พาทัวร์ดินแดนของคนดี อุตรกุรุทวีป บ้านเกิดของเหมหิรัญญ์

พาทัวร์ดินแดนของคนดี อุตรกุรุทวีป บ้านเกิดของเหมหิรัญญ์

เห็นคำว่า อุตรกุรุทวีป “ดินแดนของคนดี” ปรากฏบนโลกออนไลน์มากมาย จึงทราบว่า อ่อ เป็นคำฮิตที่มาจากละครที่สร้างจากงานเขียนจากปลายปากกาของคุณพงศกรเรื่อง “ลูกไม้ลายสนธยา” ที่เพิ่งออนแอร์ไปเมื่อไม่กี่วันนี้เอง ต้องขอเท้าความถึงนวนิยายก่อน

นวนิยายเรื่องนี้เป็นนวนิยายประเภทแฟนตาซี ซึ่งมองว่าเป็นแฟนตาซีในจริตของคนไทยก็ว่าได้ เพราะเนื้อหากล่าวถึงอีกดินแดนหนึ่งในจินตนาการจากความเชื่อของพระพุทธศาสนา คือ ทวีปแห่งหนึ่งที่มีนามแสนไพเราะว่า “อุตรกุรุทวีป”

 

 

หลายท่านคงคุ้นชื่อทวีปนี้กันดี ทวีปนี้ไม่มีปรากฏในแผนที่โลกปัจจุบัน แต่ปรากฏในแผนที่ยุคโบราณ และในจิตรกรรมฝาผนังตามวัดวาอาราม เพราะได้รับอิทธิพลมาจากวรรณคดีพุทธศาสนาที่แต่งขึ้นในสมัยสุโขทัยชื่อว่า “เตภูมิกถา” หรือ ที่เรารู้จักกันในชื่อ “ไตรภูมิพระร่วง” ซึ่งเป็นวรรณคดีพระะพุทธศาสนาที่ได้รับอิทธิพลมาจากคัมภีร์อรรถกถา ที่พระพุทธโฆษาจารย์แปลมาจากคัมภีร์อรรถกถาของศรีลังกา

 

ชาวอุตรกุรุทวีปในจิตรกรรมวัดสุทัศน์

 

พระพุทธเจ้าตรัสถึงอุตรกุรุทวีป

ในพระไตรปิฎกอันเป็นคัมภีร์ที่รองรับพระพุทธพจน์ของพระพุทธเจ้า ปรากฏเรื่องของอุตรกุรุทวีปอยู่ในสองพระสูตรที่มีชื่อว่า “ฐานสูตร” และ “จูฬนีสูตร” ขอเริ่มเกริ่นเรื่องราวของอุตรกุรุทวีปในฐานสูตรก่อน

ฐานสูตร (อ่านว่า ฐานะ แปลว่า การดำรงอยู่) เป็นพระสูตรที่พระพุทธเจ้าตรัสสอนพระภิกษุการดำรงอยู่ของมนุษย์ในชมพูทวีป มนุษย์ในอุตตรกุรุทวีป และ เทวดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

โดยพระองค์ทรงกล่าวว่า มนุษย์ชาวอุตรกุรุทวีป ประเสริฐ (ดี อาจตีความว่า เป็นคนดี) กว่าเทวดาบนสวรรค์ชัั้นดาวดึงส์ และมนุษย์ชาวชมพูทวีป เพราะชาวอุตรกุรุทวีปจะดำรงอยู่ด้วย 3 สิ่ง คือ

  1. ปราศจากความทุกข์

  2. ไม่หวงแหนสิ่งของว่าเป็นของตน

  3.  มีอายุยืนยาว (ในไตรภูมิพระร่วงระบุว่า ชาวอุตตรกุรุทวีปมีอายุยืนเป็น 1000 ปี)

จูฬนีสูตร เป็นพระสูตรอีกเรื่องที่กล่าวย้ำถึงการมีอยู่ของอุตรกุรุทวีป พระอานนท์ทูลถามพระพุทธเจ้าว่า ในอดีตครั้งสมัยของพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งมีพระนามว่า “พระสิขีพุทธเจ้า” พระสาวกรูปหนึ่งนามว่า “อภิภู” ได้ทำการเปล่งเสียงของตนให้ดังไปทั่วโลกธาตุนับพันแห่ง แล้วพระพุทธเจ้าทรงสามารถกระทำเช่นนี้ได้หรือไม่

