เที่ยวกินอิ่มหนำฟาร์มสตรอว์เบอร์รี่เกาหลี


ถือเป็นฤกษ์งามยามดีสำหรับแอ๊วแอ๊วเลยทีเดียวค่ะ ที่ได้รับคำเชิญจากองค์การโคเรีย อะโกร-เทรด เซ็นเตอร์ (Korea Agro-Fisheries and Food Trade Corporation) ให้ไปเที่ยว ชม ชิมสตรอว์เบอร์รี่เกาหลีกันถึงประเทศเกาหลีใต้เมื่อโอกาสมาจึงไม่รอช้าขออาสาไปเอง

ทำเอาเพื่อนร่วมงานค้อนตาเขียวใส่….ก็แหม ไม่อยากให้เหนื่อยเลยเสียสละตัวเองน่ะคะ (อมยิ้มมุมปากเบาๆ) การเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่สนามบินอินชอนใช้เวลาเพียง 4 ชั่วโมงกว่าๆ ซึ่งช่วงที่ไปนี้เป็นฤดูหนาวชนิดติดลบ จึงต้องรีบหยิบทั้งเสื้อโค๊ท หมวก ถุงมือ มาใส่ไล่ความหนาวกัน พวกเรามุ่งหน้าไปเช็คอินพร้อมเก็บสัมภาระที่โรงแรมในกรุงโซล ก่อนออกเดินทางไปยังเมืองกาพยอง (Gapyeong) เพื่อไปฟาร์มสตรอว์เบอร์รี่แห่งแรกของทริปนี้

_DSF4695

กินสตรอว์เบอร์รี่จุใจ ที่

Gapyeong Strawberry Experience Farm

_MG_8997

_MG_9012 _MG_9020

จากกรุงโซลมายังเมืองกาพยอง ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง สำหรับการเดินทางของคนเกาหลีนั้นเขาจะพูดกันเป็นระยะเวลา เช่น 30 นาที ต่างจากบ้านเราที่บอกกันเป็นระยะทาง พอถึงฟาร์มก็เจอกับคุณจี วอนแบ เจ้าของฟาร์ม Gapyeong Strawberry Experience Farm เดิมทีมีอาชีพเป็นวิศวกร ก่อนผันตัวเองมาทำเกษตร ใช้ชีวิตแบบสไลว์ไลฟ์ที่บ้านเกิด

 

 

 

 

_DSF4924

_DSF4921

 

คุณแบบอกว่าที่เลือกปลูกสตรอว์เบอร์รี่เพราะเป็นผลไม้ขึ้นชื่อของประเทศ แถมเก็บได้หลายครั้ง ต่างจากผลไม้ชนิดอื่นที่ออกผลแล้วเก็บได้เพียงครั้งเดียว สำหรับสตรอว์เบอร์รี่เกาหลีนั้นมี 2 สายพันธุ์ คือ “แมฮยัง” กับ “ซอลฮยัง” ซึ่งพันธุ์แมฮยังเพาะปลูกยากหน่อย ผลทรงเรียวยาว เนื้อแน่น เก็บได้นานจึงเหมาะกับการส่งขายนอกประเทศ ส่วนพันธุ์ซอลฮยัง ลักษณะผลกลมโต มีรสหวานฉ่ำกว่าพันธุ์แมฮยัง และมีเนื้อนิ่ม เก็บได้ไม่นาน จึงเน้นขายภายในประเทศเท่านั้น

_MG_9044

คุณจี วอนแบ เจ้าของฟาร์มสตรอว์เบอร์รี่แสนอร่อย

แต่ละปีจะเริ่มปลูกในเดือนกันยายน ซึ่งใช้ระยะเวลาปลูก 3 เดือนกว่าจะได้ผลผลิต พอถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายนก็จะเริ่มออกผลให้เห็น และมีมากในเดือนธันวาคมจนถึงเดือนเมษายน หากปีไหนอากาศดีก็จะมี
สตรอว์เบอร์รี่ให้กินจนถึงต้นเดือนกรกฎาคมกันเลย

_MG_9010
ในฟาร์มของคุณแบนั้น เขาปลูกเฉพาะพันธุ์ซอลฮยัง โดยปลูกสตรอว์เบอร์รี่ 2 วิธีด้วยกันคือ วิธีดั้งเดิม เป็นการปลูกบนพื้นดินเหมือนการปลูกพืชทั่วไป ส่วนอีกวิธีคือปลูกบนราง โดยปลูกในกระถางแล้ววางไว้บนรางเหล็กยกสูง ทั้งสองวิธีปลูกแบบปลอดภัยไร้สารเคมีในโรงเรือนแบบปิด จึงไม่มีแมลงมาทำหน้าที่ผสมเกษรให้สตรอว์เบอร์รี่ออกดอกออกผล ส่งผลให้ที่เกาหลีมีธุรกิจเลี้ยงผึ้งบรรจุกล่องขายให้กับฟาร์มผลไม้ด้วย แม้ว่าการปลูกทั้งสองวิธีให้ผลผลิตเท่ากัน ทว่าการปลูกบนรางนั้นมีค่าใช้จ่ายมากกว่า แต่กลับเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าเพราะ สตรอว์เบอร์รี่จะออกผลนอกกระถางจึงไม่เปื้อนดิน แถมเดินเก็บได้ง่ายกว่า

http://blog.naver.com/jwb2406

 

ทำสตรอว์เบอร์รี่ฟองดูว์ ที่หมู่บ้านสวิตเซอร์แลนด์

(Eldelweiss, Swiss Theme Park)

