มารดาคือพรหมของบุตร

มารดาคือพรหมของบุตร พระผู้สร้างที่มีลมหายใจ

มารดาคือพรหมของบุตร
มารดาคือพรหมของบุตร

มารดาคือพรหมของบุตร พระผู้สร้างที่มีลมหายใจ

ทำไมพระพุทธศาสนาถึงกล่าวว่า มารดาคือพรหมของบุตร มาพินิจและหาสาเหตุที่มาของการขนานยกย่องว่าแม่เป็นพรหมของบุตร

พระพรหมเป็นเทพเจ้าสูงสุดพระองค์หนึ่งในคติศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ได้รับการนับถือมาก่อนพระพุทธศาสนาอุบัติขึ้นในชมพูทวีป นับถือในฐานะพระผู้สร้างโลกและจักรวาล เป็นหนึ่งในเทพเจ้าสูงสุดของศาสนาฮินดูในปัจจุบัน

 

มารดาคือพรหมของบุตร

 

 

พระพุทธศาสนาไม่อธิบายว่าโลกเกิดขึ้นจากการสร้างของพระพรหมตามอย่างศาสนาพราหมณ์-ฮินดู แต่พระพุทธศาสนากลับกล่าวถึงเหตุที่พระพรหมเชื่อว่าพระองค์เป็นผู้สร้างโลกและจักรวาล เพราะพระพรหมมีอายุขัยที่ยาวนานจนเห็นถึงการเกิด-ดับของโลกและจักรวาล แม้กระทั่งการอุบัติของพระพุทธเจ้าเองก็ผ่านมาหลายสมัย ยกตัวอย่างเช่น

 

มารดาคือพรหมของบุตร
พระพรหมเชื่อว่าพระองค์เป็นผู้สร้างโลกและจักรวาล

 

พระพรหมน้อยองค์หนึ่งมีนามว่า “สนังกุมารพรหม” (พระพรหมองค์นี้มีสร้อยต่อท้ายพระนามว่า กุมาร ซึ่งยังบ่งบอกว่าพระพรหมองค์นี้ยังเป็นเด็ก) เทศนาโปรดเทวดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ในขณะที่เหล่าเทวดากำลังประชุมกันอยู่ในสุธรรมเทวสภา

เหตุการณ์นี้มีปรากฏในคัมภีร์อรรถกถาชนวสภสูตร พระพรหมน้อยตรัสเรื่องอิทธิบาท 4 สติปัฐญาน 4 และสมาธิ 7 ซึ่งพระพรหมน้อยตรัสว่า เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าที่มีมาแล้วหลายพระองค์

 

มารดาคือพรหมของบุตร
มารดาคือพรหมของบุตร

 

แต่พระพุทธศาสนาเชื่อว่าพระพรหมที่เป็นผู้สร้างที่แท้จริงคือมารดา ดังคำที่ว่า “มารดาคือพรหมของบุตร” พรหมในที่นี้นอกจากจะเชื่อว่าเป็นพระผู้สร้างแล้ว ยังหมายถึงผู้มีความเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขาอีกด้วย มารดาเป็นผู้ให้กำเนิดบุตรดังที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในพระสูตรที่มีชื่อว่า อัญคัญญสูตร (พระสูตรที่ว่าด้วยเรื่องของการกำเนิดโลก จักรวาล และมนุษย์)

 

มารดาคือพรหมของบุตร
ทุกสรรพสิ่งเกิดออกมาจากช่องคลอดของมารดาไม่ต่างกัน

 

พระองค์ตรัสถึงการที่พราหมณ์ยกตัวสูงส่งเหมือนทุกวรรณะ เพราะเชื่อว่าตนเกิดจากพระโอษฐ์ (ปาก) ของพระพรหม แต่ที่จริงแล้วก็เกิดออกมาจากช่องคลอดของมารดาไม่ต่างจากชนชั้นอื่น จะเห็นว่าการตรัสเช่นนี้ของพระพุทธเจ้า ทำให้เห็นภาพของมารดาในฐานะผู้สร้างได้อย่างชัดเจน

 

มารดาคือพรหมของบุตร
มารดาคือผู้สร้างร่างกาย สร้างจิตวิญญาณ สร้างปัญญา และสร้างอนาคตของบุตร

 

ทำไมพระพุทธศาสนาจึงยกย่องว่ามารดาเป็นพรหมของบุตร (ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เปรียบเปรยได้อย่างถูกต้อง) พอจะอธิบายไขความสงสัยได้ดังนี้ มารดาเป็นผู้สร้าง (สร้างร่างกาย สร้างจิตวิญญาณ สร้างปัญญา และสร้างอนาคต)

 

มารดาคือพรหมของบุตร
มารดาคือผู้สร้างร่างกายและจิตวิญญาณของบุตร

 

มารดา สร้างร่างกาย เพราะหลังจากตัวอ่อนเจริญเติบโตในครรภ์เป็นเวลาถึง 9 เดือน ได้ลืมตาดูโลก มารดาเป็นผู้อภิบาลและเลี้ยงดูให้บุตรเจริญเติบโตไปตามวิถีของธรรมชาติ

มารดา สร้างจิตวิญญาณ คือให้บุตรได้ตระหนักหรือรู้สึกไปตามความจริงของโลก

 

มารดาคือพรหมของบุตร
มารดาคือผู้สร้างปัญญา และอนาคตของบุตร

 

มารดา สร้างปัญญา ด้วยมารดาเป็นครูคนแรกที่มอบความรู้ให้บุตร ได้รู้ตัวตน รู้จักคนอื่น รู้จักสิ่งรอบตัว

