5 จานเด็ดบำรุงสุขภาพเพื่อคุณแม่ที่รัก

healthy-food
healthy-food

ไม่ว่าจะวันไหนๆ การใส่ใจดูแลสุขภาพของคนที่เรารักก็สำคัญทุกวันนะ แต่สำหรับคนไหนไม่ค่อยมีเวลาอยู่ดูแลหรือนานๆ ครั้งจะมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาครอบครัวได้ก็คงเป็นเรื่องทึค่อนข้างจะยาก ใกล้ถึงวันแม่อีกแล้ววันหยุดทั้งทีหาเวลากลับบ้านไปอยู่กับครอบครัวได้แล้ว

แต่วันแม่ปีนี้นอกจะเป็นวันที่ลูกๆ ทุกคนได้มีโอกาสพิเศษบอกรักแม่หรือทำอะไรดีๆ เพื่อแม่กันแล้ว บางคนก็อยากจะทำอะไรพิเศษเพื่อแม่บ้าง อาจจะซื้อของขวัญ หรือพาแม่ไปเที่ยวบ้าง แต่นอกจากของขวัญเหล่านี้เรามาเปลี่ยนแนวใส่ใจสุขภาพท่านกันบ้าง อาจจะเป็นโอกาสพิเศษพาแม่ไปตรวจสุขภาพ หรือเปลี่ยนมาเป็นกับข้าวแสนอร่อยกับครอบครัวกันสักมื้อ แต่เมนูอาหารจะต้องอร่อยและได้สุขภาพด้วยนะถึงจะดี เอาเป็นว่าทำทานได้ทุกวันไม่เฉพาะแค่วันแม่วันเดียว แต่คุณแม่สามารถทำทานที่บ้านได้ แต่วันสำคัญลูกๆ ต้องทำให้ท่านทานดีกว่าเนอะ

วันนี้เรามี 5 จานเด็ด อร่อยแถมได้ประโยชน์ดีต่อสุขภาพคุณแม่มาฝาก จะมีจานเด็ดอะไรบ้างไปดูกันเลย

Rice & Salmon Steak Tartar แซลมอนและข้าวสีม่วงป้องกันสมองเสื่อม

Rice & Salmon Steak Tartar

ภาวะสมองเสื่อมแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ชนิดรักษาได้ ซึ่งมักเกิดจากสภาวะโรคเช่น โรคซึมเศร้า เนื้องอกในสมอง โรคไทรอยด์ โรคติดเชื้อ โรคขาดสารอาหารบางชนิด และชนิดรักษาไม่ได้ เช่น อัลไซเมอร์

สันนิษฐาน ว่า อัลไซเมอร์นั้นเกิดจากพันธุกรรมและอาจมีปัจจัยเสริม เช่น อาหารสิ่งแวดล้อม และโรคติดเชื้อบางชนิด จากผลสำรวจระบุว่า ในบุคคลช่วงอายุ 65 ปีจะมีอัตราการป่วยเป็นอัลไซเมอร์ 10 เปอร์เซ็นต์และพบมากเมื่ออายุมากขึ้น แนวทางการรักษาโรคนี้ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีใดรักษาหายขาด เพียงแต่ช่วยชะลออาการ และเชื่อว่าการรับประทานอาหารบางชนิด เช่น น้ำมันปลาอันอุดมด้วยโอเมก้า – 3 หรือข้าวสีม่วงซึ่งมีสารแอนโทไซยานิน สามารถลดความเสี่ยงของโรคดังกล่าวได้

โอเมก้า – 3 (มีสองชนิดคือ EPA และ DHA) มีผลต่อการเจริญเติบโตของสมอง ซึ่งร่างกายไม่สามารถผลิตเองได้ อีกทั้งมีวิจัยพบว่า ดีเอชเอเป็นโครงสร้างพื้นฐานของเซลล์สมอง ประสาทตา และการควบคุมการทำงานของสมอง ขณะที่สารต้านอนุมูลอิสระอย่างแอนโทไซยานินที่ได้จากพืชสีม่วงต่างๆ เช่นข้าวสีม่วง เบอร์รี่สีม่วง ดอกไม้บางชนิดก็สามารถชะลอความเสื่อมของเซลล์ เพิ่มความสามารถในการไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดเล็กๆ ได้ดี จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยบำรุงและส่งเสริมการทำงานของสมองได้นั่นเอง

