ป้อง ณวัฒน์

ชีวิตบนทางสายกลางของพระเอกหนุ่ม ป้อง ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์

ป้อง ณวัฒน์
ป้อง ณวัฒน์

ชีวิตบนทางสายกลางของพระเอกหนุ่ม ป้อง ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์

ป้อง ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ ไม่เพียงเป็นพระเอกละครในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังไปโด่งดังถึงประเทศจีนด้วย หากย้อนกลับไป ณ จุดเริ่มต้น เขายอมรับว่าไม่เคยคิดว่าชีวิตจะเดินทางมาถึงจุดนี้

0
เขาเคยเป็น 1 ใน 5 หนุ่มแพรวเมื่อปี พ.ศ. 2543 เป็นเวลา 17 ปีแล้วที่เขายังคงโลดแล่นอยู่ในแวดวงบันเทิง ในวัยใกล้ 40 ปี ด้วยความที่ยังดูดีจึงยังคงรับบทพระเอก วิธีคิดวิธีดําเนินชีวิตที่เขาบอกเล่าให้ฟังไม่ได้ซับซ้อนหรือยุ่งยากอะไรเลย หากเป็นความเรียบง่ายที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง
0
นับเป็นการสัมภาษณ์และถ่ายปกที่สนุกสนานเฮฮาอย่างยิ่ง คงเพราะทั้งเขาและทีมงานรู้สึกเหมือนพี่น้องเพื่อนฝูงได้กลับมารวมตัวกันครั้งแรกของอดีตหนุ่มสาวแพรว ใน “Scotch Forever Young presents หนุ่มสาวแพรว Reunion” เขาจึงเล่าย้อนที่มาของการเป็นหนุ่มแพรวให้ฟังว่า
0
ป้อง ณวัฒน์
0
” ตอนเด็กห่างไกลจากวงการนี้มาก ผมเรียนมัธยมที่เซนต์คาเบรียล มีแต่เตะบอลตามประสาเด็กผู้ชาย จบมัธยมก็ไปเรียนต่อปริญญาตรีคณะเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แล้วก็ไปต่อปริญญาโทที่คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จําได้ว่ารุ่นพี่ที่เซนต์คาเบรียลที่สนิทกัน แฟนเขาทํางานที่อมรินทร์พริ้นติ้งฯมาบอกว่าให้ไปสมัครตอนแรกผมไม่ยอม บอกว่าอาย แต่เขาก็คะยั้นคะยอจนผมตกลง
0
จริง ๆ ผมก็เคยได้นามบัตรพวกแมวมอง แต่พ่อแม่ไม่ชอบ กลัวจะโดนหลอก สมัยก่อนไม่เหมือนสมัยนี้ที่ทุกอย่างตรวจสอบได้ง่ายกว่า แต่เพราะเป็นแพรวซึ่งเป็นนิตยสารหัวใหญ่น่าเชื่อถือ แล้วแม่ผมก็อ่าน แพรว แม่บอกว่า แพรวเหรอลองมาก็ได้
0
” ผมมาคัดตัวกับเพื่อนผู้ชายอีกคนหนึ่งวันรุ่งขึ้น แพรว ก็โทร.มาบอกว่าติด 1 ใน 10 คนสุดท้าย ต้องมาเก็บตัวทํากิจกรรม ผมก็งง ๆ แต่พอมาคิดดู ลองก็ได้ เพราะตอนนั้นเรียนปริญญาโทใกล้จบแล้ว ส่วนใหญ่เป็นการทํางานกลุ่มมากกว่าเรียนในห้องเรียน จึงพอมีเวลา แล้วการประกวดหนุ่มสาวแพรวเป็นการประกวดนายแบบนางแบบ เป็นงานที่จบในวันเดียว ซึ่งไม่กระทบกับการเรียนของผม ไม่เหมือนงานละครหรือหนังที่ต้องทํางานต่อเนื่องหลายวันหรือเป็นเดือน ตอนนั้นก็คิดว่าแค่มาเดิน ๆ รับจ๊อบแล้วก็ได้เงิน แต่พอไปทําจริง ๆ มันก็ยากนะ แต่เพราะได้วิชาจากแพรวมาเยอะ จึงไม่ค่อยมีปัญหาอะไร”
0

จากนั้น เขาก็ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงเหมือนกับหนุ่มสาวแพรวรุ่นเดียวกัน

