการของเธอค่อย ๆ ดีขึ้น จนมุยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ
2
จนกระทั่งมุยอายุได้ 13 ปีก็ต้องเผชิญเรื่องเลวร้ายอีกครั้ง เมื่อเธอถูกผู้ไม่หวังดีต่อว่าด่าทอและดูถูกอย่างรุนแรงเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของเธอในสังคมออนไลน์ ถึงแม้ว่าการกลั่นแกล้งในโลกไซเบอร์จะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่บ่อย ๆ แต่การกระทําเช่นนี้ ทําให้มุยเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส เพราะเธอมีปมเรื่องความผิดปกติทางร่างกายอยู่แล้ว คําพูดดูถูกเหยียดหยามที่ปรากฏบนหน้าจอคอมพิวเตอร์จึงเป็นเสมือนมีดที่คอยทิ่มแทงเข้าไปในจิตใจของเธอซ้ําอีก
3
“ฉันไม่รู้ว่าผู้ไม่หวังดีที่หลบซ่อนอยู่หลังหน้าจอคอมพิวเตอร์เหล่านั้นคือใคร แต่มันทําให้รู้สึกว่าฉันไม่สามารถเชื่อใจใครได้”
4
เมื่อการล้อเลียนและดูถูกมุยผ่านทางโลกไซเบอร์เริ่มทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น บวกกับความหวาดระแวงคนรอบข้างทําให้เด็กสาวคิดฆ่าตัวตาย เธอเริ่มหยุดใช้ยารักษาอาการป่วย เพราะคิดว่าการใช้ยาทําให้เธอดูผิดแผกจากคนทั่วไป อาการของมุยจึงเริ่มแย่ลง แต่เพราะความรักและการดูแลเอาใจใส่ที่เธอได้รับจากพ่อและแม่ ทําให้มุยคิดได้ว่าเธอโชคดีกว่าเด็กกําพร้าคนอื่น ๆ ที่ไม่ได้รับโอกาสดี ๆ เช่นนี้ เธอจึงเลิกล้มความคิดที่จะฆ่าตัวตาย และตัดสินใจกลับมาใช้ยารักษาอีกครั้ง
มุย โทมัส
@Sai Kung & Clearwater Bay Magazine
การถูกกลั่นแกล้งทางอินเทอร์เน็ตทําให้ทิน่าและโรเจอร์ตัดสินใจตีแผ่ชีวิตของมุยให้สาธารณชนได้รับทราบ เพื่อให้รู้ว่าเธอต้องทนทุกข์ทรมานมากเพียงใด โดยพวกเขาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อต่าง ๆ และเขียนหนังสือชื่อ “The Girl Behind The Face” ที่บอกเล่าเรื่องราวของมุยและครอบครัวพวกเขา ได้รับกําลังใจมากมายจากผู้คนในโลกออนไลน์ ทั้งยังทําให้คนที่เคยพากันกลั่นแกล้งมุยรู้สึกผิดและกล่าวขอโทษเธอ นอกจากนั้นมุยและครอบครัวยังมีโอกาสได้ขึ้นเวที TED Talk เพื่อพูดสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ฟังจํานวนมาก
5
เนื่องจากโรคที่เธอเป็นอยู่นั้นไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ มุยจึงต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษเสมอ ต้องอาบน้ําครั้งละ 2 ชั่วโมงเพื่อขัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออก แล้วทายาทั่วร่างกายตลอดทั้งวัน นอกจากนั้นระบบการเผาผลาญของเธอก็ไม่เหมือนคนทั่วไป ร่างกายของเธอต้องการพลังงานวันละ 8,000 กิโลแคลอรี ทําให้ต้องรับประทานอาหารมากกว่าคนทั่วไป
มุย โทมัส
@Coconuts
ปัจจุบันมุยดํารงตําแหน่งเป็นกรรมการกีฬารักบี้ให้แก่สหภาพรักบี้ฮ่องกง (HKRU) ทั้งยังเป็นครูสอนเด็กที่มีความต้องการพิเศษให้กับร็อคฟาวน์เดชั่นในเมืองหว่านไจ๋ ฮ่องกง และเธอยังเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจอีกด้วย ความใฝ่ฝันสูงสุดของมุยคือการได้เป็นกรรมการกีฬารักบี้ระดับโลก ปัจจุบันเธอกําลังไล่ตามความฝันของเธออย่างไม่ลดละ
มุย โทมัส
@dex1.info
ไม่ว่ามุยจะผ่านเรื่องเลวร้ายมามากมายเพียงใด แต่สิ่งที่ทุกคนสังเกตได้จากหญิงสาววัย 22 ปีผู้นี้คือรอยยิ้มที่สดใสและความมั่นใจที่เต็มเปี่ยม เพราะมุยเชื่อเสมอว่า
6
“อย่างน้อยฉันก็ยังโชคดีที่ได้รับความรักและกําลังใจจากพ่อและแม่ ในขณะที่คนอื่น ๆ ไม่ได้โชคดีอย่างฉัน”
7

ที่มา : นิตยสาร Secret  ฉบับที่ 187

เรียบเรียง : อิศรา ราชตราชู

keyboard_arrow_up