ขนมอาลัวดอกกุหลาบ

“อาลัวกุหลาบ” ความงามที่กินได้

ขนมไทยที่ชื่อ “อาลัว” มาฝากแต่ไม่ใช่อาลัวทรงก้นหอยแบบทั่วไป ทว่าเป็นอาลัวรูปดอกกุหลาบสีหวานหน้าตาสวยงามน่ารับประทานพร้อมสูตรมาให้ลองทำตามกัน เมื่อทำสำเร็จแล้วก็นำไปเป็นไอเดียแต่งหน้าคัพเค้กแทนการใช้น้ำตาลรอยัลไอซิ่งที่นิยมบีบเป็นรูปดอกกุหลาบได้อีกด้วย

นอกจากจะนำความเป็นไทยมาแต่งหน้าตาของคัพเค้กแล้วเรายังปรับสูตรเนื้อเค้กให้มีกลิ่นอายความเป็นไทยและดีต่อสุขภาพเพิ่มเข้าไป โดยเปลี่ยนจากเนื้อเค้กบัตเตอร์เป็นเนื้อสปันจ์ฟูนุ่มละมุนลิ้นโดยใช้น้ำมันรำข้าวแทนเนย ลดปริมาณน้ำตาลแล้วใช้น้ำมะพร้าวมาเติมความหอมหวานแทน ส่วนครีมหน้าเค้กก็นำครีมสดมาผสมกะทิแทนบัตเตอร์ครีม เท่านี้ก็ได้คัพเค้กที่ดีต่อสุขภาพ แถมช่วยสืบสานขนมไทยให้คงอยู่คู่คนไทยไปอีกนานด้วยแล้ว

ขนมอาลัวดอกกุหลาบ
ส่วนผสม (สำหรับ 30 ดอก)

  • เตรียม 10 นาที ปรุง 40 นาที (ไม่รวมเวลาตากแดด)
  • แป้งสาลีตราบัวแดง 30 กรัม
  • แป้งเท้ายายม่อม ½; ช้อนชา
  • นมสดรสจืด 1 ถ้วย
  • หัวกะทิ ½; ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 185 กรัม
  • สีผสมอาหาร(เขียว ชมพู ม่วง)
  • แป้นบีบดอกกุหลาบหัวบีบกลีบเบอร์ 124
  • และหัวบีบใบไม้เบอร์ 68 พร้อมถุงบีบ

วิธีทำ
1. ร่อนแป้งทั้งสองชนิดรวมกันเทนมลงไป คนให้แป้งละลายพักไว้
2. เทกะทิกับน้ำตาลทรายลงในกระทะทองเหลือง ใช้พายไม้คนให้น้ำตาลละลายจากนั้นยกขึ้นตั้งไฟกลาง คนไปเรื่อย ๆ พอเดือดหรี่ไฟลง แล้วจึงเทส่วนผสมข้อ 1 ผ่านกระชอนตาถี่ใส่ลงไป คนให้เข้ากัน พอส่วนผสมเริ่มข้นขึ้นให้กวนตลอดเวลาอย่าละมือจนส่วนผสมแห้งกลิ้งในกระทะ ปิดไฟ ยกลง พักให้เย็น แบ่งแป้งออกเป็นก้อน ๆ นำไปผสมสีผสมอาหารแต่ละสี 2 – 3 หยดต่อสี คนให้สีเข้ากับแป้ง แล้วบรรจุใส่ถุงบีบ
3. เริ่มบีบดอกกุหลาบโดยบีบวนที่กลางแป้นให้เป็นรูปกรวยคว่ำเพื่อเป็นใจกลางดอก จากนั้นบีบกลีบชั้นที่ 1 จำนวน 2 กลีบปะกบเข้าหากันทับใจกลางดอกแล้วจึงบีบกลีบชั้นที่ 2 จำนวน 3 กลีบ ทับกลีบชั้นแรก แล้วบีบกลีบชั้นที่ 3 และ 4 จำนวนชั้นละ 3 กลีบเท่ากัน โดยบีบให้สับหว่างระหว่างกลีบชั้นก่อนหน้าเรียงกันให้สวยงาม
4. เมื่อบีบกลีบครบตามจำนวนให้บีบใบติดกับริมกลีบนอกสุดจำนวน 3 ใบห่างกันพอสวยงามจากนั้นใช้ปลายมีดบาง ๆ แซะดอกออกจากแป้นนำไปวางบนถาด เว้นช่องไฟระหว่างดอกเท่าตัว นำไปตากแดดเช้าและบ่ายประมาณ 3 วันจนกระทั่งผิวด้านนอกของขนมแห้งกรอบแซะขนมออกจากถาดเก็บใส่ภาชนะปิดสนิท รอนำไปแต่งหน้าเค้ก

Tips: หากมีหม้ออบลมร้อนสามารถนำมาใช้อบอาลัวแทนการตากแดดได้ โดยปรับอุณหภูมิที่ 40 – 50 องศาเซลเซียส ใช้เวลาอบประมาณ 12 ชั่วโมง

พลังงานต่อหนึ่งดอก 41.56 กิโลแคลอรี
โปรตีน 0.46 กรัม ไขมัน 1.33 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 7.32 กรัม ไฟเบอร์ 00.00 กรัม

เรื่องและสูตร : เป็นเอก ทรัพย์สิน

keyboard_arrow_up