สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

ครั้ง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระราชปุจฉาธรรมกับหลวงปู่ฝั้น อาจาโร เรื่องการเกิด-ดับ

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

ครั้ง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระราชปุจฉาธรรมกับหลวงปู่ฝั้น อาจาโร เรื่องการเกิด-ดับ

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงสงสัยเรื่องการเกิด-ดับในพระพุทธศาสนา ซึ่งในขณะนั้นมีคนจำนวนมากเชื่อว่าดับแล้วสูญ ไม่มีการเกิดอีก

หลวงปู่ฝั้น อาจาโร เป็นพระสงฆ์ นักปฏิบัติภาวนารูปหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงเคารพมาก หากหลวงปู่เดินทางมากรุงเทพมหานครครั้งใด ทั้งสองพระองค์จะโปรดให้อาราธนาเข้าไปแสดงธรรมในพระราชฐาน อย่างเหตุการณ์หนึ่งที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงสงสัยเรื่องการเกิด-ดับในพระพุทธศาสนา ซึ่งในขณะนั้นมีคนจำนวนมากเชื่อว่าดับแล้วสูญ ไม่มีการเกิดอีก

 

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

 

ขณะนั้นหลวงปู่ฝั้นเดินทางมายังพระนครแล้วพำนักอยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหาร  ในหลวง รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

 

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

 

สมเด็จพระนางฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชปุจฉาสนทนาธรรมกับหลวงปู่ฝั้น อาจาโรว่า

“คนทุกวันนี้เข้าใจว่า ตายแล้วไม่ได้เกิด ถ้าคนตายแล้วไม่เกิด ทำไมมนุษย์จึงเกิดกันมาก หากเดียรัจฉานเขาพัฒนาตนเอง จะถึงขั้นเกิดเป็นมนุษย์ได้ไหม”

 

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

 

หลวงปู่ฝั้นวิสัชชนาว่า

“ได้ เกี่ยวกับจิตใจ ใจคนมีหลายนัย ตัวเป็นมนุษย์ แต่ใจเป็นสัตว์ ตัวเป็นมนุษย์ แต่ใจเป็นเปรต ตัวเป็นมนุษย์ แต่ใจเป็นนรก ตัวเป็นมนุษย์ ใจเป็นมนุษย์ หรือเทวดา เป็นพรหม เป็นพระอรหันต์ เป็นพระพุทธเจ้า ก็มาจากคน” 

 

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

 

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชปุจฉาต่อว่า

“จะรู้ได้อย่างไรคะ”

 

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

 

หลวงปู่ฝั้นวิสัชชนาว่า

“ให้นั่งพิจารณาดู ที่ใจไม่อยู่ คิดโน่นคิดนี่ นั่นแหละ เรียกว่า มันไปต่อภพต่อชาติ ที่ว่าเกิดตามบุญตามบาปที่ทำไว้ เป็นเปรตคือใจที่มีโมโห โทโส ริษยา พยาบาท ใจนรก คือ ใจทุกข์ กลุ้มอกกลุ้มใจ

“ใจเป็นมนุษย์คือ ใจที่มีศีล 5 มีทาน มีภาวนา ใจเป็นเศรษฐี ท้าวพระยามหากษัตริย์ คือ ใจดี

“ใจเป็นเทวดาคือ มีเทวธรรม มีหิริ-ความละอายบาป โอตตัปปะ-ความเกรงกลัวบาป น้อยหนึ่งไม่อยากกระทำ

“ใจเป็นพรหมคือมีพรหมวิหารธรรม

“ใจว่างเหมือนอากาศ ใจพระอรหันต์ คือ ท่านพิจารณาความว่างนั้นจนรู้เท่า แล้วปล่อย เหลือแต่รู้ ใจพระพุทธเจ้า รู้แจ้งแทงตลอดหมดทุกอย่าง ”

 

พระราชปุจฉาแห่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ แสดงให้ประจักษ์ถึง “ธรรมราชินี” ว่าทรงเป็นสมเด็จพระราชินีผู้ทรงฝักใฝ่ในธรรม ทรงเป็นสมเด็จพระราชินีผู้ทรงอุปถัมภ์ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ซึ่งจะหาพระราชินีผู้ทรงมีพระปรีชาสามารถเช่นนี้ได้ยาก

 

ที่มา :

หนังสือชุดสุดยอดสงฆ์ อมรินทร์ธรรมะ : หลวงปู่ฝั้น อริยสงฆ์ผู้มีพลังจิตกล้าแกร่ง โดย ดวงพร ตรีบุบผา

ภาพ :

www.dhammajak.net

www.tnews.co.th

www.chaoprayanews.com


บทความน่าสนใจ

พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ 86 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เรียนรู้พระราชกรณียกิจ ผ่านนานากิจกรรมตลอดเดือนสิงหาคม

สุพิศ คงนวลใย แม้ต้องใช้ชีวิตในดงควันปืน แต่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ คือบ้านเกิดของครู

ขอเชิญร่วมสวดมนต์ในพิธีมหามงคล 29 มิ.ย. ณ ลานพระราชวังดุสิต

 

keyboard_arrow_up