เมนู Rice & Salmon Steak Tartar ปลาคิงแซลมอนเนื้อนุ่มสีส้มอุดมไปด้วยโอเมก้า – 3 นำมาเคล้ากับข้าวแจสแบอร์รี่ ซึ่งเป็นข้าวสายพันธุ์ใหม่ ผสมขึ้นจากข้าวเหนียวดำและข้าวหอมมะลิ เต็มไปด้วยสารแอนโทไซยานินและเครื่องเทศสมุนไพรช่วยขับลมนานาชนิด ปรุงรสคล้ายกับอเมริกันสเต๊กทาร์ทาร์ บวกกับพล่าของไทย ราดด้วยซอสสองชนิด อย่างแรกปรุงรสแซบแบบไทย ทำจากน้ำพริกเผาและซอสสีเหลืองทำคล้ายฮอลลันเดสซอส แต่เติมกลิ่นมะกรูดหอมๆ ลงไป เท่านี้ก็ได้อาหารบำรุงสมองแสนอร่อยแล้ว

ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) เตรียม 20 นาที ปรุง 30 นาที

  • คิงแซลมอนหั่นเต๋าเล็ก 1 ถ้วย
  • ข้าวแจสเบอร์รี่หุงสุก 2 ถ้วย
  • แอ๊ปเปิ้ลเขียวหั่นเต๋าเล็ก ½ ถ้วย
  • หอมเล็กสับหยาบ ¼ ถ้วย
  • ตะไคร้ซอยบาง ½ ถ้วย
  • สะระแหน่ซอย ¼ ถ้วย
  • เคเปอร์ดองสับ ¼ ถ้วย
  • น้ำมันมะกอกชนิด Extra Virgin 3 ช้อนโต๊ะ
  • ตะไคร้ซอย ใบมะกรูดซอยและยอดสะระแหน่ สำหรับตกแต่ง

วิธีทำ

1. ค่อยๆ เคล้าส่วนผสมทุกอย่างรวมกัน
2. ตักส่วนผสมใส่จานหรือใส่พิมพ์กดให้แน่นแล้วคว่ำลงบนจาน ตกแต่งด้วยตะไคร้ซอยใบมะกรูดซอย และยอดสะระแหน่ ราดซอสทั้งสองชนิดด้านข้าง พร้อมเสิร์ฟ

ส่วนผสมซอสพล่า

  • น้ำพริกเผา ¼ ถ้วย
  • น้ำตาลปี๊บ ¼ ถ้วย
  • น้ำมะนาวเลมอน 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาวเขียว 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • หัวกะทิ ¼ ถ้วย
  • พริกขี้หนูสับ 7 เม็ด

วิธีทำ

ผสมส่วนผสมทุกอย่างรวมกัน คนจนเนียนละเอียดดี

ส่วนผสมซอสฮอลลันเดส

  • ไข่แดง 4 ฟอง
  • ไวท์ไวน์วินีการ์ ¼ ถ้วย
  • ดิจองมัสตาร์ด 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย ½ ช้อนโต๊ะ
  • น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเลมอน 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ 1 ช้อนชา
  • ใบมะกรูดซอย
  • แล้วสับละเอียดยิบ 1 ช้อนชา
  • น้ำมันมะกอกชนิด Extra Virgin 3-4 ถ้วย
  • พริกไทยสามสีบดตามชอบ

วิธีทำ
ตีไข่แดง มัสตาร์ด น้ำตาล น้ำผึ้ง น้ำเลมอน และเกลือรวมกัน ใส่ไวท์ไวน์วินีการ์ให้เข้ากัน ค่อยๆ รินน้ำมันมะกอกลงไปทีละน้อย พร้อมตีส่วนผสมไปเรื่อยๆ จนข้น เติมใบมะกรูดสับละเอียด ตีให้เข้ากัน

Tips

แช่แอ๊ปเปิ้ลที่หั่นเต๋าแล้วกับน้ำเกลือเจือจาง จะช่วยป้องกันแอ๊ปเปิ้ลเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ

ซอยตะไคร้แล้วบีบน้ำมะนาวลงไปเล็ก-น้อย เคล้าให้ทั่ว ป้องกันตะไคร้เปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ

