10 เมนูเด็ดสุขภาพดีเพื่อแม่

จานเด็ดที่เราจะนำเสนอนั้นช่วยบำรุงและบรรเทาปัญหาสุขภาพของผู้หญิง ทั้งผิวหนัง สมอง หัวใจระบบการย่อย กระดูก และสภาวะวัยทอง ให้คุณลูกๆ เลือกหยิบไปปรุงเป็นของขวัญให้แก่ผู้หญิงที่ดีที่สุดในชีวิตของคุณอย่างประทับใจ

การเลือกอาหารในแต่ละมื้อก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่จะทำให้เราสุขภาพดีเพื่อบำรุงร่างกายให้สุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก และเสริมสร้างภูมิต้านทานต่อโรคต่างๆ จากสมุนไพร ผัก ผลไม้ ที่เลือกทาน วันนี้เรามี 10 เมนูบำรุงสุขภาพคุณแม่ให้ลูกๆ ได้ทำให้คุณแม่ทานกัน ดังต่อไปนี้

    1. ผักโขมและชีสต้านกระดูกพรุน

 

หลังจากอายุ 35 ปีเป็นต้นไป มนุษย์จะสูญเสียมวลกระดูกไปเรื่อยๆ แต่ผู้ที่สูญเสียมากที่สุดจนอาจเกิดภาวะกระดูกพรุนได้ง่ายก็คือสตรี โดยเฉพาะในวัยหมดประจำเดือนเพราะมวลกระดูกนั้นสัมพันธ์กับฮอร์โมนเพศหญิงอย่างฮอร์โมนเอสโทรเจน นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้เสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนได้อีก เช่น การรับประทานอาหารจำพวกโปรตีนและโซเดียมมากเกินไป แต่กินอาหารที่มีแคลเซียมน้อย สูบบุหรี่ ดื่มสุรา ขาดการออกกำลังกายที่มีการแบกรับน้ำหนัก เป็นโรคบางชนิด เช่น เบาหวาน ทาลัสซีเมียมะเร็งบางชนิด ข้ออักเสบและรูมาทอยด์ ฯลฯรวมถึงปัจจัยด้านพันธุกรรม

การป้องกันภาวะกระดูกพรุนนั้นทำได้ตั้งแต่งดปัจจัยและพฤติกรรมเสี่ยงต่อโรคต่างๆออกกำลังกายที่แบกรับน้ำหนักเป็นประจำ เช่นการวิ่งเดิน หรือกระโดด ออกมาสัมผัสแดดยามเช้าช่วงเวลาตั้งแต่ 6.00 น. – 8.00 น. เพื่อให้แสงสังเคราะห์คอเลสเตอรอลในร่างกายให้กลายเป็นวิตามินดี เพราะวิตามินดังกล่าวทำหน้าที่ควบคุมระดับแคลเซียมในร่างกายรับประทานอาหารที่มีฮอร์โมนเอสโทรเจนธรรมชาติและอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม ชีส ปลาเล็กปลาน้อย ผักใบเขียว เช่น ผักโขม คะน้า บรอกโคลี ปลาซาร์ดีนกระป๋อง (กินทั้งกระดูก) หอมหัวใหญ่ (ช่วยหยุดยั้งการทำลายกระดูกจากเซลล์ออสซิโอคลาส) ฯลฯ แต่หากเกิดภาวะกระดูกพรุนแล้ว อาจจำเป็นต้องใช้การรักษาด้วยยาที่ช่วยลดการทำลายกระดูกและกลุ่มยาที่ช่วยกระตุ้นการสร้างกระดูก ร่วมกับการปรับพฤติกรรมด้วย

AmarinBlog
เมนูสลัดผักโขมลวกกับชีสและไข่ต้มยางมะตูม ผักโขมมีวิตามินเคที่ช่วยกระตุ้นการสร้างออกซิโอแคลซิน ซึ่งเป็นโปรตีนในกระดูก ทำหน้าที่รวบรวมโมเลกุลของแคลเซียมในกระดูกให้สร้างมวลกระดูกขึ้นมา สลัดจานนี้จึงหยิบเอาผักโขมมาเป็พระเอก ปรุงคู่กับชีสซึ่งอุดมด้วยแคลเซียม ราดน้ำสลัดปรุงง่ายๆ สไตล์กรีกแต่งรสด้วยบัลซามิกอีกหน่อย เคียงด้วยไข่ต้มยางมะตูมเข้ากันได้ดี

