รู้จักข้าวเกรียบว่าวกันมั้ยเอ่ย?

รู้จักข้าวเกรียบว่าวกันมั้ยเอ่ย?

เรามีเรื่องราวพร้อมวิธีทำแบบละเอียดยิบมาบอก

“ข้าวเกรียบว่าว” แผ่นข้าวสีขาวนวลย่างให้เหลืองพองกรอบ ขนมขบเคี้ยวแสนอร่อยที่อยู่คู่ชาวไทยมานาน โดยคนเหนือเรียกว่า “ข้าวครวบ” “เข้าตวบ” หรือ “เข้าพอง”พี่น้องชาวอีสานเรียก “ข้าวโป่ง” หรือ “ข้าวเขียบ” ขณะที่คนใต้รู้จักกันในนาม “ข้าวเกรียบเหนียว”

แม้ในอดีตข้าวเกรียบว่าวเคยได้รับการยกย่องว่าเป็นของกินเล่นยอดฮิต ทว่าปัจจุบันความนิยมเริ่มซาไปเด็กรุ่นใหม่แทบไม่รู้จัก ขณะที่ผู้ใหญ่หลายคนก็เริ่มหลงลืม เราจึงอยากชวนคุณรำลึกถึงของกินเล่นชนิดนี้กันอีกสักครั้งโดยมี คุณวิรัตน ปานบุญ แม่ค้าข้าวเกรียบว่าวชาวสิงห์บุรี ผู้สืบทอดเทคนิคการทำข้าวเกรียบว่าวสูตรดั้งเดิมของชาวสิงห์บุรีจากคุณยาย มาเผยกรรมวิธีการทำข้าวเกรียบว่าวแบบครบถ้วนทุกขั้นตอน

“ดิฉันทำข้าวเกรียบว่าวมาเกือบ 20 ปีแล้วค่ะ สมัยก่อนคนในอำเภอค่ายบางระจันทำข้าวเกรียบว่าวกันแทบทั้งหมู่บ้าน แต่ตอนนี้เหลือเพียงดิฉันที่ยังทำอยู่” คุณวิรัตนบอกเล่าถึงเรื่องข้าวเกรียบว่าวในปัจจุบัน ที่เธอเองก็เกรงว่าจะสูญหายไร้คนสืบต่อ ดังนั้นหากคุณผู้อ่าน H & C จะลองทำตามดูสักครั้งก็คงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ แถมช่วยรักษาของกินเล่นชนิดนี้ไว้ให้คนรุ่นหลังได้รู้จักอีกด้วย

Pro’s Knowledge

ข้าวเกรียบว่าว

    • ใช้ข้าวเหนียวเขี้ยวงูเก่า ข้าวเกรียบว่าวที่ได้จะมีสีนวลสวย และปิ้งได้พองกรอบมากขึ้น

 

  • เลือกน้ำตาลปี๊บเนื้อหนึ่ง แต่ละท้องถิ่นใช้วัตถุดิบเพิ่มความหอมหวานให้ข้าวเกรียบว่าวแตกต่างกันไป เช่น ภาคเหนือใช้น้ำอ้อยก้อน ภาคอีสานใช้รากกระพังโหม (เครือตดหมา) ทว่าสูตรของชาวสิงห์บุรีใช้น้ำตาลปี๊บเนื้อหนึ่ง ซึ่งหาซื้อได้ในตลาดทั่วไป โดยบอกกับผู้ขายว่า “น้ำตาลปี๊บอย่างดี” หรือ “น้ำตาลปี๊บเนื้อหนึ่ง” แม้จะมีราคาสูงกว่าน้ำตาลป๊บี ธรรมดา แต่รสชาติท่ไี ด้หวานหอมกลมกล่อมกว่า

 

 

  • ต้องรักษาอุณหภูมิข้าวเหนียวให้ร้อน/อุ่นอยู่ตลอด ข้าวเหนียวที่นึ่งสุกต้องรีบตำทันที เพราะหากข้าวเหนียวเย็นจะไม่สามารถตำรวมกับน้ำตาลปี๊บให้เป็นเนื้อเดียวกันได้และหลังตำข้าวเหนียวจนได้ที่แล้วต้องเก็บไว้ในกระติกเก็บความร้อนตลอดเวลา เพราะหากปล่อยให้เย็น ข้าวเหนียวที่ตำไว้จะแข็งจนไม่สามารถนำมาคลึงเป็นแผ่นข้าวเกรียบได้

 

 

  • การชักนวลแป้ง คือขั้นตอนสำคัญที่ทำให้ข้าวเกรียบว่าวพองกรอบและมีเนื้อสัมผัสนวลเนียนยิ่ง วิธีการคือ เมื่อตำข้าวเหนียวรวมกับน้ำตาลปี๊บจนเป็นเนื้อเดียวกันแล้วข้าวเหนียวจะกลายเป็นแป้งที่เหนียวจนติดสาก การชักนวลคือการใช้สากตำลงไปที่ก้นครกแล้วดึงข้าวเหนียวที่ติดสากให้ยืดขึ้นมาสูง ๆ แล้วตำกลับลงไปที่เดิม

