เป็ดย่างซอสกาแฟ อร่อยแน่ด้วยกาแฟบ้านเรา

เป็ดย่างซอสกาแฟ อร่อยแน่ด้วยกาแฟบ้านเรา

กว่าจะเป็นกาแฟห้วยห้อม

จากเมล็ดกาแฟไปจนถึงกาแฟในแก้วที่ดื่มนั้น คุณสุรชัยเล่าให้เราฟังว่า “ต้องผ่านกระบวนการ อาศัยเวลาและความอดทนมาก ซึ่งต้นกาแฟจะใช้เวลาโตเต็มที่ประมาณ 3 ปี และในช่วงเดือน พฤศจิกายน – เดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะเป็นช่วงที่ชาวบ้านเก็บเมล็ดกาแฟที่จะทยอยสุก เป็นผลสีแดงซึ่งจะเรียกกันว่าเชอรรี่ จากนั้นจะนำมาล้างแล้วแกะเปลือกและเนื้อออก เหลือแต่ เมล็ดด้านใน นำไปตาก 3 – 4 แดดจนเมล็ดแห้ง ได้เป็น กะลา ซึ่งเป็นเมล็ดกาแฟที่แห้งได้ที่ แล้ว เก็บไว้จนมีปริมาณมากพอจึงนำไปขัดสี ด้วยการกะเทาะเปลือกบางๆ ที่หุ้มเมล็ดอยู่ออก คล้ายกับการสีข้าว จนได้เป็น เมล็ดสาร หรือเมล็ดกาแฟที่ถูกขัดสีแล้ว จากนั้นชาวบ้านก็นำ เมล็ดกาแฟไปบ่มไว้ในยุ้งหรือโรงบ่มนานถึง 6 เดือนเพื่อให้กลิ่นรสของกาแฟดีขึ้น แล้วจึงนำมา คั่วระดับกลางที่อุณหภูมิ150 องศาเซลเซียส ประมาณ 22 นาที ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของกาแฟบ้านห้วยห้อม

ซึ่งผลผลิตกาแฟที่ได้นั้น ส่วนใหญ่จะส่งตรงให้กับโครงการหลวงแม่ลาน้อย เพื่อนำไป แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ และขายให้กับร้านกาแฟใหญ่ๆ ส่วนที่เหลือก็จะเก็บไว้ขายให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน และส่งให้ร้านกาแฟเล็กๆในตัวจังหวัดแม่ฮ่องสอนและจังหวัดใกล้เคียง

คุณสุรชัยยังกล่าวต่อว่า กาแฟห้วยห้อมได้รับมาตรฐาน GAP (Good Agriculture Practices) หรือมาตรฐานที่ควบคุมคุณภาพของผลผลิตทางการเกษตรให้ดีและมีคุณภาพ สม่ำเสมอให้แก่กลุ่มชาวเขาที่ปลูกกาแฟห้วยห้อม และได้รับมอบ เครื่องหมาย Q ที่บ่งบอก ว่าผลผลิตกาแฟของที่นี่ตั้งแต่กระบวนการปลูกไปจนถึงการเก็บเกี่ยวไม่มีการใช้สารเคมีจาก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์อีกด้วย

ด้านรสสัมผัส หลังจากได้ทำการ Cupping (การทดสอบกาแฟ) จากผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟ จากหลายประเทศ กาแฟห้วยห้อมจะมีอโรมาหรือกลิ่นหอมเหมือนผลไม้ตระกูลเบอรรี่ รสและ กลิ่นละม้ายคล้ายกับกาแฟจากเอธิโอเปีย ที่ว่ากันว่าดีที่สุดในโลกเลยก็ทีเดียว

เรื่องราวที่เราได้ฟังจากคุณสุรชัยและได้มาสัมผัสความเรียบง่ายของชาวบ้านที่นี่ เพราะ นอกจากปลูกกาแฟแล้ว ชาวบ้านยังทำนาขั้นบันได และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระราชดำริให้ชาวบ้านทอผ้าขนแกะเป็นอาชีพเสริม โดยโปรดให้เจ้าหน้าที่นำพันธุ์แกะจากต่างประเทศมาผสมพันธุ์กับแกะพื้นเมืองเพื่อให้ได้ แกะพันธุ์ตัดขน เรียกได้ว่าชาวบ้านที่นี่มีอาชีพ มีรายได้เลี้ยงครอบครัวดูแลชุมชนได้ เป็นอย่างดี โดยที่ไม่ต้องเดินทางเข้าไปทำงานในเมือง