พระพุทธเจ้าทรงตอบว่า พระพุทธเจ้าสามารถทำเช่นนี้ได้ถึงแสนโกฏิจักรวาล รวมทั้งแผ่พระรัศมีได้ถึงแสนโกฏิจักรวาลด้วย ในการอธิบายของพระพุทธเจ้าได้ตรัสถึง อุตรกุรุทวีป ว่าเป็นอีกดินแดนหนึ่งที่พระสุรเสียงกับพระรัศมีของพระองค์แผ่ไปร่วมอยู่ด้วย

 

 

อุตรกุรุทวีป ดินแดนของคนดี

ไตรภูมิพระร่วง กล่าวว่า อุตรกุรุทวีป เป็นดินแดนอยู่ทางทิศเหนือของเขาพระสุเมรุ ชาวอุตรกุรุทวีปมีใบหน้าเป็นสี่เหลี่ยม (แต่พี่ฌอห์ณ จินดาโชติเรา หน้าไม่เหลี่ยม ?) มีสุวรรตบรรพต (ภูเขาทอง) ล้อมรอบทวีปประหนึ่งปราการ คนที่อยู่ในทวีปมีการดำรงชีวิตที่ดีกว่าทวีปอื่น (พระพุทธศาสนาเชื่อว่า มนุษยภูมิ หรือโลกมนุษย์ประกอบด้วยทวีปทั้ง 4 คือ ชมพูทวีป บุรพวิเทหทวีป อมรโคยานทวีป และ อุตตรกุรุทวีป) เพราะชาวอุตรกุรุทวีปเป็นคนมีบุญ เนื่องจากเขารักษาศีล

ชาวอุตรกุรุทวีปไม่มีวันแก่ ผู้หญิงหยุดเติบโตเมื่ออายุได้ 16 ปี ส่วนผู้ชายก็หยุดเติบโตที่อายุ 20 ปี เป็นหนุ่มเป็นสาวไปจนถึงอายุ 1000 ปี แล้วจึงสิ้นบุญ ตรงกับพุทธพจน์ของพระพุทธเจ้าที่ว่า ชาวอุตตรกุรุทวีปมีอายุยืนยาว ทั้งยังปราศจากโรคภัยเบียดเบียน และไร้ความอัปลักษณ์ ดินแดนนี้จะมีแต่คนหล่อและคนสวยเท่านั้น มิน่าดินแดนแห่งนี้จึงถูกยกเป็นดินแดนในอุดมคติของชาวพุทธ

 

 

การดำรงชีวิตของชาวอุตรกุรุทวีป

ชาวอุตรกุรุทวีปไม่ต้องปลูกข้าวกินเอง เพราะมีข้าวชนิดพิเศษที่ชื่อว่า “สัญชาตสาลี” เป็นข้าวที่สามารถเติบโตขึ้นได้เอง ไม่ต้องหว่านเมล็ด ดังนั้นดินแดนแห่งนี้จะไม่มีอาชีพชาวนา

ข้าวชนิดนี้จะออกรวงเป็นข้าวสาร ตัวข้าวจะไม่มีเปลือกและลำ ไม่ต้องมาตำหรือฝัดข้าวเพื่อให้เปลือกและลำหลุดจากตัวข้าว

พอจะรับประทานข้าว เพียงนำข้าวสารจากต้นสัญชาตสาลีกรอกใส่หม้อทองเหลือง หรือกรอกใส่ผลไม้ชนิดหนึ่งที่มีรูปทรงเหมือนหม้อ เรียกว่า “ตุณหิรกะ” นำไปวางบนหินวิเศษที่มีชื่อว่า “โชติปาสาณ” ไม่นานข้าวก็จะสุกสามารถรับประทานได้ เทียบได้ประหนึ่งหม้อหุงข้าวไฟฟ้าในปัจจุบันเลยก็ว่าได้

หากต้องการเสื้อผ้า เครื่องใช้สอยในชีวิตประจำวัน เพียงแค่คิดสิ่งของเหล่านี้จะไปปรากฏเกิดเป็นผลของต้นไม้ชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า “กัลปพฤกษ์” จากความเชื่อนี้จึงกลายมาเป็นการละเล่นที่พบเจอได้ตามงานวัดและเทศกาลสำคัญคือ “สอยดาว” หรือ “สอยต้นกัลปพฤกษ์” ที่ผู้เล่นต้องเสี่ยงทายสอยหมายเลขที่ผูกติดไว้กับต้นไม้จำลองลงมา เพื่อลุ้นว่าจะได้รับรางวัลเป็นอะไร

ต้นกัลปพฤกษ์ของชาวอุตรกุรุทวีปที่เพียงแต่คิดอยากได้สิ่งใดก็มีปรากฏให้ ไม่ต่างจากห้างสรรพสินค้าที่มีสินค้าทุกอย่างให้เราซื้อ

