Lite No Baked Cheesecake In Jar

Lite No Baked Cheesecake In Jar
Lite No Baked Cheesecake In Jar

พบกับคุณเชอร์รี่ – วชิราภรณ์ จูงพล คุณแม่สาวสวยซึ่งหลงรักการทำอาหารและชื่นชอบเมนูสไตล์โฮมเมดเป็นที่สุดนอกจากทำอาหารได้อร่อยและดีต่อสุขภาพแล้วยังรังสรรค์แต่ละเมนูได้สวยงามน่ารับประทานมาก ๆ

Lite No Baked Cheesecake In Jar

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเธอเรียนจบด้านแฟชั่นดีไซน์ปัจจุบันเธอและครอบครัวอาศัยอยู่ที่เมืองแซนแฟรนซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเป็นแม่บ้านเต็มเวลา ดูแลลูกชายวัยซน 2 คน คือ น้องนิวเดย์และน้องมิวสิคเครือวงศ์วานิช วัย 2½ ขวบ และ 5½ ขวบ

“เพราะอยากให้ลูกชายและสามีได้รับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เชอร์รี่เริ่มศึกษาด้วยตัวเองและปรับเปลี่ยนเมนูตามความชอบของครอบครัว โดยเน้นส่วนผสมที่ดีต่อสุขภาพเลือกซื้อวัตถุดิบตามตลาดออร์แกนิก มีเมนูผลัดเปลี่ยนอยู่เสมอ เด็ก ๆ จะได้ไม่เบื่อค่ะ นอกจากนี้ยังแบ่งปันสูตรอาหารพร้อมกับภาพเมนูสวย ๆ ผ่านทาง IG: @foodbycherry และ FB: foodbycherry ด้วย ใครมองหาไอเดียเมนูเพื่อสุขภาพหรือการจัดจานสวย ๆ แวะเข้ามาเยี่ยมชมและพูดคุยกับเชอร์รี่ได้นะคะ

สำหรับเมนูที่นำมาฝากกันในครั้งนี้ เชอร์รี่เชื่อว่าสิ่งที่เด็ก ๆ ชื่นชอบคงหนีไม่พ้นของหวานเลยมีขนมสไตล์โฮมเมด “Lite No Baked Cheesecake In Jar” ที่เด็กรับประทานได้ผู้ใหญ่รับประทานดีเมนูนี้คลายกับชีสเค้กทั่วไป แต่เลือกจัดเสิร์ฟแบบใส่ขวดโหล ซึ่งพกพาสะดวก จะไปปิกนิกก็เหมาะมาก แถมยังใช้ส่วนผสมที่ดีต่อสุขภาพ โดยเลือกใช้น้ำผึ้งแทนน้ำตาล รวมถึงส่วนผสมแบบโลว์แฟต และด้วยความที่เป็นเมนูทำง่าย ไม่ยุ่งยาก จึงสามารถชวนลูก ๆ มาทำด้วยได้นอกจากสนุกแล้ว เด็ก ๆ ยังได้ฝึกสมาธิในการเข้าครัวอีกด้วยค่ะ”

Lite No Baked

เทคนิคการตกแต่งอาหารให้สวยงาม

การจัดวางไม่ควรมีพร็อปส์เยอะกว่าอาหาร เพราะจะทำให้อาหารไม่โดดเด่น ที่สำคัญคือการคุมโทนสีที่ใช้ โดยเลือกให้อยู่ในโทนที่ใกล้เคียงกับอาหาร จะทำให้ดูสบายตาน่ารับประทาน นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับธีมของอาหารจานนั้น ๆ หากเป็นอาหารเด็กควรเน้นให้มีสีสัน ตัวการ์ตูน หรือตกแต่งแบบน่ารัก ๆ ให้เข้ากับเมนู ถ้าเป็นเทศกาลต่าง ๆ เช่น วาเลนไทน์ อาจจะจัดโดยใช้ธีมหัวใจ ดอกไม้ ใช้สีแดงหรือสีชมพู เป็นต้น

Lite No Baked Cheesecake In Jar

ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) เตรียม 15 นาที ปรุง 30 นาที

