หลวงปู่หลุย จันทสาโร

“ม้างกาย” วิชาของ หลวงปู่หลุย จันทสาโร

หลวงปู่หลุย จันทสาโร
หลวงปู่หลุย จันทสาโร

หลวงปู่หลุย จันทสาโร เป็นพระนักปฏิบัติสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ท่านชำนาญมากในการรู้วารจิตคนอื่น เคยแอบดูวารจิตหลวงปู่มั่นจนถูกท่านดุ ก่อนที่หลวงปู่หลุยจะได้รู้ว่าวารจิตคนอื่น ท่านฝึกสมาธิตามคำแนะนำของชีผู้ทรงอภิญญา

ท่านเล่าว่า ตอนที่เป็นพระหนุ่ม ไปปฏิบัติสมาธิกับครูบาอาจารย์ ได้ทราบข่าวว่ามีแม่ชีได้อภิญญาสูง หูทิพย์ ตาทิพย์ รู้วารจิตของคนอื่น แม่ชีท่านหนึ่งชื่อ “ชีจันทร์” ส่วนอีกท่านหนึ่งชื่อ “ชียอ” ล้วนได้อภิญญาทั้งคู่ โดยเฉพาะชียอตาบอดมองไม่เห็น แต่สมาธิสูงมาก รู้ไปหมดว่าพระองค์ไหนสำเร็จชั้นไหนและติดขัดอยู่ในธรรมขั้นใด

วันหนึ่งท่านจึงเดินทางไปกับท่านอาจารย์อ่อน ญาณสิริ และพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร เพื่อพิสูจน์ให้รู้ความจริง

พอไปถึง โยมที่นั่นนิมนต์ท่านอาจารย์อ่อนและอาจารย์ฝั้นขึ้นเทศน์ เทศน์จบลงธรรมาสน์ หลวงปู่หลุยเข้าไปถามแม่ชีเกี่ยวกับอาจารย์ทั้งสองรูป ท่านว่าแม่ชีรู้ไปหมดสมคำร่ำลือจริง ๆ ท่านจึงเกิดความอัศจรรย์ใจ เข้าไปถามแม่ชีถึงแนวปฏิบัติเพื่อให้ได้อย่างนั้น

แม่ชีได้อธิบายแนวปฏิบัติให้ท่านอย่างละเอียดพิสดาร ไม่ปิดบังอำพราง เรียกเป็นภาษาอีสานโบราณว่า “ม้างกาย”

“ม้าง” แปลว่า “ผ่า หรือแยกออกเป็นส่วน ๆ เป็นชิ้น ๆ” เหมือนการรื้อบ้าน หรือการถอดชิ้นส่วนต่าง ๆ ของคอมพิวเตอร์ออกจากกันจนไม่เหลือความเป็นบ้านหรือคอมพิวเตอร์

พอรู้อุบายการปฏิบัติเท่านั้น หลวงปู่หลุยก็ทุ่มเทให้การปฏิบัติอย่างจริงจัง สุดท้ายท่านก็สำเร็จ จิตรวมพรึบเป็นสมาธิขึ้นฌาน ได้ฌานหยั่งรู้เหมือนแม่ชี

“ม้างกาย” หรือแยกกายออกเป็นส่วนต่าง ๆ จึงเป็นแนวปฏิบัติประการหนึ่งที่มีประสิทธิภาพสูง นอกจากจะทำให้จิตสงบรวมเป็นหนึ่งแล้ว ยังทำให้เกิดความรู้ภายในมหัศจรรย์หลายอย่าง

ผู้ที่ปฏิบัติตามแนวนี้ควรทำดังนี้

1.ทำจิตให้สงบ ก่อนที่จะน้อมจิตเข้าผ่ากายตัวเอง ผู้ปฏิบัติควรทำจิตให้สงบนานหลายนาที จนรู้สึกว่าอารมณ์ต่าง ๆ ไม่เข้ามารบกวนจิตใจ แล้วน้อมจิตที่สงบนั้นเข้ามาที่กายตัวเอง เริ่มแยกกายออกเป็นชิ้นส่วนต่าง ๆ แต่หากจิตใจยังไม่สงบนิ่งพอ ไม่ควรน้อมเข้ามาแยกกาย จะเห็นไม่ชัดเจน เกิดความเหนื่อยอ่อน หมดกำลังเพราะกำลังจิตยังไม่แข็งพอที่จะนำเข้ามาผ่ากายได้

2.แยกกายตัวเอง น้อมจิตที่สงบนิ่งเข้าแยกกายตัวเอง เริ่มจากส่วนใดของกายก็ได้ เช่น ศรีษะ หน้าอก และส่วนอื่น ๆ เมื่อเลือกส่วนไหนแล้ว ให้กำหนดแยกกายส่วนนั้นจนกระทั่งเห็นด้วยสมาธิจิตว่ากายส่วนนั้นถูกแยกออกจริง เหมือนเห็นภาพบนจอทีวี และเล่นกับภาพนั้นได้ เช่น ย่อได้ ขยายได้ ทำลายให้เหลือแต่ความว่างได้

การแยกกายแต่ละครั้ง สติและปัญญาจะเข้าไปชำระล้างความโลภ ความโกรธ และความหลงที่ซ่อนอยู่ภายในอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายไปจนถึงเซลล์ เมื่อกิเลสเหล่านี้ถูกชำระออกไปจนหมด กายก็จะบริสุทธิ์ แล้วจิตก็จะบริสุทธิ์ตามไปด้วย

3.แยกกายคนอื่นและสิ่งอื่น น้อมจิตที่สงบไปแยกกายคนอื่นและสิ่งอื่น เมื่อแยกกายตัวเองจนชำนาญแล้ว ควรน้อมจิตไปแยกกายคนอื่นหรือสิ่งต่าง ๆ รอบตัว เช่น ต้นไม้ หิน หรือสัตว์เลี้ยง จนมีความชำนาญเหมือนกับการแยกกายตัวเอง จิตจึงจะสงบได้ละเอียด

ข้อระวังในการแยกกายคือ ก่อนถอนจิตออกจากสมาธิทุกครั้ง ควรกำหนดจิตให้อวัยวะต่าง ๆ ที่ถูกแยกออกไปกลับเข้าที่เดิม เหมือนถอดชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ออกแล้ว ควรนำกลับเข้าที่เดิม หากไม่ทำอย่างนี้ ผู้ปฏิบัติอาจจะเจ็บป่วยได้

“ม้างกาย” จึงเป็นวิธีปฏิบัติอีกแนวที่ทำให้จิตสงบนิ่งแน่วแน่ เกิดความรู้มหัศจรรย์ภายในอย่างไม่จำกัด

 

ที่มา : สมาธิ : กุญแจไขความสุข – ส. ชิโนรส สำนักพิมพ์อมรินทร์ธรรมะ

ภาพ : dhammajak.net

Secret Magazine (Thailand)


บทความน่าสนใจ

อุบายในการ ทำสมาธิ โดย พระอาจารย์ชานนท์ ชยนนฺโท

keyboard_arrow_up