เรื่องรัก ๆ ฉบับพุทธกาลของ นางสามาวดี เอตทัคคะผู้อยู่ด้วยความเมตตา

นางสามาวดี
นางสามาวดี
รักมีแต่ให้ : นางสามาวดี เอตทัคคะผู้อยู่ด้วยความเมตตา
1
นางสามาวดีเป็นธิดาของเศรษฐีนามว่า ภัททวดีย์ ต่อมาบิดามารดาถึงแก่กรรม โฆสกเศรษฐีผู้เป็นสหายของบิดาจึงรับอุปการะนางดุจลูกสาวแท้ ๆ หลังจากนั้นจึงได้อภิเษกสมรสเป็นอัครมเหสีของพระเจ้าอุเทนแห่งเมืองโกสัมพี
2
วันหนึ่งนางสามาวดีให้หญิงบริวารไปซื้อดอกไม้ โดยหญิงผู้นั้นมีโอกาสฟังพระธรรมเทศนาจากพระพุทธเจ้าที่ร้านขายดอกไม้จนบรรลุเป็นพระโสดาบัน แล้วกลับมาแสดงธรรมให้แก่นางสามาวดีพร้อมหญิงบริวารอื่น ๆ ฟัง จนบรรลุโสดาบันด้วยกันทั้งหมด หลังจากนั้นนางสามาวดีก็มีจิตศรัทธาเลื่อมใสตั้งมั่นอยู่ในพระรัตนตรัย สนใจธรรม ปฏิบัติธรรม และสมาทานรักษาศีลอุโบสถอยู่เป็นประจํา
3
ต่อมาพระเจ้าอุเทนได้อภิเษกสมรสกับนางมาคันทิยา สาวงามแห่งแคว้นกุรุ เพื่อเป็นมเหสีอีกองค์หนึ่ง โดยบิดาและมารดาของนางมาคันทิยาเคยตั้งใจจะยกนางให้กับพระพุทธเจ้า แต่พระองค์ทรงปฏิเสธ และทรงแสดงธรรมโปรดสองสามีภรรยาจนบรรลุเป็นพระอรหันต์ แต่นางมาคันทิยากลับโกรธเคืองพระพุทธองค์อย่างมาก
4
ด้วยความแค้นเคืองในพระพุทธเจ้า และเห็นว่านางสามาวดีเป็นมเหสีคู่แข่ง จึงใส่ร้ายนางสามาวดีหลายเรื่อง เช่น ออกอุบายให้พระเจ้าอุเทนเข้าใจว่านางสามาวดีปันใจให้พระพุทธเจ้า นํางูที่ถอดเขี้ยวแล้วไปปล่อยในพิณที่พระเจ้าอุเทนทรงเล่นประจําและใส่ร้ายว่านางสามาวดีจะลอบปลงพระชนม์ เหตุการณ์ข้อหลังนี้เองทําให้พระเจ้าอุเทนลงโทษนางสามาวดีด้วยการเล็งธนูไปยังหัวใจของนาง แต่ก่อนที่ลูกศรจะแล่นไปนั้น นางสามาวดีให้โอวาทแก่บริวารว่า “แม่หญิงสหายทั้งหลาย ที่พึ่งอื่นของเราไม่มี เธอทั้งหลายจงเจริญเมตตาจิตให้สม่ําเสมอส่งไปให้แก่พระราชา แก่พระเทวีมาคันทิยา และแก่ตนเอง อย่าถือโทษโกรธต่อใคร ๆ เลย”
5
ครั้นโอวาทจบลง พระเจ้าอุเทนก็ปล่อยลูกศรออกไป แต่แทนที่ลูกศรจะพุ่งเข้าสู่หัวใจของนางสามาวดี กลับหวนพุ่งใส่พระองค์เสียเอง จึงทรงคิดว่า
6
“ธรรมดาลูกศรนี้ย่อมแทงทะลุแม้กระทั่งแผ่นหิน บัดนี้สิ่งที่เป็นวัตถุที่จะกระทบในอากาศก็ไม่มี เหตุใดลูกศรจึงหวนกลับเข้าหาตัวเรา ลูกศรนี้แม้ไม่มีชีวิตจิตใจ แต่ก็ยังรู้จักคุณของพระนางสามาวดี เราเสียอีกที่เป็นมนุษย์กลับไม่รู้คุณของพระนาง”
7
คิดได้ดังนั้นพระองค์จึงทิ้งคันธนู ประนมพระหัตถ์ประคองอัญชลีกราบพระบาทของพระนางสามาวดี อ้อนวอนให้พระนางยกโทษให้และขอถือพระนางเป็นที่พึ่งตลอดไป นางสามาวดีกราบทูลว่า นางมีพระบรมศาสดาเป็นที่พึ่ง ตั้งแต่นั้นมาพระเจ้าอุเทนจึงทรงศรัทธาในพุทธศาสนา ทรงรักษาศีลฟังธรรมร่วมกับพระนางสามาวดีตามกาลเวลาและโอกาสอันสมควร
8
นางมาคันทิยายิ่งแค้นเคืองนางสามาวดีที่ทําให้พระเจ้าอุเทนหันไปเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า จึงวางแผนลอบสังหารนาง
9
วันหนึ่งขณะที่พระเจ้าอุเทนเสด็จประพาสราชอุทยาน นางมาคันทิยาสั่งให้คนรับใช้นำผ้าชุบน้ํามันไปพันที่เสาทุกต้นในปราสาทของนางสามาวดี และเกลี้ยกล่อมให้นางสามาวดีและบริวารเข้าไปรวมอยู่ในห้องเดียวกัน จากนั้นจึงลั่นกลอนประตูแล้วจุดไฟเผา ขณะที่ไฟกําลังลามเข้ามาใกล้ตัว นางสามาวดีมีสติมั่นคง ไม่หวั่นไหว พร้อมกล่าวโอวาทแก่หญิงบริวารว่า ให้เจริญเมตตาไปยังบุคคลทั่ว ๆ ไป รวมทั้งนางมาคันทิยาด้วย และขอให้ทุกคนมีสติไม่ประมาท มีจิตตั้งมั่นในเวทนาปริคคหกัมมัฏฐานอย่างมั่นคง ไม่นานไฟก็เผาผลาญนางสามาวดีและบริวารจนถึงแก่กรรม ไปบังเกิดในสุคติโลกสวรรค์ด้วยกันทั้งหมด
10
พระพุทธเจ้าทรงยกย่องนางสามาวดีว่าเป็นเอตทัคคะฝ่ายผู้อยู่ด้วยเมตตา เนื่องจากนางไม่โกรธตอบนางมาคันทิยาที่คิดปองร้ายตน แม้ขณะใกล้ตายยังกล่าวโอวาทแก่หญิงบริวารทั้งหลายว่า ให้แผ่เมตตาให้แก่คนทั่วไปและนางมาคันทิยาผู้สังหารตัวเองด้วย นับได้ว่านางสามาวดีคือตัวอย่างของการมีความรักที่บริสุทธิ์ ซึ่งมนุษย์ทุกคนควรเอาแบบอย่าง
11
ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์ แต่ถ้ารักแบบพุทธ จะพบความสุขขณะที่รัก

ที่มา : นิตยสาร Secret  ฉบับที่ 183

เรียบเรียง : Pitchaya

keyboard_arrow_up