พลังงานต่อหนึ่งหน่วยบริโภค 639.68 กิโลแคลอรี
โปรตีน 14.40 กรัม ไขมัน 36.42 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 74.69 กรัม ไฟเบอร์ 2.44 กรัม

สูตร : ครัว H & C เรื่อง : สิทธิโชค ศรีโช

“เซียนร่าเริง” จานอร่อยลดไขมันในเลือด

Rice & Salmon Steak Tartar

สาเหตุของภาวะที่มีไขมันในเลือดสูง หรือ Hyperlipidemia

1. กินอาหารไม่ถูกหลักโภชนาการ คือ กินอาหารที่มีไขมันมาก เช่น อาหารทอดที่อมน้ำมัน เครื่องในสัตว์ เนื้อสัตว์ติดมันอาหารที่มีกะทิมากหรืออาหารหวานมาก
2. ความผิดปกติทางพันธุกรรม ทำให้ร่างกายเผาผลาญไขมันลดลง จึงทำให้มีไขมันในเลือดสูง
3. โรคอ้วน เนื่องจากคนอ้วนมักกินจุและได้รับพลังงานเกินความต้องการของร่างกายจึงทำให้เกิดการสะสม

อันตรายในผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูงที่พบได้บ่อย

เสี่ยงต่อภาวะของหลอดเลือดแดงแข็งซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหัวใจขาดเลือดภาวะตับและม้ามโต หรือไขมันพอกตับ มักพบในผู้ที่มีไตรกลีเซอไรด์สูงมากเป็นเวลานานบางรายอาจมีระบบประสาททำงานผิดปกติ เช่น เดินโซเซ กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง บางรายมีภาวะของอัมพฤกษ์อัมพาตจากหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองตีบตัน

ในทางการแพทย์แผนไทยมองสาเหตุของภาวะไขมันในเลือดสูงดังนี้

1. เกิดเพราะไฟปริณามัคคี (ไฟย่อยอาหาร)ผิดปกติ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการย่อย การเผาผลาญอาหาร เช่น ไฟย่อยอ่อนกำลังจากอายุที่มากขึ้น หรือกินอาหารที่ลดทอนการทำงานของไฟย่อยอาหาร เช่น น้ำเย็น น้ำแข็ง กินอาหารที่ดิบและมีฤทธิ์เย็นในมื้อเย็นมากไป ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ ผักดิบ หรือดื่มน้ำมากไปในขณะรับประทานอาหาร
2. เกิดจากการทำงานของระบบลมที่เกี่ยวข้องกับการย่อยและการดูดซึม การเคลื่อนตัวของอาหาร
3. เกิดจากการสะสมของเสมหะ (เมือก มูกและไขมัน) ที่ร่างกายขับออกไม่หมด
4. เกิดจากพฤติกรรมการกิน กินเกินพอดีกินเกินกำลังธาตุ และกินผิด เป็นต้น

การดูแลหรือรักษาในลักษณะทางการแพทย์แผนไทยนั้น จะใช้ยาหรืออาหารที่ช่วยเสริมฤทธิ์ในการย่อย การเผาผลาญ เพื่อกระตุ้นไฟย่อยอาหาร เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของกระเพาะและลำไส้ (เสริมระบบของไฟย่อยและระบบลมในทางเดินอาหาร)ลดการสะสมของเสียหรือสิ่งที่เป็นส่วนเกินเพื่อรักษาสมดุลของระบบธาตุต่างๆ ในร่างกาย

ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) เตรียม 40 นาที ปรุง 20 นาที