***เข้าไปดูสูตรเพิ่มเติมต่อที่นี่***

 

    1. แซลมอนและข้าวสีม่วงป้องกันสมองเสื่อม

 

ภาวะสมองเสื่อมแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ชนิดรักษาได้ ซึ่งมักเกิดจากสภาวะโรคเช่น โรคซึมเศร้า เนื้องอกในสมอง โรคไทรอยด์ โรคติดเชื้อ โรคขาดสารอาหารบางชนิด และชนิดรักษาไม่ได้ เช่น อัลไซเมอร์

สันนิษฐาน ว่า อัลไซเมอร์นั้นเกิดจากพันธุกรรมและอาจมีปัจจัยเสริม เช่น อาหารสิ่งแวดล้อม และโรคติดเชื้อบางชนิด จากผลสำรวจระบุว่า ในบุคคลช่วงอายุ 65 ปีจะมีอัตราการป่วยเป็นอัลไซเมอร์ 10 เปอร์เซ็นต์และพบมากเมื่ออายุมากขึ้น แนวทางการรักษาโรคนี้ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีใดรักษาหายขาด เพียงแต่ช่วยชะลออาการ และเชื่อว่าการรับประทานอาหารบางชนิด เช่น น้ำมันปลาอันอุดมด้วยโอเมก้า – 3 หรือข้าวสีม่วงซึ่งมีสารแอนโทไซยานิน สามารถลดความเสี่ยงของโรคดังกล่าวได้

โอเมก้า – 3 (มีสองชนิดคือ EPA และ DHA) มีผลต่อการเจริญเติบโตของสมอง ซึ่งร่างกายไม่สามารถผลิตเองได้ อีกทั้งมีวิจัยพบว่า ดีเอชเอเป็นโครงสร้างพื้นฐานของเซลล์สมอง ประสาทตา และการควบคุมการทำงานของสมอง ขณะที่สารต้านอนุมูลอิสระอย่างแอนโทไซยานินที่ได้จากพืชสีม่วงต่างๆ เช่นข้าวสีม่วง เบอร์รี่สีม่วง ดอกไม้บางชนิดก็สามารถชะลอความเสื่อมของเซลล์ เพิ่มความสามารถในการไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดเล็กๆ ได้ดี จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยบำรุงและส่งเสริมการทำงานของสมองได้นั่นเอง

AmarinBlog
      เมนู Rice & Salmon Steak Tartar ปลาคิงแซลมอนเนื้อนุ่มสีส้มอุดมไปด้วยโอเมก้า – 3 นำมาเคล้ากับข้าวแจสแบอร์รี่ ซึ่งเป็นข้าวสายพันธุ์ใหม่ ผสมขึ้นจากข้าวเหนียวดำและข้าวหอมมะลิ เต็มไปด้วยสารแอนโทไซยานินและเครื่องเทศสมุนไพรช่วยขับลมนานาชนิด ปรุงรสคล้ายกับอเมริกันสเต๊กทาร์ทาร์ บวกกับพล่าของไทย ราดด้วยซอสสองชนิด อย่างแรกปรุงรสแซบแบบไทย ทำจากน้ำพริกเผาและซอสสีเหลืองทำคล้ายฮอลลันเดสซอส แต่เติมกลิ่นมะกรูดหอมๆ ลงไป เท่านี้ก็ได้อาหารบำรุงสมองแสนอร่อยแล้ว

***เข้าไปดูสูตรเพิ่มเติมต่อที่นี่***

 

    1. กินถั่วบำรุงหัวใจ

 

มีรายงานว่า สตรีในสหรัฐอเมริกามีอัตราเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจสูงถึง 60 เปอร์เซ็นต์แถมยังมีโอกาสเสียชีวิตด้วยโรคดังกล่าวมากกว่าผู้ชายอีกด้วย ทั้งนี้เหตุเพราะเมื่อสตรีสูงอายุขึ้น มักมีปัญหาสุขภาพเรื่องน้ำหนักความดัน และคอเลสเตอรอล ซึ่งส่งผลให้เป็นโรคหัวใจในที่สุด