จากน้ำพระทัยของในหลวงและสมเด็จพระนางเจ้าฯที่ทรงคอยห่วงใยอาณา ประชาราษฎร์ ทรงสอน เสริม และสร้างอาชีพ สร้างชีวิตและความเป็นอยู่ที่พอดี ให้แก่ประชาชนของพระองค์ ได้มีอาชีพ มีรายได้ดูแลตัวเองได้อย่างยั่งยืน

ท้ายนี้Health&Cuisine ได้มาเยือนถึง ไร่กาแฟดีแบบนี้ทั้งทีก็ไม่พลาดที่จะนำกาแฟ กลิ่นหอมรสดีของห้วยห้อมมาปรุงอาหาร ฝากกันเช่นเคย โดยครั้งนี้เราทำอาหารฝรั่ง แทนขนมและเครื่องดื่มที่คุ้นตา ซึ่งทริค ในการเลือกวัตถุดิบมาจับคู่ปรุงกับกาแฟนั้น คือ การเลือกนำข้อดีคือกลิ่นหอมของกาแฟ มาใช้ เพื่อเสริมให้แต่ละจานมีเสน่ห์มากขึ้น จะเป็นเมนูใดบ้างนั้นไปชมกันเลย

เป็ดย่างซอสกาแฟ เมนูจากกาแฟ เป็ดย่าง
เป็ดย่างซอสกาแฟ

เป็ดย่างซอสกาแฟ

ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) เตรียม 20 นาที  ปรุง 60 นาที

  • น่องเป็ดติดสะโพก 4 ชิ้น (800 – 1,000 กรัม)
  • เมล็ดกาแฟคั่ว 1/4 ถ้วย
  • เกลือ 1 ช้อนชา
  • กาแฟเอสเปรสโซ 2 ถ้วย
  • น้ำสต๊อกผัก 1 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
  • มันฝรั่งปอกเปลือก 2 หัว
  • วิปปิ้งครีม 1/2 ถ้วย
  • เนยเค็ม 2 ช้อนโต๊ะ
  • ผักสลัด เลมอน และพริกไทยดำป่น สำหรับโรยหน้าเล็กน้อย

วิธีทำ
1. ล้างเป็ดให้สะอาด ซับน้ำให้แห้ง นำมาหมักกับเมล็ดกาแฟและเกลือ โดยใช้มือขยำ ไปเรื่อยๆ พอได้กลิ่นกาแฟให้หยุดขยำ
2. ใส่ลงในหม้อ เติมกาแฟเอสเปรสโซและ น้ำสต๊อกลงไป คนให้เข้ากัน ยกขึ้นตั้งไฟ พอเดือดหรี่ไฟลง เคี่ยวต่อสักครู่พอเป็ดเริ่มสุก (สังเกตจากหนังเป็ดหดตัวหรือใช้ส้อมจิ้มแล้วผิวสัมผัสแข็ง) ปิดไฟ แช่เป็ดไว้ในหม้อ 1 คืนหรือไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง
3. พอครบตามเวลาตักเป็ดขึ้น นำไปย่างไฟอ่อน ๆจนหนังเป็ดกรอบและเนื้อสุกเสมอทั่วทั้งชิ้น
4. ระหว่างย่างเป็ดให้ตักเมล็ดกาแฟในน้ำต้มเป็ดออก แล้วเติมน้ำตาลลงไป ยกขึ้นตั้งไฟ พอเดือดหรี่ไฟลง เคี่ยวไปเรื่อยๆจนส่วนผสมงวดเหลือ 1 ใน 3 ส่วนหรือจนข้นเหนียว ปิดไฟ พักไว้ให้เย็น
5. ทำมันบดโดยต้มมันให้สุกนิ่ม บดให้ละเอียดผสมกับวิปปิ้งครีมและเนยขณะร้อน ตักวางลงในจานเสิร์ฟ วางเป็ดที่ย่างไว้ทับลงไป เคียงด้วยผักสลัด บีบเลมอน ราดด้วย ซอสกาแฟในข้อ 4 พร้อมเสิร์ฟ

กลิ่นหอมละมุนของกาแฟที่หลายคนชื่นชอบนั้น สามารถกลบกลิ่นอื่นของอาหารได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะกลิ่นสาบของเป็ด เราจึงหยิบข้อดีนี้มาปรุง โดยนำมาต้มให้เข้าไปในเนื้อเป็ด แล้วเคี่ยวเป็นซอสปรุงรสเค็มหวานไว้ราดเป็ดอีกครั้ง รับประทานคู่กับมันบดและผักสลัดสด ๆ อร่อยอย่าบอกใคร

พลังงานต่อหนึ่งหน่วยบริโภค 653.31 กิโลแคลอรี
โปรตีน 35.70 กรัม  ไขมัน 41.14 กรัม คาร์โบไฮเดรต
35.90 กรัม  ไฟเบอร์0.00 กรัม

keyboard_arrow_up