  • กระเทียมกลีบใหญ่สับละเอียด 5 กลีบ
  • ขิงแก่สับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
  • เต้าหู้ขาวอย่างนิ่มหั่นเต๋า 3 ช้อนโต๊ะ
  • ผักกาดหางหงส์หั่นท่อน 1 กาบ
  • ผักโสภณ (ผักกาดฮ่องเต้) หั่นท่อน 1 ต้นเล็ก
  • เห็ดหอมแห้งแช่น้ำจนนิ่มหั่นเต๋า 3 ดอก
  • เห็ดฟางหั่นเป็นแผ่น 3 ดอก
  • เห็ดนางฟ้าหั่นเต๋า 2 ดอก
  • แครอตหั่นเต๋า 2 ช้อนโต๊ะ
  • เมล็ดถั่วลันเตาต้มสุก 2 ช้อนโต๊ะ
  • ข้าวโพดเม็ดต้มสุก 2 ช้อนโต๊ะพูน
  • แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วขาว 1 ½ ช้อนโต๊ะ
  • เกลือเล็กน้อย
  • น้ำตาลไม่ขัดขาวเล็กน้อย
  • พริกไทยป่น ½ ช้อนชา
  • น้ำมันรำข้าว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำสะอาดหรือน้ำสต๊อก 2 ถ้วย
  • เส้นบะหมี่จี่ในกระทะ 2 แผ่น

วิธีทำ

ผัดขิงและกระเทียมสับกับน้ำมันให้เหลืองหอม ใส่เห็ดหอมลงผัดก่อน ตามด้วยเห็ดฟางเห็ดนางฟ้า และผักต่าง ๆ ใส่น้ำลงไป พอเดือดใส่เต้าหู้ลงไปคลุกเคล้า ปรุงรสด้วยซีอิ๊ว เกลือน้ำตาล ละลายแป้งข้าวโพดกับน้ำเล็กน้อยใส่ลงไป คนจนแป้งสุกข้นเล็กน้อย ชิมรสและโรยด้วยพริกไทยให้หอม นำไปราดบนเส้นบะหมี่จี่ในกระทะเหมือนโกยซีหมี่เส้นก๋วยเตี๋ยวลวกจี่น้ำมันน้อยหรือราดข้าวสวยเคียงพริกชี้ฟ้าเขียวสดซอยก็ได้

พลังงานต่อหนึ่งหน่วยบริโภค 20.91 กิโลแคลอรี
โปรตีน 9.82 กรัม ไขมัน 7.16 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 79.40 กรัม ไฟเบอร์ 4.89 กรัม

ข้าวอบเต้าหู้พะโล้หม้อดิน บำรุงร่างกาย

ข้าวอบเต้าหู้พะโล้หม้อดิน

ข้าวอบหม้อดินสไตล์จีนนี้เราประยุกต์วิธีการทำให้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องต้มข้าวแบบเดิมให้เสียเวลา ใช้วิธีการรวบรัด โดยนำข้าวสุกมาผัดข้าวกับเครื่องเคราแทน ส่วนเนื้อสัตว์เราปรับใช้เป็นเต้าหู้ดำ เต้าหู้ทอด และฟองเต้าหู้นำไปต้มพะโล้ให้มีกลิ่นรสหอมหวาน ก่อนรับประทานตักข้าวใส่หม้อดิน ราดด้วยเต้าหู้พะโล้แล้วตั้งไฟให้มีกลิ่นหอม เพียงเท่านี้ก็ได้ข้าวอบหม้อดินแสนง่ายรับประทานแล้ว

ส่วนผสม

  • ข้าวกล้องหุงสุก 2 ถ้วย
  • แปะก๊วยต้ม 20 เม็ด
  • เผือกหั่นเต๋าเล็กทอดพอเหลือง ½ ถ้วย
  • เห็ดหอมแห้งแช่น้ำหั่นเป็นเส้น 4 ดอก
  • กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันรำข้าวสำหรับผัด 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสปรุงรส 2 ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
  • พริกไทยขาวป่น 1 ช้อนชา
  • ผักชีสำหรับโรยหน้า

ส่วนผสมเต้าหู้พะโล้

  • เต้าหู้ดำหั่นเต๋าใหญ่ 12 ชิ้น
  • ฟองเต้าหู้แช่น้ำจนนิ่มตัดชิ้นพอคำ 8 ชิ้น
  • เต้าหู้ทอดสำหรับทำเย็นตาโฟ 12 ชิ้น
  • ขิงหั่นแว่น 6 แว่น
  • น้ำสต๊อกผัก 2 ถ้วย
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสเห็ดหอม 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสปรุงรส 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1½ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทยขาวป่น 1 ช้อนชา
  • ผงพะโล้ 1 ช้อนชา