ถึงอย่างนั้นเราท่านก็ยังสามารถดูแลหัวใจตัวเองได้ด้วยการบริโภคถั่วเปลือกแข็งแสนอร่อยซึ่งอุดมไปด้วยไขมันดี เพราะมีวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดยืนยันว่า หากรับประทานถั่วเปลือกแข็งเพียงสัปดาห์ละ 2ครั้ง ก็สามารถลดความเสี่ยงการเสียชีวิตกะทันหันจากโรคหัวใจได้ถึง 47 เปอร์เซ็นต์แล้ว

นอกจากนี้ยังมีอาหารชนิดอื่นๆ ซึ่งใช้ดูแลหัวใจได้อย่างดี อาทิ ปลาทะเลซึ่งอุดมด้วยกรดโอเมก้า – 3 เลือกใช้น้ำมันมะกอกประกอบอาหาร เพราะมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียวในปริมาณมาก ช่วยลดคอเลสเตอรอลไม่ดีและความดันโลหิตบริโภคถั่วเมล็ดแห้งซึ่งอุดมไปด้วยเส้นใย

อาหารละลายน้ำได้ โฟเลต แมกนีเซียมวิตามินบี 6 ทองแดง และโพแทสเซียมและควรออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อยวันละ 30 นาที โดยเฉพาะวิธีออกกำลังกายที่มีจังหวะสม่ำเสมอ เช่น การเต้นรำ การวิ่งการเดิน ฯลฯ เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้หัวใจเต้นเป็นจังหวะและแข็งแรงขึ้นได้แล้ว

AmarinBlog
เมนู 7 Nut Hummus ฮัมมุส อาหารแถบเมดิเตอร์เรเนียนและตะวันออกกลาง ทำจากถั่วลูกไก่นำมาแช่น้ำค้างคืนแล้วปั่นให้ละเอียด ก่อนปรุงรสและรับประทานกับแป้งพิต้า สูตรที่นำเสนอนี้เราประยุกต์ใช้ถั่วเปลือกแข็งถึง 7 ชนิดที่ดีต่อหัวใจ ซึ่งปัจจุบันมีแบบอบสุกสำเร็จวางขายเป็นซอง ทั้งอัลมอนด์เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ถั่วลิสง แมคาเดเมีย พิสตาชิโอ วอลนัท และพีแคน มาปรุงรสติดเปรี้ยวและเค็มเล็กน้อย หอมกลิ่นเครื่องเทศ กินกับพิต้าเบรด ไว้ให้คุณนำไปใช้บำรุงหัวใจให้แข็งแรง

เอกสารอ้างอิง ข้อมูลเรื่องอาหารบำรุงหัวใจจากบทความ“5สุดยอดอาหารป้องกันโรคหัวใจ”โดยนักกำหนดอาหารศัลยาคงสมบูรณ์เวช

***เข้าไปดูสูตรเพิ่มเติมต่อที่นี่***

 

    1. กินเต้าหู้สู้ปัญหาวัยทอง

 

หลังหมดประจำเดือนผู้หญิงต้องเผชิญกับภาวะวัยทอง ซึ่งกระทบต่อสุขภาพทั้งกายและใจ ทั้งนี้เป็นเพราะระดับฮอร์โมนเพศเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่สมดุล กล่าวคือ ฮอร์โมนเอสโทรเจนขาด ขณะที่ฮอร์โมนโปรเจสเทอโรนสูงเกินไป ภาวะดังกล่าวนี้ส่งผลให้สุภาพสตรีวัยทองเกิดอาการหงุดหงิดง่ายอาการร้อนวูบวาบ มีการเปลี่ยนแปลงของระบบทางเดินปัสสาวะและระบบสืบพันธุ์กระดูกพรุน เปราะบาง แตกหักง่าย เป็นต้น

