โรคความดันโลหิตสูง กับเมนู เบอร์บีคิวลดความดัน

โรคความดันโลหิตสูง กับเมนู “เบอร์บีคิวลดความดัน”

โดย อ.วันทนี ธัญญา เจตนธรรมจักร

ฉบับที่แล้วดิฉันได้แนะนำวิธีป้องกันโรคความดันโลหิตสูงสำหรับบุคคลทั่วไปแล้ว ครานี้จึงขอแนะนำวิธีปฏิบัติตัว และเลือกรับประทานอาหารสำหรับผู้ป่วยที่ประสบกับโรคความดันสูงมาฝากกันบ้างค่ะ

ผู้ป่วยด้วยโรคความดันสูงมี 3 ประเภท

1.ผู้ที่เส้นเลือดตีบตันจากไขมัน มักพบในผู้ป่วยที่มีอายุน้อย เนื่องจากบริโภคอาหารผิดส่วน

2.การเสื่อมของผนังหลอดเลือด เกิดขึ้นตามธรรมชาติมักพบในผู้สูงอายุ หรืออาจเป็นผลจากพันธุกรรม ทำให้ผนังหลอดเลือดหนา ยืดหยุ่นตัวไม่ดี หัวใจจึงต้องทำงานหนักเพื่อให้โลหิตไหลเวียนได้สม่ำเสมอ หากมีไขมันที่พอกตามผนังหลอดเลือดร่วมด้วยจะยิ่งอันตราย เสี่ยงต่อภาวะเส้นเลือดตีบและแตก อันเป็นเหตุของโรคอัมพฤกษ์ หรืออัมพาต

3.ผู้ป่วยเบาหวาน หรือ ผู้ป่วยโรคไต ผู้ป่วยเบาหวาน จะมีความเข้มข้นของระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ  ไตจึงต้องขับน้ำตาลออกทางปัสสาวะและทำงานอย่างหนัก ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงไต ผู้ป่วยโรคไตก็เช่นเดียวกัน จึงต้องควบคุมโรคประจำตัวดังกล่าวให้ปกติเสมอ

ล้อมกรอบ : เมื่อใดที่เรียกว่าความดันโลหิตสูง

  • ค่าความดันโลหิตตัวบน 110 -120 มม.ปรอท  ค่าตัวล่าง  70 – 80 มม.ปรอท  = ปกติ
  • ค่าความดันโลหิตตัวบน 130 -139 มม. ปรอท ค่าตัวล่าง 85 -89 มม.ปรอท  = เริ่มมีภาวะความดันโลหิตสูง

แต่สามารถใช้วิธีควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด ออกกำลังกาย และหมั่นตรวจวัดความดันเป็นประจำอย่างน้อยทุก 6 เดือน

  • ค่าความดันโลหิตตัวบนสูงเกินกว่า 140 -159 มม.ปรอทและค่าตัวล่าง  90 -99 มม.ปรอท = ความดันโลหิตสูง

หากเป็นเช่นนี้ติดต่อกัน 5 ปี ถือว่าป่วยเรื้อรัง และเป็นโรคประจำตัว ต้องพบแพทย์ และรับประทานยาเพื่อควบคุมความดัน

โรคความดันโลหิตสูง เมื่อป่วยเรื้อรังแล้วจะรักษาให้หายขาดไม่ได้ แต่สามารถดูแลควบคุมให้ความดันปกติได้

กินอย่างไร ? ไม่กระทบสุขภาพผู้ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง

1.ควบคุมระดับเกลือโซเดียม ผู้ที่ควบคุมระดับปานกลาง บริโภคไม่เกิน 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน   ส่วนผู้ที่ควบคุมความดันโลหิตอย่างเข้มงวด ควรบริโภคไม่เกิน  500 มิลลิกรัม ต่อวัน  (เกลือ 1 ช้อนชา มีโซเดียม ประมาณ 2,400 มิลลิกรัม )

  1. งดอาหารที่อาจมีเกลือโซเดียมแฝง เช่น กุ้งแห้ง ปลาเค็ม เนยเค็ม ของแห้งรมควัน ไส้กรอก แฮม มันฝรั่งทอดหรืออบกรอบ ผักดอง หรือผักบางชนิดที่มีโซเดียมสูง เช่น สาหร่าย หรือใบชะคราม (ส่วนใหญ่เป็นพืชผักที่เกิดบริเวณริมทะเล) และควรเลือกใช้ซอสปรุงรสที่ระบุบนฉลากว่ามีปริมาณโซเดียมต่ำ

3.งดอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง เพื่อลดภาวะไขมันในเลือดสูง แล้วพอกตามผนังหลอดเลือด

4.สมุนไพรช่วยได้ เช่น ตะไคร้ ช่วยขับเกลือส่วนเกินออกทางปัสสาวะ ขึ้นช่าย หรือเซเลอรีช่วยลดความดัน ชาคำฝอย  ชากระเจี๊ยบ  ชาปัญจขันธ์ ชาใบหม่อน ป้องกันไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูงและป้องกันน้ำตาลในเลือดร่วมด้วยได้  โดยใช้สมุนไพรชนิดใดชนิดหนึ่ง ปริมาณ 4 กรัม ต่อ น้ำร้อน 1 แก้ว ชงแล้วพักไว้ 5 นาที ดื่มขณะอุ่น   2 แก้วต่อวัน