วิธีทำ

1. ทำเต้าหู้พะโล้โดยผสมน้ำสต๊อกกับเครื่องปรุงทั้งหมดเข้าด้วยกัน เทใส่หม้อ เติมเต้าหู้ทั้งหมดและขิงลงไปต้มจนส่วนผสมเดือด หรี่ไฟลง ต้มต่อจนน้ำในหม้องวดลงครึ่งหนึ่งปิดไฟ พักไว้
2. เตรียมผัดข้าว โดยตั้งกระทะใส่น้ำมันรำข้าว พอร้อนใส่กระเทียมลงเจียวจนหอม จากนั้นใส่เห็ดหอมลงไปผัดให้เข้ากัน เติมข้าว แปะก๊วย และเผือกลงผัดให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวซอสปรุงรส น้ำตาลทรายและพริกไทย ผัดให้เข้ากันอีกครั้งปิดไฟ ยกลง
3. วิธีอบข้าว ทำโดยตักข้าวที่ผัดไว้ใส่ลงในหม้อดิน จากนั้นตักเต้าหู้พะโล้ใส่ลงไปพร้อมน้ำพะโล้ ยกขึ้นตั้งไฟอ่อนปิดฝาพอเดือดเปิดฝาออก กลับข้าวกับส่วนผสมไปมาจนน้ำในหม้อแห้ง ปิดไฟ ยกลง โรยหน้าด้วยผักชี พร้อมเสิร์ฟ
พลังงานต่อหนึ่งหน่วยบริโภค 248.07 กิโลแคลอรี
โปรตีน 8.33 กรัม ไขมัน 7.42 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 37.51 กรัม ไฟเบอร์ 2.26 กรัม

Superfood Smooth Berry สมู้ตทีเพื่อช่วยบำรุงสุขภาพ

Superfood Smooth Berry

รังไข่เป็นอวัยวะสำคัญของผู้หญิงที่อยู่ติดกับปีกมดลูกทั้งสองข้างทำ หน้าที่ในการผลิตไข่ทุกเดือนในวัยเจริญพันธุ์เพื่อรอผสมกับอสุจิเป็นตัวอ่อน อีกหน้าที่คือการสร้างฮอร์โมนเพศหญิงคือเอสโทรเจนและโปรเจสเทอโรน

ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าอวัยวะส่วนนี้มีปัญหา จะรู้ตัวอีกทีก็เพราะเกิดปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือปัญหาเรื่องการมีบุตรยาก จึงให้ความสนใจและความสำคัญกับรังไข่ว่ามีปริมาณและความสมบูรณ์ของไข่ปกติ หรือไม่นอกจากนี้การมีก้อนในรังไข่ ถุงน้ำ หรือมะเร็งรังไข่ก็เป็นโรคที่พบได้บ่อยเช่นกัน

หากป่วยเป็นโรคนี้ การที่ผู้ป่วยจะรู้ตัวเนิ่นๆ ก่อนอาการของโรคลุกลามคือ การสังเกตร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นความผิดปกติของการมีประจำเดือนคลำดูก้อนที่หน้าท้องโดยเฉพาะตอน นอนจะเป็นท่าที่คลำง่ายที่สุด และนั่นหมายความว่าต้องไม่ปล่อยให้อ้วนจนผนัง
หน้าท้องหนาคลำไม่ได้นะคะ  จะทำให้วินิจฉัยยาก การตรวจร่างกายประจำปีในผู้หญิงอายุเกิน 40 ปีขึ้นไปโดยการทำอัลตราซาวนด์เป็นวิธีที่ช่วยให้วินิจฉัยได้เร็วค่ะ

สำหรับคนที่อยากมีสุขภาพรังไข่ดีนั้นวันนี้มีคำแนะนำง่าย ๆ คือ การมีจังหวะชีวิตท่สี ม่ำเสมอกินอาหารแต่พอดี เพราะหากอดอาหารมากไปก็จะทำให้ประจำเดือนขาด รับประทานมากไปโดยเฉพาะอาหารที่ก่อปัจจัยเสี่ยงก็เกิดก้อนขึ้นมาได้