0
” ช่วงเก็บตัวประกวดแพรว แพรวจะส่งผู้เข้าประกวดไปแคสต์ที่บริษัทใหญ่ ๆ อย่างโพลีพลัส, แกรมมี่, อาร์เอส บังเอิญว่าผมไปโดนใจเอ็กแซ็กท์เข้า จึงได้มาเล่นละคร พอลไปเป็นพิธีกรที่โพลีพลัส หยวนเป็นนักร้องแกรมมี่ มิวสิค ผมเป็นคนไม่มีพรสวรรค์เรียนการแสดงอยู่เป็นปีเหมือนกันกว่าจะได้เล่นละครเรื่องแรก สําหรับผมมันยากเหมือนกันนะ
0
ป้อง ณวัฒน์
0
” ละครเรื่องแรกที่เล่นคือ ‘เลือดหงส์’ ซึ่งนํานักแสดงหน้าใหม่ 5 คนมาเล่น รวมถึงผมด้วย บางคนแม้จะหน้าใหม่เหมือนกันแต่เล่นได้ ส่วนผมไม่รู้จะเอามือไม้ไปวางไว้ไหน แรก ๆ ก็เคยคิดว่าเราคงไม่เหมาะกับวงการนี้มั้ง จริง ๆ ผมก็ตั้งใจว่าจะเล่นละครแค่ปีเดียว แล้วไปเรียนต่อเมืองนอก”
0

พอครบปี เขากลับไม่ได้ทําอย่างที่ตั้งใจไว้แต่แรก

0
ละครเรื่องนั้นฟีดแบ็คดีมาก ผมไม่ได้เป็นพระเอก เล่นเป็นตัวรอง เป็นคนป่วย แต่กระแสดีมาก คนชอบมาก ไปไหนมีแต่คนเรียกพี่รสิน พี่บอย (คุณถกลเกียรติ วีรวรรณ) จึงเรียกเข้าไปคุย บอกว่าจะให้เล่นละครฉลองสิบปีเอ็กแซ็กท์ เรื่อง ‘รักในรอยแค้น’ ซึ่งพี่แท่งกับพี่นุสบาเคยเล่นไว้ เป็นการนํากลับมาสร้างใหม่ จากนั้นก็เลยเล่นละครเรื่อยมาจนถึงวันนี้”
0

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ละครที่เขาเล่นมีทั้งประสบความสําเร็จและไม่ประสบความสําเร็จ เขาเล่าถึงวิธีรับมือกับความล้มเหลวว่า

0

มองว่าอาชีพนี้ก็เหมือนงานอื่น ๆ เหมือนตํารวจ ทหาร ข้าราชการ ฯลฯ คือมันมีขึ้นมีลง มีช่วงเวลาที่ดี ช่วงเวลาที่ไม่ได้ แต่ถ้าดี เจ๋งจังเลย เดี๋ยวมันก็ผ่านไป ถ้าไม่ดี ละครแป้ก เดี๋ยวมันก็ผ่านไป ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน เอาเป็นว่ารับงานอะไรมาก็ทําให้เต็มที่ก็พอ เพราะละครเรื่องหนึ่งมันไม่ได้เหมือนสูตรคํานวณ ที่เท่านี้บวกเท่านี้แล้วจะออกมาเท่ากับเท่านี้ บางเรื่องตั้งใจมากละครไม่ดัง ละครบางเรื่องไม่คิดว่าจะดังมาก กลับดังถล่มทลาย บางครั้งมันก็มีเหตุปัจจัยที่เราคุมไม่ได้ สิ่งที่ทําได้ก็คือทําเต็มที่ในส่วนที่เป็นงานของเรา

0

ป้อง ณวัฒน์

0
“อย่างเรื่อง ‘รักในรอยแค้น’ เป็นละครฉลองสิบปีบริษัทเอ็กแซ็กท์ ทุกคนคิดว่าจะดังแต่ก็ไม่ดังอย่างที่คิด ในขณะที่ ‘สงครามนางฟ้า’ ตัวละครที่ผมเล่นออกแนวร้ายด้วยซ้ํา ตอนรับเล่นยังรู้สึกว่าร้ายไปหรือเปล่า ปรากฏว่าละครดังมาก หรืออย่างเรื่อง ‘พิษสวาท’ ตอนเล่นเป็นเรื่องราวในอดีตสนุกมาก แต่พอเป็นเรื่องราวปัจจุบัน ไม่แน่ใจว่ามันจะสนุกไหมต้องยอมรับว่าพี่สันต์ ศรีแก้วหล่อ ผู้กํากับเก่งมาก พอตัดต่อออกมาสนุกมาก คือละครจะสนุก มันมีองค์ประกอบหลายอย่าง”
0

เขาไม่เพียงเป็นนักแสดงที่โด่งดังในเมืองไทย แต่ยังมีแฟนละครชาวจีนเป็นจํานวนมาก จนได้ไปเล่นละครจีนร่วมกับนักแสดงจีนอีกด้วย