ส่วนผสมฐานแครกเกอร์บด

  • แครกเกอร์หรือคุกกี้บดละเอียด ⅔ ถ้วย
  • น้ำมันมะพร้าวหรือเนยจืดละลาย 2 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมชีสเค้ก

  • ครีมชีสแบบโลว์แฟต 2 ถ้วย
  • กรีกโยเกิร์ตแบบโลว์แฟต 1 ถ้วย
  • น้ำผึ้ง ¼ ถ้วย
  • น้ำเลมอนหรือน้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • วานิลลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือหยิบมือ

ส่วนผสมซอสสตรอว์เบอร์รี่และท็อปปิ้ง

  • สตรอว์เบอร์รี่หั่นชิ้นเล็ก 2 ถ้วย + 1 ถ้วย (1 ถ้วยแบ่งไว้สำหรับท็อปปิ้ง)
  • น้ำผึ้ง ½ ถ้วย
  • วานิลลา 1 ช้อนชา
  • น้ำเลมอนหรือน้ำมะนาว 1 ช้อนชา

อุปกรณ์

โหลหรือขวดปากกว้างแบบมีฝาปิด

วิธีทำ

1. ทำฐานแครกเกอร์โดยผสมน้ำมันมะพร้าวหรือเนยที่ละลายแล้วกับแครกเกอร์บด คนให้ทั่วและเข้ากันดี ตักแครกเกอร์ซึ่งได้ที่แล้วประมาณ 2 ช้อนโต๊ะใส่ในโหล ใช้นิ้วมือหรือช้อนกดด้านบนพออยู่ตัว ไม่แน่นมากเกินไป นำเข้าช่องแช่แข็งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง

2. ทำชีสเค้กโดยใส่ส่วนผสมทุกอย่างลงในเครื่องผสมอาหารค่อย ๆ กดปุ่ม pulse จนส่วนผสมเข้ากันระหว่างตีใช้พายยางปาดส่วนผสมที่ติดข้างโถปั่นให้ส่วนผสมเนียนเข้ากันดี ใช้ถ้วยตวงขนาด ⅔ ถ้วยตักส่วนผสมที่ได้ใส่ลงบนฐานบนแครก-เกอร์ในโหล แล้วนำเข้าตู้เย็นพักไว้

3. ทำซอสสตรอว์เบอร์รี่โดยนำส่วนผสมทุกอย่าง (ยกเว้นสตรอว์เบอร์รี่สำหรับทำท็อปปิ้ง)ใส่หม้อตั้งไฟกลางจนเดือด หรี่ไฟอ่อนลงต้มต่ออีกประมาณ 15 นาที คนซอสเป็นระยะ เมื่อครบเวลาแล้วยกลงจากเตา ตั้งพักไว้ให้เย็น จากนั้นเทลงเครื่องปั่น ปั่นให้ละเอียด กรองด้วยตะแกรงตาถี่ แล้ววางสตรอว์เบอร์รี่ส่วนที่เป็นท็อปปิ้งลงไปจากนั้นใช้ช้อนตักซอสสตรอว์เบอร์รี่ราดด้านบน พร้อมเสิร์ฟ

Tips:

  • เชอร์รี่เลือกใช้วัตถุดิบอย่างสตรอว์เบอร์รี่ นอกจากจะอร่อยและมีประโยชน์แล้วยังมีสีสันสดใสชวนให้อยากรับประทาน ดึงดูดความสนใจของเด็ก ๆ ได้อย่างดีเลยค่ะ
  • นำมาจัดเสิร์ฟในขวดโหลเพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับเมนูแถมพกพาสะดวก เป็นของขวัญของฝากก็ดูดีไม่เบาเข้ากับแทบทุกเทศกาล เลยเป็นไอเดียที่อยากให้ลองนำไปใช้กันดู

พลังงานต่อหนึ่งหน่วยบริโภค 410.32 กิโลแคลอรี
โปรตีน 5.40 กรัม ไขมัน 12.97 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 69.53 กรัม ไฟเบอร์ 4.43 กรัม

เรื่องและสูตร : foodbycherry ภาพและสไตล์ : foodbycherry

keyboard_arrow_up