  1. รับประทานอาหารที่มีเส้นใยอาหารสูง เพื่อช่วยขจัดไขมันและของเสียในลำไส้

นอกจากนี้ควรลดน้ำหนักตัวลง 10-15 % ของน้ำหนักตัวปัจจุบัน ขยันออกกำลังกาย  งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด บอกลาบุหรี่ ควบคุมระดับไขมันในร่างกายให้ปกติ และปรับจิตใจเพื่อจัดการความเครียดให้เหมาะสม และหมั่นปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจร่างกายเป็นประจำ เท่านี้ โรคความดันโลหิตสูง ก็เอาอยู่แล้วค่ะ

ก่อนจากกันในฉบับนี้ ดิฉันมีเมนูอร่อยลดความดัน อย่าง เบอร์บีคิว ที่ผสมผสานทั้งแฮมเบอร์เกอร์และบาร์บีคิว ไว้ด้วยกัน ปรุงแต่งด้วยวัตถุดิบธรรมชาติที่ล้วนดีต่อผู้ป่วยโรคความดันสูง อาทิ  ขนมปังโฮลวีท ที่มีเส้นใยอาหารสูง  ปลาทูน่า มี ไขมันดี (HDL) มะเขือเทศ ใบออริกาโน่ ผักกาดแก้ว และสับปะรด  ช่วยขับน้ำ สุดท้าย ขึ้นช่าย ที่มีสรรพคุณช่วยลดความดันโลหิตลงได้โดยตรง ให้คุณปรุงรับประทานอย่างอร่อยโดยไม่ต้องกังวลเรื่องความดันกันไปเลย

ล้อมกรอบ : อาหารสำหรับผู้ป่วยความดันโลหิตสูงอันเนื่องมาจากโรคไต นอกจากต้องจำกัดปริมาณเกลือโซเดียมต่อวัน ยังต้องใส่ใจเรื่อง โปแทสเซียมด้วย เพราะ โปแทสเซียมถูกขับออกทางไต หากไตเสื่อมสภาพจะขับสารเคมีดังกล่าวได้ไม่ดีเท่าที่ควร จะเกิดการคั่งค้างและเป็นผลให้หัวใจหยุดเต้น จึงควรศึกษาประเด็นดังกล่าวเพิ่มเติม

เบอร์บีคิว
เบอร์บีคิวลดความดัน

เบอร์บีคิวลดความดัน

ส่วนผสม สำหรับ  1  ที่

เตรียม  30  นาที  ปรุง 20  นาที

ขนมปังโฮวีต หรือจะเป็นขนมปังแซนด์วิชหรือจะเป็นครัวซองก็ได้  2  ชิ้น

ปลาทูน่ากระป๋องในน้ำมัน          4              ช้อนโต๊ะ

หอมหัวใหญ่สับ                     2              ช้อนโต๊ะ

มะเขือเทศเนื้อสับ                   1              ช้อนโต๊ะ

เห็ดฟางสับ                          4              ดอก

แครอตสับ                           1              ช้อนโต๊ะ

ต้นหอมซอย                         1              ช้อนโต๊ะ

ก้านขึ้นฉ่ายสับ                      1              ช้อนโต๊ะ

ข้าวโพดต้มสุกแกะเป็นเม็ด         1              ช้อนโต๊ะ

แป้งอเนกประสงค์                  1              ช้อนโต๊ะ

เนยจืด                              2              ช้อนโต๊ะ

ใบออริกาโน่สด                     ½            ช้อนชา

เกลือและพริกไทยดำป่นอย่างละเล็กน้อย

ใบผักกาดแก้ว  สับปะรดหั่นเป็นแผ่นบางตามชอบ

วิธีทำ

  1. ผัดหอมใหญ่กับเนย 1 ช้อนโต๊ะด้วยไฟอ่อนจนสุกใส ใส่แครอต เห็ดฟาง มะเขือเทศ ข้าวโพดเม็ด  ปลาทูน่า  ปรุงรสด้วยเกลือเล็กน้อย  พริกไทย  ½  ช้อนชา  ในออริกาโน่  ใส่แป้งอเนกประสงค์และผัดให้เข้ากันยกลงจากเตาใส่ต้นหอมและขึ้นฉ่ายลงคลุกให้เข้ากัน แล้วใส่ลงในพิมพ์กดให้เป็นก้อนแน่นหรือจะใช้มือปั้นเป็นก้อนแบนหนาประมาณ ½ นิ้ว  พักไว้
  2. ทาเนยส่วนที่เหลือกับขนมปังแล้วนำไปปิ้งกับกระทะให้หอม  จากนั้นวางผักกาดแก้ว

บนขนมปังตามด้วยสับปะรดและก้อนทูน่าที่เตรียมไว้ก็สามารถรับประทานได้

หมายเหตุ  ผู้ที่ไม่ได้เป็นโรคความดันโลหิตสูงอาจรับประทานกับซอสมะเขือเทศ  ซอสพริก  ซอสบาร์บีคิวได้  ส่วนในรายที่เริ่มมีความดันโลหิตสูงอาจรับประทานกับน้ำสลัดไขมันต่ำหรือโยเกิร์ตไขมันต่ำผสมผลไม้รสเปรี้ยวก็ได้เช่นกัน

 

พลังงานต่อหนึ่งหน่วยบริโภค 561.06 กิโลแคลอรี โปรตีน 27.39 กรัม  ไขมัน 55.15 กรัม คาร์โบไฮเดรต 25.48 กรัม  ไฟเบอร์6.95 กรัม

 

 

 

keyboard_arrow_up