สภาวะดังกล่าวนี้มีวิธีง่ายๆ ที่ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนให้ดีขึ้นด้วยการเลือกรับ-ประทานอาหารที่มีไฟโตเอสโทรเจน (ฮอร์โมนเอสโทรเจนจากพืช) เพื่อช่วยทดแทนฮอร์โมนเอสโทรเจนที่ขาดไป ซึ่งไฟโตเอสโทรเจนในกลุ่มไอโซฟลาโวนพบมากในถั่วเหลืองผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ผักแว่น แครอท ส้ม แตงกวา พริกหวาน บรอกโคลี มะเขือม่วง แอ๊ปเปิ้ล สตรอว์เบอร์รี่ นอกจากนี้การหันมาปรับสภาพจิตใจทำสมาธิไปพร้อมๆกับการออกกำลังกาย เช่น การฝึกโยคะก็สามารถช่วยลดอาการหงุดหงิดที่เกิดขึ้นได้อย่างดี

AmarinBlog
เมนูเต้าหู้ชุบเกล็ดขนมปังทอดกับราตาตุย เต้าหู้นิ่มอุดมด้วยฮอร์โมนทดแทนชั้นเลิศสำหรับสตรีวัยทอง เพราะช่วยบรรเทาอาการต่างๆ ที่เกิดจากภาวะพร่องฮอร์โมนของช่วงวัยทอง เช่น หงุดหงิดง่าย ลดภาวะเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนอาการร้อนวูบวาบ ป้องกันภาวะหัวใจขาดเลือด และลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งเต้านม นำมาชุบเกล็ดขนมปังทอดให้สุกเป็นสีทอง กรอบนอกนุ่มใน เสิร์ฟพร้อมกับราตาตุยทำจากผักนานาชนิด อาทิ แครอท พริกหวาน มะเขือม่วง เสิร์ฟอุ่นๆ เป็นจานอิ่มให้ลิ้มลอง ช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพวัยทองได้ดี

***เข้าไปดูสูตรเพิ่มเติมต่อที่นี่***

 

    1. ช่วยย่อยและระบายท้องด้วยโยเกิร์ตและขิง

 

ระบบย่อยอาหารและดูดซึมสารอาหารในผู้สูงอายุมักเสื่อมประสิทธิภาพลง อาหารสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ปรุงจึงต้องคำนึงถึงประเด็นดังกล่าวเป็นสำคัญ โดยเลือกปรุงอาหารให้ครบ 5 หมู่ผ่านกรรมวิธีปรุงที่ทำให้อาหารนั้นนิ่ม รับประทานง่าย สับหั่นอาหารให้มีชิ้นเล็กลงเพื่อช่วยให้ง่ายต่อการเคี้ยว เลือกใช้โปรตีนดีย่อยง่าย เช่น เนื้อปลา นอกจากนี้อาจส่งเสริมระบบการย่อยด้วยการบริโภคอาหารที่มีโปรไบโอติกส์ (อาหารที่มีแบคทีเรียตัวดี ซึ่งช่วยส่งเสริมการทำงานของแบคทีเรียในลำไส้) และพืชสมุนไพรที่ช่วยย่อย ช่วยขับลมประกอบลงไป เพื่อช่วยขับลม ย่อยอาหาร ดีต่อระบบขับถ่าย

โปรไบโอติกส์ที่ดีซึ่งหาได้ง่ายในท้องตลาดเช่น โยเกิร์ต นมเปรี้ยวต่างๆ ที่ไม่ผ่านกระบวนการยูเอชที เพราะแบคทีเรียกรดนมเหล่านี้ไม่สามารถทนความร้อนได้ การบริโภคให้ได้ประโยชน์จึงไม่ควรนำไปผ่านความร้อน ขณะที่พืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณทั้งช่วยย่อยและขับลมได้ดีก็คือ ขิง เพราะขิงมีน้ำมันหอมระเหยชื่อจินเจอรอลและโชกาออล ซึ่งมีฤทธิ์ในการขับลม แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ลดอาการไอและระคายคอจากเสมหะ ช่วยย่อยอาหาร