 

 

  • น้ำแช่ข้าวเหนียวอย่าทิ้ง เพราะต้องเก็บไว้ใช้ชุบสากเมื่อข้าวเหนียวติดสากขณะตำและใช้เติมลงในน้ำตาลปี๊บเพื่อให้น้ำตาลอ่อนตัวก่อนใส่ลงผสมกับข้าวจะช่วยให้ตำง่ายขึ้นน้ำแช่ข้าวเหนียวยังช่วยให้ข้าวนิ่มขึ้นในกรณีข้าวเหนียวที่ใช้แข็งเกินไป (หากใช้น้ำเปล่าจะทำให้ข้าวเกรียบว่าวที่ได้ไม่มีความมันวาว)

 

 

  • ตัวช่วยป้องกันแป้งติดมือ ข้าวเหนียวที่ตำเสร็จแล้วจะกลายเป็นแป้งลักษณะเหนียวต้องนำไข่แดงของไข่เป็ดที่ต้มสุกแล้วยีรวมกับน้ำมันมะพร้าว นำมาทากระติกเก็บความร้อนก่อนจะใส่แป้งลงไป และทามือก่อนปั้นแป้งเพื่อป้องกันไม่ให้แป้งติด ทั้งยังเพิ่มกลิ่นหอมให้ข้าวเกรียบได้ด้วย

 

 

  • แผ่นพลาสติกสำหรับคลึงข้าวเกรียบว่าวใช้ถุงพลาสติกสำหรับใส่อาหารเย็นชนิดขุ่นมาตัดเป็นวงกลมเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 18 เซนติเมตร ถุงชนิดดังกล่าวหาซื้อได้ที่ตลาดทั่วไป โดยบอกกับผู้ขายว่า “ถุงขุ่นเย็นขนาดใหญ่” (หากใช้ถุงพลาสติกใสจะลื่นจนไม่สามารถคลึงแป้งได้)

 

 

  • ตากแดดให้พอเหมาะ ควรเลือกทำข้าวเกรียบว่าวในวันที่แดดแรง เพราะหากคลึงข้าวเกรียบแล้วไม่ได้ตากแดดทันที ข้าวเกรียบที่ได้จะไม่ค่อยพองกรอบและรสชาติไม่อร่อยเท่าที่ควร

 

 

  • เทคนิคการปิ้งข้าวเกรียบว่าวให้พองสวย นำข้าวเกรียบว่าววางบนไม้ไผ่ที่จักเป็นซี่ (มีด้ามจับยาวประมาณ 1 เมตร) แล้วใช้ไม้ไผ่ที่จักเป็นซี่อีกอันวางเหนือข้าวเกรียบว่าวเพื่อช่วยประคองไม่ให้ตก จากนั้นนำไปปิ้งบนเตาถ่านขนาดใหญ่ด้วยไฟแรงปานกลางค่อย ๆ เอียงด้านข้างข้าวเกรียบเข้าหาไฟทีละด้าน เมื่อพองแล้วให้พลิกกลับด้านบ่อย ๆ ปิ้งหมุนวนไปรอบ ๆ จนสุกทั่วทั้งแผ่น

 

 

ข้าวเกรียบว่าว
Tips :

    • ข้าวเกรียบที่แห้งพอดี ผิวจะแห้งมันวาวดึงแล้วยืดหยุ่นเล็กน้อย (ถ้าเหนียวและแข็งกระด้างแสดงว่าตากแดดจนแห้งเกินไป)

 

  • แป้งข้าวเกรียบว่าวที่ตากแห้งแล้วเก็บใส่ถุงพลาสติกกันลมเข้าไว้ได้นาน 1 เดือน หากไม่มีเสื่อกก สามารถตากข้าวเกรียบบนแผ่นพลาสติกแล้วรองด้วยถาดแบนได้

 

 

  • หากไม่มีไม้ไผ่จักเป็นซี่ สามารถใช้ตะแกรงสำหรับปิ้งอาหารแทนได้ โดยวางตะแกรงไว้เหนือเตาไฟ แล้วใช้คีมสำหรับคีบอาหารกลับแผ่นข้าวเกรียบว่าวไปมาจนสุก

 

 

***เข้าไปติดตามสูตรข้าวเกรียบว่าวกันต่อที่นี่***

 

ข้อมูล : สารานุกรมภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย ผลิตภัณฑ์จากข้าว (http://app1.bedo.or.th/rice)

เรื่อง : กรองกาญน์ ชัยยะปะปัง ภาพ : จิรวัฒน์ มหาทรัพย์ถาวร สไตล์ : พิมฝัน ใจสงเคราะห์

 

keyboard_arrow_up