“ราสป์เบอร์รี่” เป็น หนึ่งในผลไม้ที่ใช้ต้านมะเร็งรังไข่ได้ค่ะเพราะ Red Raspberry มีสาร Sanguiin H-6 (SH-6) ที่เหนี่ยวนำให้เกิดการแตกตัวของเซลล์มะเร็งรังไข่ หากมองด้วยมุมมองของนักพฤกษศาสตร์เพื่อทำความเข้าใจพืชผ่านรูปร่างของมัน (Doctrine of Signature) กลุ่มของราสป์เบอร์รี่เป็นพืชตระกูลกุหลาบ (Rosaceae) เราจะพบว่าพืชตระกูลกุหลาบให้กลิ่นหอมพิเศษซึ่งทำงานกับระบบอารมณ์ความ รู้สึก (Soul)

นอกจากนี้พืชตระกูลเบอร์รี่มีการเป่งและบวมของน้ำที่สะสมเอาไว้ในผล สังเกตได้จากตัวผลซึ่งผลิมาจากช่อดอกของพืชตระกูลนี้จะบวมอัดกันแน่นจนรวม เป็นผลเบอร์รี่อย่างที่เรากินกัน เปรียบเสมือนส่วนที่เป็นระบบสืบพันธุ์ของพืชที่เกิดการบวมโตและทำงานจนเกิน พอดีจึงไม่แปลกที่จะพบสารบางอย่างในราสป์เบอร์รี่ที่มีส่วนช่วยในการยับยั้ง เซลล์มะเร็งรังไข่ได้

วันนี้จึงหยิบเอาราสป์เบอร์รี่มาทำเป็นสมู้ตทีเพื่อช่วยบำรุงสุขภาพ ทั้งยังช่วยป้องกันโรคมะเร็งรังไข่ได้เป็นอย่างดี ฝากไว้ให้คุณนำไปใช้ดูแลสุขภาพกันค่ะ

ส่วนผสม (สำหรับ 2 แก้ว) เตรียม 10 นาที ปรุง 5 นาที

  • ราสป์เบอร์รี่แช่แข็ง 1 ถ้วย
  • โยเกิร์ตรสธรรมชาติไม่หวาน 1 ถ้วย
  • เมล็ดอัลมอนด์ 2 ช้อนโต๊ะ
  • เมล็ดเจีย 1 ช้อนชา
  • น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา
  • น้ำเปล่า ½ ถ้วย
  • ใบสะระแหน่ 4 – 5 ใบ
  • ใบสะระแหน่และเมล็ดเจียสำหรับตกแต่ง

วิธีทำ

ปั่นส่วนผสมรวมกันในโถปั่นความเร็วสูง ดื่มมื้อเช้า ช่วยให้สดชื่นตลอดวัน

พลังงานต่อหนึ่งแก้ว 136.84 กิโลแคลอรี
โปรตีน 4.73 กรัม ไขมัน 7.05 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 7.71 กรัม ไฟเบอร์ 3.31 กรัม

“น้ำพริกคุณยาย” เมนูเด็ดต้านกระดูกพรุน

น้ำพริกคุณยาย

โรคกระดูกพรุน คือภาวะความหนาแน่นของมวลกระดูกลดลง โครงสร้างภายในกระดูกเสื่อมสลาย ส่งผลให้กระดูกแตกหักได้ง่าย

วิธีการป้องกันโรคกระดูกพรุนนั้น ขั้นแรกคือ การตัดหรือลดทอนปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เช่น เลี่ยงการดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ หมั่นออกกำลังกายเพื่อให้กล้ามเนื้อและกระดูกแข็งแรงในท่าที่เหมาะสม สำหรับผู้สูงอายุควรเลือกการออกกำลังกายที่ไม่รุนแรงหรือหักโหม เช่น ฤๅษีดัดตนรำชี่กงหรือรำไทเก๊ก หรือการฝึกโยคะ เป็นต้น

นอกจากนี้การรับประทานอาหารเพื่อเสริมแคลเซียมก็สามารถชะลอสภาวะโรคดังกล่าวได้ เช่น ดื่มนมที่มีแคลเซียมสูงเป็นประจำ บริโภคปลาตัวเล็กที่รับประทานได้ทั้งตัวหรืออาหารทะเล เช่น กุ้งเปลือกนิ่มรับประทานได้ทั้งเปลือก หรือแคลเซียมที่ได้จากตัวเคย และจากผักใบเขียวเข้ม เป็นต้น