AmarinBlog
เมนู Greek Yogurt with Ginger Syrup กรีกโยเกิร์ตข้นอร่อย ทั้งยังมีโปรตีนสูง มีแป้งและน้ำตาลต่ำกว่าโยเกิร์ตทั่วไป (เพราะกรีกโยเกิร์ตต้องกรองน้ำออก กระบวนการนี้ น้ำตาลในนมและแล็กโทสจะถูกกรองออกไปด้วยนั่นเอง) ตักใส่ถ้วยแล้วโรยด้วยน้ำเชื่อมเคี่ยวจากขิงมีรสเผ็ดนิดๆ ช่วยขับลมและส่งเสริมการย่อยให้ดียิ่งขึ้น ก่อนโรยอัลมอนด์สไลซ์อบกรอบ เป็นขนมหวานปรุงง่ายและอุดมด้วยคุณค่าอย่างยิ่ง

***เข้าไปดูสูตรเพิ่มเติมต่อที่นี่***

 

    1. วิตามินซีและอีชะลอผิวชรา

 

เมื่อเวลาผ่านไป ริ้วรอยบนผิวงามเกิดขึ้นได้เสมอ เราจึงต้องดูแลสุขภาพผิวเป็นพิเศษเราแนะนำให้คุณเลือกรับประทานผัก ผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี เพื่อช่วยต้านอนุมูลอิสระอันเป็นสาเหตุของริ้วรอยก่อนวัย ซึ่งจากผลงานวิจัยของสถาบันวิจัยโภชนาการมหาวิทยาลัยมหิดล ค้นพบว่า ฝรั่งสดคือผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงสุด ขณะที่มีวิจัยพบระบุอีกว่า การรับประทานอาหารที่มีวิตามินและวิตามินอี (มีมากในจมูกข้าว) ไปพร้อมๆ กัน จะช่วยป้องกันผลเสียจากการกินอาหารไขมันสูงได้ดีอีกด้วย

 

AmarinBlog
เมนู Fresh C & E Fruits with Honey Honey C & E Fruits จานนี้จึงเลือกผลไม้อย่างฝรั่ง กีวี มะเขือเทศราชินี สาลี่ ซึ่งอุดมด้วยวิตามินซีมาไว้รวมกัน ราดด้วยน้ำผึ้งหอมหวานและจมูกข้าวสาลีที่อุดมไปด้วยวิตามินอี กลายเป็นอาหารรับประทานเล่นที่เน้นบำรุงผิวและช่วยชะลอความชราได้ดีทีเดียว

***เข้าไปดูสูตรเพิ่มเติมต่อที่นี่***

AmarinBlog
 

    1. เมนูสลัดผลไม้กับน้ำสลัดขมิ้น

 

ขมิ้นชันซึ่งคนไทยภาคใต้นิยมรับประทานกันมากนั้น นอกจากจะมีสรรพคุณในด้านสมานแผลในกระเพาะอาหารลำไส้และช่วยกระตุ้นการขับ น้ำดีแล้ว ยังมีวิจัยพบว่าสารสำคัญในขมิ้นอย่างเคอร์คูมินอยด์ยังช่วยต้านอนุมูลอิสระ ได้เป็นอย่างดี ทั้งยังทำหน้าที่ปกป้องเซลล์จากสารพิษที่เข้าสู่ร่างกาย ต้านมะเร็งและภาวะการเสื่อมตัวของเซลล์สมองได้อีกด้วย เราจึงหยิบขมิ้นมาปรุงเป็นน้ำสลัดแสนอร่อย เสิร์ฟพร้อมผลไม้หลากสีสันนานาชนิดที่อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน วิตามินอี และวิตามินซี ช่วยต้านอนุมูลอิสระได้อย่างชะงัด แถมยังสดชื่นอีกด้วย

***เข้าไปดูสูตรเพิ่มเติมต่อที่นี่***

AmarinBlog
 

    1. เมนูแซลมอนสเต็กราดซัลซ่ามะม่วง

 