 

ต้นกัลปพฤกษ์ในจิตรกรรม วัดพิชยญาติการาม

บ้านของชาวอุตรกุรุทวีปเป็นต้นไม้ชนิดหนึ่งที่มีเปลือกเป็นทองคำเรียกว่า “มัญชุสถา” คงมีลักษณะคล้ายตึกหรือคอนโดมิเนียมในโลกปัจจุบัน

เวลาที่ผู้หญิงให้กำเนิดบุตร พวกเธอจะไม่มีอาการเจ็บท้องเลยขณะที่คลอด ยิ่งไปกว่านั้นหากแม่คนไหนใกล้จะคลอด แผ่นดินจะนูนขึ้นมาเป็นแท่นรับรองร่างของเธอไว้ เพื่อให้เธอได้คลอดลูกอย่างปลอดภัย

เด็กน้อยที่ลืมตาดูโลกก็ไม่มีคราบเมือกเป็นมลทิน คือเด็กเกิดมา แม่ไม่ต้องอาบน้ำให้ลูกเลย เพราะเนื้อตัวจะสะอาดตั้งแต่ออกมาจากท้องแม่

เวลาให้นมลูก เพียงแม่ยื่นนิ้วเข้าไปในปากของลูก น้ำนมก็ไหลออกจากนิ้ว ถ้าแม่วางลูกไว้ คนมาเห็นเกิดความเอ็นดูก็สามารถป้อนนมเด็กได้จากนิ้วมือเช่นกัน อาจเทียบได้กับการป้อนเด็กด้วยขวดนมในปัจจุบัน

 

 

อุปนิสัยของชาวอุตรกุรุทวีป

มีนิสัยยิ้มแย้มตลอดเวลา เพราะไม่มีความทุกข์ ชอบเล่นดนตรี เล่นเพลิดเพลินไปตลอดวัน บางครั้งลงเล่นน้ำ ถอดเสื้อผ้าไว้ที่ฝั่ง พอขึ้นจากน้ำก็ไม่สนใจว่าเสื้อนี้เป็นของใคร เจ้าของเสื้อก็ถือโกรธ ตรงกับพุทธพจน์ของพระพุทธเจ้าที่ว่า ชาวอุตรกุรุทวีปไม่หวงแหนสิ่งของที่เป็นของตน ชอบถือศีล ซึ่งในพระพุทธศาสนาเชื่อว่าเป็นเหตุที่ทำให้คนอายุยืน ชายหญิงในดินแดนนี้จึงอายุยืน

 

ชาวอุตรกุรุทวีปในจิตรกรรม วัดพิชยญาติการาม

 

วาระสุดท้ายของชาวอุตรกุรุทวีป

ทุกสรรพสิ่งล้วนมีความเสื่อมและดับ แม้ชาวอุตรกุรุทวีปจะมีความสุข และชีวิตที่ยืนยาว แต่หาได้เป็นอมตะ การตายของชาวอุตรกุรุทวีปสิ้นสุดที่อายุเพียง 1000 ปี ดินแดนนี้ไม่มีพิธีเผาศพเหมือนชมพูทวีป หลังจากมีชาวอุตรกุรุทวีปสิ้นลมไปคนหนึ่ง ชาวอุตรกุรุทวีปจะร่วมกันช่วยอาบน้ำศพให้หอมด้วยกระแจะจันทน์และน้ำมันหอม แล้วตกแต่งด้วยเสื้อผ้าแพรพรรณอย่างดี นำศพไปวางไว้ในที่ลานโล่งกว้าง นกหัสดีลิงค์จะบินลงมารับศพไปทิ้งยังทวีปอื่น เช่น ชมพูทวีป ด้วยชาวอุตรกุรุทวีปเป็นผู้มีศีล และประพฤติในศีล 5 มาตลอดชีวิต เมื่อสิ้นบุญก็จะไปบังเกิดยังสวรรค์ทันที

 

นกหัสดีลิงค์

 

ความสัมพันธ์ระหว่างชาวอุตรกุรุทวีปกับชาวชมพูทวีป

คติพระมหาจักรพรรดิราชกล่าวถึงสตรีคู่บุญของพระมหาจักรพรรดิราชว่าเป็นผู้หญิงที่มีบุญ ซึ่งผู้หญิงที่มีบุญญาบารมีเทียบเท่าพระมหาจักรพรรดิราชในชมพูทวีปได้ ต้องเป็นผู้หญิงจากอุตรกุรุทวีป ดังมีปรากฎในไตรภูมิพระร่วงว่า

 

