จอห์น ฮ็อกเคนเบอร์รี่ ผู้สื่อข่าวสงคราม บนวีลแชร์

ผู้สื่อข่าวสงคราม
ผู้สื่อข่าวสงคราม

จอห์น ฮ็อกเคนเบอร์รี่ ผู้สื่อข่าวสงคราม บนวีลแชร์

เมื่อพูดถึงผู้ป่วยอัมพาต คนส่วนใหญ่มักนึกถึงผู้ป่วยที่นอนอยู่บนเตียง เพื่อรอความช่วยเหลือจากผู้อื่น แต่ไม่ใช่ จอห์น ฮ็อกเคนเบอร์รี่ (John Hockenberry) ชายผู้นี้ได้พลิกหน้าประวัติศาสตร์วงการสื่อมวลชน ด้วยการเป็น ผู้สื่อข่าวสงคราม ที่ลงพื้นที่มาแล้วนับไม่ถ้วน

0

จอห์น ฮ็อกเคนเบอร์รี่ เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1956 ณ เมืองเดย์ตัน รัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่มาเติบโตและเรียนหนังสือในกรุงนิวยอร์กและรัฐมิชิแกน จอห์นเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาจากรัฐมิชิแกนปี ค.ศ. 1976 แต่แล้วในปีนั้นเอง ขณะที่เด็กหนุ่มวัย 19 ปีผู้นี้กําลังเดินทางท่องเที่ยวในรัฐเพนซิลเวเนีย ก็มีรถยนต์ที่คนขับหลับในพุ่งเข้ามาชนจนกระทั่งเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส จอห์นบาดเจ็บที่ไขสันหลัง ส่งผลให้ร่างกายส่วนล่างตั้งแต่หน้าอกลงไปไร้ความรู้สึก และไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ จอห์นจึงต้องใช้ชีวิตบนรถเข็นตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ถึงกระนั้นจอห์นก็ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา เขาหมั่นเพียรจนกระทั่งสําเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยออริกอน

1
ผู้สื่อข่าว
จอห์นเริ่มต้นอาชีพบนเส้นทางสายสื่อสารมวลชนด้วยการเป็นอาสาสมัครในสถานีวิทยุ National Public Radio (NPR) และที่แห่งนี้เองที่ทําให้เขาได้ท้าทายข้อจํากัดของตนเอง และกลายมาเป็นผู้สื่อข่าวสายสงครามที่ต้องลงพื้นที่ไปทําข่าวเกี่ยวกับสงครามอ่าวเปอร์เซียในปี ค.ศ. 1990 – 1991 ในปี ค.ศ. 1992 จอห์นย้ายมาทํางานที่สํานักข่าว ABC News ซึ่งมีโอกาสได้ทําข่าวสงครามกลางเมืองในโซมาเลีย และข่าวเกี่ยวกับกลุ่มก่อการร้ายอิสลามสากลหรืออัลกออิดะห์ (al-Qaeda) ในประเทศอัฟกานิสถาน หลังจากนั้นในปี ค.ศ. 1995 หนังสือบันทึกที่ตกผลึกจากประสบการณ์ในสมรภูมิรบของจอห์นที่ชื่อ Moving Violations: War Zones, Wheelchairs, and Declarations of Independence ก็ติดอันดับหนังสือขายดี และเป็นหนึ่งในหนังสือที่เข้ารอบสุดท้ายในการประกวด National Book Critics Circle Award
3
ผู้สื่อข่าว
5
ผู้สื่อข่าว
8
จากนั้นจอห์นยังได้รับโอกาสให้เป็นผู้สื่อข่าวในสงครามโคโซโวในปี ค.ศ. 1999 อีกด้วย นับเป็นประสบการณ์ที่น้อยคนนักจะได้สัมผัส และน้อยคนนักจะหาญกล้าท้าทายในสมรภูมิรบที่แม้กระทั่งคนปกติผู้มีอวัยวะครบถ้วนยังมีโอกาสเป็นอันตราย จอห์นมิได้ทํางานเป็นผู้สื่อข่าวเพียงอย่างเดียว แต่เขายังรับหน้าที่เป็นผู้จัดรายการวิทยุให้สถานี NPR ทั้งยังเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์มากมาย อาทิเช่น รายการ Edgewise และ Hockenberry ทางช่อง MSNBC และยังเป็นคอลัมนิสต์ให้หนังสือพิมพ์และนิตยสารชื่อดังต่าง ๆ เช่น The New York Times, The New Yorker, The Washington Post และอื่น ๆ อีกมากมาย
9

นับเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ให้กับคนปกติที่กําลังท้อแท้สิ้นหวังได้เป็นอย่างดี เพราะชายผู้นี้ไม่ยอมให้ความผิดปกติทางกายมามีอํานาจเหนือศักยภาพที่ซ่อนอยู่ภายใน

4
ที่มา : นิตยสาร Secret  ฉบับที่ 197
เรียบเรียง : อิศรา ราชตราชู
ภาพ : fixedthemovie.com, Ted, seattlenet.com

บทความน่าสนใจ

keyboard_arrow_up