กรมอนามัยได้ทำการสุ่มตรวจสารต้านมะเร็งในผลไม้ไทยเพื่อทำการจัดอันดับ ซึ่งนอกจากขนุนหนังที่มีวิตามินอีสูงที่สุดแล้ว ยังพบว่ามะม่วงน้ำดอกไม้สุกมีเบต้าแคโรทีนสูงที่สุด ขณะที่ฝรั่งสาลี่กลมมีวิตามินซีสูงเป็นอันดับหนึ่ง เราจึงนำผลไม้ทั้งสองชนิดนี้มาปรุงเป็นซัลซ่ารสเปรี้ยวหวาน แช่เย็น ๆ แล้วเสิร์ฟสดพร้อมกับปลาแซลมอน ซึ่งถือว่าเป็นสุดยอดโปรตีนชนิดหนึ่ง เพราะย่อยง่าย ทั้งยังอุดมไปด้วยไขมันดี ช่วยกำจัดไขมันไม่ดีในร่างกายได้อีกด้วย

***เข้าไปดูสูตรเพิ่มเติมต่อที่นี่***

AmarinBlog
 

    1. เมนู Pumpkin Seeds & Garlic Spread

 

มีการศึกษาวิจัยพบว่ากระเทียมมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันไม่ให้ผนังหลอดเลือดชั้นในถูกทำลาย ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคหลอดเลือดแข็งตัว ทั้งยังออกฤทธิ์โดยจับกับอนุมูลอิสระหรือเพิ่มการทำงานของสารต้านอนุมูล อิสระภายในเซลล์ได้อีกด้วย โชคดีที่อาหารไทยนั้นมีกระเทียมเป็นส่วนผสมแทบทุกจาน เพียงแต่ใส่ลงไปมากน้อยต่างกัน ดังนั้นคุณประโยชน์จากสารสำคัญดังกล่าวจึงอาจคะเนได้ไม่ชัดเจน อาหารสูตรนี้จึงนำเอาสุดยอดสารต้านอนุมูลอิสระอย่างกระเทียมมาอบให้สุก แล้วบดละเอียดผสมกับเมล็ดฟักทองที่อุดมไปด้วยธาตุสังกะสี ซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของระบบสืบพันธุ์และช่วยต้านมะเร็งต่อมลูกหมาก ได้เป็นอย่างดี มาทำเป็นสเปรดทาขนมปังให้คุณรับประทานเป็นอาหารว่างต้านอนุมูลอิสระกัน ได้อย่างเต็มคำ

***เข้าไปดูสูตรเพิ่มเติมต่อที่นี่***

 
AmarinBlog
 

    1. เมนูซุปหอมแขก

 

ถัดมาขอกล่าวถึงคู่หูของกระเทียมอย่างหอมเล็กกันบ้าง ในหอมเล็กสดนั้นจะประกอบไปด้วย น้ำมันหอมระเหยที่อุดมไปด้วยสรรพคุณทางยา มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ หากบริโภคเป็นประจำจะสามารถลดระดับคอเลสเตอรอล ช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ลดไขมันในเส้นเลือดที่เป็นสาเหตุของโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจและมี คุณสมบัติต้านหรือยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์และแบคทีเรียด้วย ซึ่งเมื่อเทียบกับหอมแขกแล้ว หอมเล็กนั้นเหนือกว่า ทว่ากลิ่นของหอมเล็กก็รุนแรงกว่าด้วย ดังนั้นซุปถ้วยนี้จึงขอปรับนำหอมแขกมาใช้ปรุงแทนเพื่อให้กลิ่นรสไม่แรงเกิน ไป แต่ก็ยังได้สรรพคุณดีไว้ซดอุ่น ๆ ต้านอนุมูลอิสระและต้านหวัดไปพร้อมกันเลย

***เข้าไปดูสูตรเพิ่มเติมต่อที่นี่***

เป็นไงกันบ้างเมนูแต่ละจานมีประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพทั้งนั้นวันแม่ปีนี้เรามาทำอาหารเพื่อสุขภาพเพื่อเป็นของขวัญให้คุณแม่ทานกันดีกว่านอกจากสุขภาพคุณแม่จะดีแล้ว ความรักและการเอาใจใส่ที่เรามอบให้ คุณแม่ รับรองว่าคุณแม่ปลื้มแน่นอนคะ

 

Happy Mother’s Day ^^
 

ขอบคุณข้อมูลโดยนิตยสาร Health&Cuisine ฉบับที่ 139 และฉบับที่ 151

เรียบเรียงข้อมูลโดย Admin Kimji

 

keyboard_arrow_up