0
“ตอนไปเล่นละครที่จีน อยู่ท่ามกลางนักแสดงที่พูดภาษาจีนกันหมด บางครั้งก็มานั่งย้อนคิดตอนที่ประกวดหนุ่มสาวแพรว ตอนที่เล่นละครยังไม่เก่ง ก็คิดว่า เอ้อ เรามานั่งตรงนี้ได้ยังไง ถ้าตอนนั้นมีคนบอกว่าอีกสิบปีจะได้มาเล่นละครที่จีน ไม่มีทางเชื่อแน่
0
“วันแรกที่ไปโชว์ตัวที่เมืองจีน จําได้ว่าไปปักกิ่ง ไฟล์ทออกจากเมืองไทยประมาณเที่ยงคืน ไปถึงปักกิ่งเจ็ดโมงเช้า ผมกะว่าจะนอนบนเครื่องบิน ก็ใส่เสื้อยืดคอวี กางเกงวอร์มอะไรแบบนี้ ผมลงไปถึงก็โอ้โห คนมารับที่สนามบินเป็นร้อย เซอร์ไพร้ส์มาก เราไม่ได้เตรียมตัวอะไรไปเลย
0
ป้อง ณวัฒน์
0
แฟนละครจีนน่ารัก ผมซึ้งใจมาก ตอนไปอยู่ซูโจว ไปถ่ายละคร เขากลัวว่าเรากินอาหารไม่ได้ ก็ซื้ออาหารไทยมาให้ ทําอาหารไทยมาให้ พอรู้ว่าเราชอบขี่จักรยาน รู้ว่าเราไม่รู้จะไปไหน ก็ซื้อจักรยานมาให้สองคัน เผื่อให้ผู้จัดการขี่เป็นเพื่อน เขาดูแลดีมาก”
0

เหตุผลหนึ่งที่ทําให้เขายังคงได้รับความนิยมคือ การดูแลตัวเองให้ดูดีทั้งร่างกายและจิตใจ

0

“ผมเป็นคนสูงผอมมาตั้งแต่เด็ก คือกินให้ตายก็ไม่อ้วน เมื่อก่อนกินทุกอย่างแต่ตั้งแต่อายุ 35 เป็นต้นมาก็ต้องเริ่มคุมแป้งกินไขมัน น้ําตาลน้อยลง เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ออกกําลังกายสม่ําเสมอ แต่ผมไม่ได้เล่นฟิตเนสแบบหักโหม ประเภทวันนี้อยากเล่น เล่นสามชั่วโมงเลย แล้วหายไปเดือนหนึ่ง ค่อยมาเล่นใหม่ แค่คุณมาออกกําลังกายวันละชั่วโมง แต่คุณต้องมาบ่อย ๆ สุขภาพก็จะค่อย ๆ ดีขึ้นเอง ผมไม่ค่อยเครียดกับมันมาก วันไหนทํางานก็ทําไป ถ้าเลิกงานเร็วก็ไป ถ้าไม่มีเวลาวันไหนหยุดก็ค่อยไป แค่ทําให้เป็นนิสัยว่ามีเวลาว่างก็ไปออกกําลังกาย

0

ป้อง ณวัฒน์

0
“นอกจากนี้ อาจเป็นกรรมพันธุ์ด้วยครับพ่อแม่ผมก็ไม่แก่ ตอนนี้ 72 ยังเดินสบาย หน้าก็ไม่ค่อยแก่ ผมยังบอกแม่เลยว่า อายุเท่าแม่ได้เท่านี้ก็เอาละนะ ผมว่าผู้ชายพอถึงวันหนึ่งคงไม่ต้องหล่อเป๊ะมาก แค่อย่าหัวล้านกับอ้วนลงพุงก็น่าจะรอดแล้ว (หัวเราะ) พ่อผมทุกวันนี้ผมก็ยังดก ถ้าผมเหมือนพ่อก็ไม่น่าหัวล้าน เหลือแต่คุมความอ้วน เราคงไม่ต้องเป็นผู้ชายหล่อเท่แบบวัยรุ่น แค่ดูดี ดูภูมิฐานตามวัย
ก็พอ คือเราเอาชนะธรรมชาติไม่ได้อยู่แล้ว ดูอย่างทอม ครูซ, แบรด พิตต์ หนุ่ม ๆ หล่อมาก ตอนนี้ยังแก่เลย

0

เมื่อถามถึงวิธีดูแลจิตใจ เขาเป็นคนหนึ่งที่นําหลักธรรมะมาปรับใช้ในการดําเนินชีวิตได้ดีทีเดียว