จะสังเกตว่าแม่หลายคนจะหัดให้ลูกเรียกขานสิ่งที่อยู่รอบตัว เช่น เรียกบุคคลในครอบครัวให้ถูกต้อง ให้ทราบว่าชายคนนี้คือพ่อ หญิงอายุมากคนนี้คือยาย ชายอายุมากคนนี้คือตา เป็นต้น

 

มารดา สร้างอนาคต เพราะมารดาเป็นคนที่ผ่านโลกมาก่อน จึงสามารถนำทางหรือชี้ทางให้บุตรไปในหนทางที่ดีได้ แต่ไม่ใช่การบังคับให้บุตรเป็น ! ? ซึ่งต้องปล่อยไปตามกฎแห่งกรรม

อย่างไรก็ตาม หน้าที่ของมารดาจะเป็นการสร้างร่างกาย สร้างจิตวิญญาณ และสร้างปัญญา ส่วนการสร้างอนาคตนั้น (เรื่องที่ยังมาไม่ถึง) จะเป็นหน้าที่ของบุตรเอง โดยมีมารดาทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์ หรือเรียกตามภาษาบ้านๆ ว่า พี่เลี้ยง คอยชี้แนะ เพราะมันต้องเป็นไปตามวิบากกรรมที่บุตรสร้างมาแต่อดีตกาล

 

มารดาคือพรหมของบุตร
มารดาเป็นพรหมเพราะมีความรักและสงสารบุตร

 

การที่มารดาเป็นผู้สร้าง (ร่างกาย จิตวิญญาณ และปัญญา) ได้นั้นเพราะท่านมีความเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา (พรหมวิหาร 4 )

เพราะเมตตา (ความรัก) จึงยอมให้ร่างกายของตนเป็นที่รองรับอีกชีวิตหนึ่ง (สร้างร่างกาย) ให้เกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้

เพราะกรุณา (สงสาร) จึงยอมบำรุงและชี้นำ (สร้างจิตวิญญาณ หรือตัวตนของบุตร) ให้บุตรดำเนินไปในโลกอย่างถูกต้อง

ในพระพุทธศาสนาเรียกว่า “มารดาเป็นผู้แสดงโลกแก่บุตร” เหตุที่ยกย่องมารดาเช่นนี้ เพราะแม่เป็นคนใกล้ตัวลูกที่สุด แม่จึงสามารถชี้แนะเรื่องราวต่างๆให้ลูกรู้และเข้าใจ ซึ่งการที่จะพัฒนาไปเป็นการสร้างปัญญา ซึ่งจะกล่าวต่อไปนี้

 

มารดาคือพรหมของบุตร
มารดาเป็นบุตรเพราะเป็นผู้ยินดีและมีความเป็นกลางแก่บุตร

 

เพราะมุทิตา (ความยินดี) ยอมเป็นครูผู้ชี้แนะความถูกต้องและความเหมาะสมสำหรับการดำรงชีวิตในสังคม (สร้างปัญญา) ส่งเสริมในลูกเรียนหนังสือ อยากรู้ อยากเรียนอะไรก็สนับสนุน เพราะอยากให้ลูกมีวิชาความรู้ติดตัว

เพราะอุเบกขา (วางใจเป็นกลาง) ยอมสละให้ลูกไปตามทางของเขา (สร้างอนาคต) ไม่ขัดขวาง สุดแล้วแต่กระแสธารของผลบุญและบาปที่ลูกสร้างมาจะพัดพาไป

ไม่มีมารดาคนใดสามารถต้านทานได้ แม้กระทั่งพระพุทธมารดาอย่างพระนางสิริมหามายา ในหลายพระชาติก็ไม่สามารถหยุดวิบากกรรมที่จะเกิดขึ้นกับพระโพธิสัตว์ได้เลย เช่น พระนางจันทาเทวีไม่สามารถห้ามปรามพระเตมียกุมารออกผนวช (จากเตมียกุมารชาดก) ไม่สามารถห้ามพระเวสสันดรถูกเนรเทศได้ (จากเวสสันดรชาดก) เป็นต้น

 

มารดาคือพรหมของบุตร
ด้วยเหตุนี้พระพุทธศาสนาจึงยกย่องมารดาเป็นพรหมของบุตร

 

ถึงแม้ว่าแม่บางคนอาจบังคับให้ลูกมาในวิถีทางที่ตนพึงพอใจได้สำเร็จ แต่การที่ลูกสามารถทำได้เช่นนี้ เพราะอานิสงส์ปัญญาที่สะสมมาแต่กาลก่อน แม่เป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่ไม่ใช่ปัจจัยหลักสำคัญที่ทำให้เป็นเช่นนี้

มีข้อสังเกตที่พระพุทธศาสนายกย่องมารดาว่าเป็นพรหมของบุตร คงเพราะแม่มีนิสัยของพระพรหม คือ มีความรัก ความสงสาร ความยินดี และความวางใจเป็นกลาง จึงขนานฉายาเช่นนี้แก่บรรดาแม่ๆ ทั้งหลาย

 

มารดาคือพรหมของบุตร
ถึงมารดาจะรักบุตรมากเพียงใด ก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกรรมที่เขามี

 

ผู้แต่ง/ผู้เขียน : ฟ้าเขียว

Secret Magazine (Thailand)


บทความน่าสนใจ

Dhamma Daily: แม่ติดการพนัน จะช่วยท่านได้อย่างไร

Josh Project โปรเจคนี้มีได้ เพราะไม่อยากให้พบกับ ความสูญเสีย เหมือนฉัน

มารดาของนายเรือผู้ปรารถนาพระโพธิญาณ อดีตพระชาติของ พระนางสิริมหามายา

keyboard_arrow_up