เมนูเด็ดต้านกระดูกพรุน หลายท่านคงเคยได้ยินเกี่ยวกับโรคกระดูกพรุนกันมาบ้างว่ามักพบในกลุ่มผู้สูง อายุโดยสัญญานเตือนอาจเริ่มจาก มีอาการปวดหลัง เดินตัวงอ หรือรู้สึกว่าเตี้ยลงผิดปกติซึ่งส่อว่ารูปทรงกระดูกหรือมวลกระดูกในร่างกาย ของผู้นั้นเริ่มเปลี่ยนแปลงไปจึงไม่ควรที่จะนิ่งนอนใจ และควรรีบพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำที่เหมาะสม

ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) เตรียม 25 นาที ปรุง 20 นาที

  • พริกขี้หนูแห้งคั่ว 5 เม็ด
  • ข่าซอยคั่ว 1 ช้อนชา
  • ตะไคร้ซอยคั่ว 2 ช้อนชา
  • หอมเล็กซอยคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียมไทยคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
  • มะเขือส้มย่างไฟจนสุก 6 ลูก
  • น้ำตาลปี๊บ ½ ช้อนชา
  • ปลาสลาดย่างหรือปลาสร้อยย่างนำไปปิ้งไฟอีกครั้งจนกรอบดี โขลกละเอียด 4 ช้อนโต๊ะ
  • ต้นหอมซอย 1 ช้อนชา
  • ผักชีซอย 1 ช้อนชา
  • น้ำปลา 2½ ช้อนชา

เครื่องเคียงน้ำพริก

  • กุ้งฝอยล้างสะอาด 100 กรัม นำไปคั่วใน
  • กระทะใส่เกลือ ½ ช้อนชา
  • ใบมะกรูด 5 ใบ
  • ตะไคร้ซอย 1 ต้น
  • จัดใส่จานสำหรับรับประทานกับน้ำพริก ดอกแคลวก 10 ดอก
  • ฟักทองหั่นชิ้นพอคำต้มสุก 8 ชิ้น
  • กระเจี๊ยบเขียวต้มสุก 6 ฝัก
  • ยอดหรือดอกผักปลังลวก 60 กรัม
  • เห็ดนางฟ้าต้มสุก 8 ดอก

วิธีทำ

ใส่ส่วนผสมน้ำพริกที่คั่วแล้วลงครกโขลกพอแหลก ใส่ปลาสลาดป่น ปรุงรสด้วยน้ำตาล น้ำปลา ใส่มะเขือส้มย่างบุบให้แตก ชิมรสให้เผ็ด เค็ม หวาน และเปรี้ยวเล็กน้อยแล้วตักขึ้น โรยด้วยต้นหอมและผักชีซอย เวลารับประทานจึงคลุกให้เข้ากัน (ถ้าไม่ชอบน้ำพริกที่แห้งก็สามารถเติมน้ำสุกเล็กน้อยได้)

เกร็ดความรู้

  • ปลาย่าง และกุ้งฝอย เป็นแหล่งอาหารธรรมชาติที่มีแคลเซียมสูง
  • ข่า ช่วยขับลม แก้อาการปวดบิดมวนลำไส้
  • ตะไคร้ ช่วยขับปัสสาวะได้ดีขึ้น
  • หอมแดง ช่วยขับลม แก้จุกเสียด
  • กระเทียม ช่วยลดไขมันในเลือด
  • ผักต่างๆ ช่วยเพิ่มกากใยอาหารทำให้ขับถ่ายสะดวก
  • ดอกแค นอกจากมีกากใยแล้วยังช่วยให้เจริญอาหาร

พลังงานต่อหนึ่งหน่วยบริโภค 259.23 กิโลแคลอรี
โปรตีน 17.47 กรัม ไขมัน 7.84 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 29.61 กรัม ไฟเบอร์ 4.93 กรัม

สูตร : อาจารย์วันทนี ธัญญา เจตนธรรมจักร

แอดมินหวังว่าสูตรจานเด็ดบำรุงร่างกายทั้ง 5 จานนี้จะเป็นประโยชน์และได้นำไปทำรับประทานกันนะคะ วันแม่หรือวันไหนๆ ก็ดูแลสุขภาพกันได้ สุขสันต์วันแม่แห่งชาติคะ ^^

สูตรจากนิตยสาร Health&Cuisine
เรียบเรียงโดย Admin Pak Kimji

keyboard_arrow_up