เดชอำนาจพระบุญญาบารมีของพระมหาจักรพรรดิ จะบันดาลให้นางแก้วในแผ่นดินอุตตรกุรุทวีป มาเป็นพระอัครมเหสีคู่บารมีพร้อมด้วยอาภรณ์เครื่องประดับตกแต่งทุกอย่าง ประกอบด้วยรัตนะ ๗ ประการ รุ่งเรืองสดใสงดงามยิ่ง โดยเหาะมาเฝ้าทางอากาศ เหมือนนางฟ้าเหาะไปเฝ้าพระอินทร์ฉะนั้น แล้วเข้าเฝ้าพระยามหาจักรพรรดิราช

 

ไม่เท่านั้นสตรีจากอุตรกุรุทวีปที่มาแต่งงานกับชาวชมพูทวีป นอกจากพระมหาจักรพรรดิราชก็มีท่านโชติกเศรษฐี ภรรยาของท่านเป็นสตรีจากอุตรกุรุทวีป ในอรรถกถา คาถาธรรมบท เรื่อง พระโชติกเถระ และไตรภูมิพระร่วงได้กล่าวเรื่องนี้ไว้ว่า

ภรรยาท่านโชติกเศรษฐีเป็นสตรีมาจากอุตรกุรุทวีป มีนามว่า “อตุลกายเทวี” นางนำของวิเศษจากดินแดนแห่งนั้นมาด้วยคือ หม้อแกง (คาดว่าจะเป็น ผลตุณหิรกะ) ก้อนหินโชติปาสาณ 3 ก้อน ข้าวสาร 3 ทะนาน และสัญชาติสาลี 2 ทะนาน ซึ่งสามารถหุงให้ท่านเศรษฐีรับประทานได้ตลอดชีวิต

เมื่อท่านโชติกเศรษฐีเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา แล้วตัดสินใจออกบวช เทวดาก็เชิญนางอตุลกายเทวีกลับบ้านเกิดของนางคือ อุตรกุรุทวีป ดังเดิม

 

 

แสดงให้เห็นว่าชาวชมพูทวีปกับชาวอุตรกุรุทวีปยังมีการติดต่อกัน ซึ่งชาวอุตรกุรุทวีปที่มายังชมพูทวีปมีเพียงผู้หญิงที่มาแต่งงานกับบุรุษชาวชมพูทวีปที่เป็นผู้มีบุญบารมีมาก แต่สำหรับนวนิยายเรื่อง ลูกไม้ลายสนธยา บุรุษรูปงามแห่งอุตรกุรุทวีปนามว่า “เหมหิรัญญ์” จะเป็นชายคนแรกแห่งดินแนของคนดีที่จะมาเยือนชมพูทวีป ซึ่งเป็นการแหวกขนบวรรณคดีพระพุทธศาสนาไม่น้อย

ในคติพระพุทธศาสนาสะท้อนแนวคิดเรื่องโลกศาสตร์และจักรวาลวิทยาผ่านจินตนาการ ทวีปทั้งสี่ซึ่งย่อมรวมดินแดนของคนดีอย่างอุตรกุรุทวีปไว้ด้วย จะมีจริงหรือไม่ ถ้ามีจริงแล้วจะอยู่ส่วนไหน ตำแหน่งไหนของโลกและจักรวาล อาจหาข้อสันนิษฐานได้ในมุมมองของนักฟิสิกส์ จากหนังสือธรรมะ สำนักพิมพ์อมรินทร์ธรรมะ เรื่อง พุทธจักรวาล

ที่มา :

th.wikipedia.org

vajirayana.org

อรรถกถาจูฬนีสูตร

วินัยปิฎก มหาวรรค เรื่องปาฏิหาริย์

อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เรื่อง พระโชติกเถระ

ผู้แต่ง/ผู้เรียบเรียง : ฟ้าเขียว

ภาพ :

e-shann.com

triphom.blogspot.com

seanjinda_official

ชนินทร์ ผ่องสวัสดิ์


บทความน่าสนใจ
จุดตัดในสังสารวัฏ ธรรมะโดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ
ถ้ามั่นใจก็ตายดี วิธี จากไปอย่างสงบ บทความธรรมะโดย ครูหนุ่ย งามจิต มุทะธากุล
พระเนมิราช พระราชาผู้ท่องนรก-สวรรค์
ทำไมพุทธทาสภิกขุถึงปฏิเสธนรก-สวรรค์และการเวียนว่ายตายเกิด
“ความสุข” ตัวชี้วัดความสำเร็จของ ฌอห์ณ จินดาโชติ
คิดดี ธรรมดี ชีวิตดี ฌอห์ณ จินดาโชติ
keyboard_arrow_up