0
“ผมเคยบวชมาแล้ว เราเป็นชาวพุทธใช่ไหมครับ แม่ไม่ได้บอกให้บวชหรอก แต่เราก็รู้ว่าแม่อยากให้บวช ผมเคยเรียนนั่งสมาธิ ตอนเด็ก ๆ เขาบอกว่านั่งแล้วจะเห็นนั่นเห็นนี่ก็เลยอยากรู้ว่าถ้าเรานั่งแล้วจะเป็นอย่างไร จะได้เห็นอะไร แล้วถ้าได้นั่งในขณะที่เป็นพระแวดล้อมด้วยความสงบ ก็น่าจะดีนะ พอดี
ตอนนั้นผมต้องผ่าเข่าเพราะเตะบอลแล้วเอ็นขาด จึงตั้งใจว่าบวชเสร็จค่อยผ่าเข่า เพราะหลังสึกกว่าผมจะขึ้นก็ต้องสองสามเดือน ระหว่างนั้นทํางานไม่ได้อยู่แล้ว จะได้พักไปเลย
0
ป้อง ณวัฒน์
0
“ผมไม่ใช่แนวสุดโต่งไปทางใดทางหนึ่งคิดว่าบวชก็เพื่อเรียนรู้หลักธรรมและจะนําไปใช้อย่างไรดีกว่า ผมไปอยู่วัดแถววังน้ําเขียว ช่วงนั้นอากาศหนาว ๆ หน่อย ก็เงียบ ๆ ดี พยายามเรียนรู้เรื่องการทําสมาธิ การทําใจและพยายามจดจําว่าอะไรที่เหมาะกับชีวิตของเรา อะไรที่ใช้ได้ก็เอามาใช้
0
การนั่งสมาธิก็เหมือนกับการฝึกจิตใจ เหมือนเราเล่นกีฬา ออกกําลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ ผมว่าเดินทางสายกลางอย่างที่พระพุทธเจ้าบอกดีที่สุด ไม่สุดโต่งไปทางไหนอย่างเล่นฟิตเนสก็เหมือนกัน ทําสม่ําเสมอ เดินทางสายกลาง คือไม่ต้องหักโหม แต่ก็ไม่หย่อนยาน
0
“การบวชทําให้เข้าใจว่าทุกอย่างมันเป็นธรรมชาติ ปรับอะไรไม่ได้ นอกจากปรับใจตัวเอง อะไรที่มันดี มันมาเดี๋ยวมันก็ไป อะไรที่ไม่ดีก็เหมือนกัน เดี๋ยวมันก็ไป
0
“ผมชอบที่นุ่น วรนุชพูดตอนแสดงเรื่องละคร ‘พิษสวาท’ เรตติ้งดี นุ่นพูดทํานองว่างานที่มันดี คนรัก คนชอบ เดี๋ยวมันก็ผ่านไป เรามีหน้าที่ทํางานให้ดีที่สุด ผมรู้สึกว่าใช่เลยละครฮิตจังเลย เดี๋ยวมันก็ผ่านไป เดี๋ยวคนก็ลืม ละครที่ถูกคนว่าแย่ ไม่ดีเลย เดี๋ยวมันก็ผ่านไปเหมือนกัน หน้าที่ของเราคือทํางานกัน
ต่อไปให้ดีเท่านั้น อย่าไปหลงระเริงกับความสําเร็จ เพราะอีกเดือนสองเดือน คนก็ลืมแล้ว
0
“ความสุขของผมไม่มีอะไรมาก แค่ได้ทําอะไรอย่างที่ชอบ ผมชอบเล่นกีฬา ได้เจอ
เพื่อนฝูงท่องเที่ยวทุกวันนี้ก็โอเคนะ สบายดี ไม่ได้รู้สึกว่าลําบากอะไรเลย”
0
ป้อง ณวัฒน์
0

ส่วนเป้าหมายในชีวิตนั้น เขาบอกง่าย ๆ ว่า

0
” ไม่รู้ ยังไม่ได้คิดเลย (หัวเราะ) ขอแค่มีความสุขทุกวันแล้วกัน แค่นี้ก็กําไรแล้วอยู่กับปัจจุบันนี่แหละดีที่สุดแล้ว เพราะเราไม่รู้หรอกว่าพรุ่งนี้เราจะตายหรือเปล่า แม่ผมเคยบ่นว่า โอ๊ย ฉันแก่ เดี๋ยวฉันก็ตาย
แล้ว ผมก็บอกแม่ว่า อย่าพูดแบบนั้น บางคนอายุสามสิบกว่าก็ตายแล้ว แม่อายุ 72 แม่ได้กําไรมาตั้งเยอะแล้ว
0

“ ผมว่าชีวิตคนเราถ้าคิดอะไรไม่ออกพุทธศาสนามีคําตอบให้หมด ”

0
ที่มา : นิตยสาร Secret ฉบับที่ 216
ผู้เขียน/แต่ง : ปถวิกา
ภาพ : สุเมธ วิวัฒน์วิชา
ผู้ช่วยช่างภาพ : ชุติมา มลิชัยศรี
สไตลิสต์ : สลาลี สมบัติมี
0

บทความน่าสนใจ
keyboard_arrow_up