_MG_9048 _MG_9050

 

เดินทางกันต่ออีกนิดมาหยุดที่แหล่งท่องเที่ยวแหล่งใหม่เพิ่งเปิดได้แค่ปีกว่า ชื่อว่า “เอเดลไวส์” ซึ่งเป็นชื่อของดอกไม้ประจำชาติประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่นี่ถูกออกแบบให้ดูคลาสสิคตามสไตล์ยุโรป ด้านในมีบ้านขนาดย่อม ตกแต่งทาสีแตกต่างกันตามธีม เช่น Love Propose ในบ้านมีให้เราเขียนคำขอพรลงในกระดาษแล้วนำไปติดบนต้นไม้ใหญ่

 

 

_MG_9082  _MG_9077

 

_MG_9091

_MG_9094

Bern Bear บ้านหลังนี้คนรักหมีต้องปลื้ม เพราะมีตุ๊กตาหมีสารพัดไซส์ให้เราไปกอดนอนเล่นถ่ายรูปได้อย่างอิสระ ส่วนบ้านหลังที่แอ๊วแอ๊วนั่งเล่นอยู่นานคือ Heidi Cheese Museum เพราะเขามีกิจกรรมให้เราทำนั่นคือ “สตรอว์เบอร์รี่ฟองดูว์” โดยมีพนักงานหนุ่มน้อยหน้าใสเป็นคนเตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างไว้พร้อมสรรพ วิธีทำก็ไม่ยากโดยเริ่มจากละลายดาร์คช็อกโกแลตแล้วจุ่มสตรอว์เบอร์รี่ลงไป ก่อนตกแต่งด้วยเกล็ดน้ำตาลแล้วส่งเข้าปากเคี้ยวหนุบหนับ อร่อยดีจริงๆ ซึ่งแอ๊วแอ๊วมารู้ทีหลังว่ากิจกรรมนี้จัดพิเศษเพื่อพวกเราโดยเฉพาะ เพราะปกติแล้วมีแต่ทำฟองดูว์ชีส หากใครไม่อยากกินเขาก็มีกิจกรรมอื่นๆ เช่นปั้นดินน้ำมันเป็นรูปเค้กหรือทำแม่เหล็กติดตู้เย็น ฯ ส่วนค่าใช้จ่ายนั้นมีระบุไว้ชัดเจนหรือสอบถามรายละเอียดกับพนักงานก็ได้

www.swissthemepark.com

กินน้ำแข็งไสปุยหิมะ ที่ร้านซอลบิง

(Sulbing)

_DSF4688_DSF4678

_DSF4670

ก่อนกลับโรงแรม พวกเราได้มาอร่อยกับสตรอว์เบอร์รี่กันต่อในร้านคาเฟ่ของหวาน ที่มีชื่อร้านว่า“ซอลบิง” ซึ่งมีหลายสาขาทั่วประเทศเกาหลี รวมทั้งกรุงเทพฯบ้านเราด้วยเช่นกัน พร้อมเสิร์ฟ“บิงซู” หรือน้ำแข็งไสสไตล์เกาหลี

 

_DSF4677

_DSF4673 _DSF4674

 

 

 

 

 

 

 

ทำจากน้ำแข็งรสนมขูดจนเป็นเกล็ดละเอียดราวกับหิมะ มีท็อปปิ้งให้เลือกหลายรสชาติ เช่น สตรอว์เบอร์รี่ เค้กสปองค์ ครีมชีส โมจิถั่วแดง เวลากินให้ราดนมข้น หรือซอสสตรอว์เบอร์รี่เพิ่มรสชาติช่วยให้อร่อยยิ่งขึ้น ขอบอกว่าเห็นอากาศหนาวๆ อย่างนี้ แต่ก็มีหนุ่มสาวมานั่งกินเป็นกันเป็นกลุ่ม ซื้อถ้วยเดียวกินได้หลายคนเพราะเขาเสิร์ฟจานใหญ่ไซส์บิ๊ก คุ้มมาก

เก็บผลไม้ลูกแดงฉ่ำมาทำเค้ก

ที่เซง เซง สตรอว์เบอร์รี่ฟาร์ม

_DSF4618

วันรุ่งขึ้นแอ๊วแอ๊วเดินทางออกนอกกรุงโซลไปยังเมืองยางพยอง (Yangpyeong) เพื่อเดินทางไปยังฟาร์ม
สตรอว์เบอร์รี่อีกแห่งหนึ่ง ได้เจอกับคุณคิม กี ชุน เจ้าของเซง เซง สตรอว์เบอร์รี่ฟาร์ม (Seng Seng Strawberry Farm)

_MG_9275

ซึ่งมีอายุมากแล้วแต่กลับมีใบหน้าอ่อนเยาว์ คาดว่าเธอคงกินสตรอว์เบอร์รี่อยู่ประจำเป็นแน่คุณคิมเล่าให้ฟังว่าก่อนหน้านี้ปลูกผักอย่างแตงกวาและผักกาดเป็นหลัก ภายหลังจึงเปลี่ยนมาปลูกสตรอว์เบอร์รี่พันธุ์ซอลฮยัง และมีกิจกรรมให้ลูกค้าเก็บสตรอว์เบอร์รี่มาทำเค้กจึงช่วยส่งเสริมให้ฟาร์มมีชื่อเสียงมากขึ้น ทั้งนี้คุณคิมยังได้บอกถึงเทคนิคเก็บสตรอว์เบอร์รี่ชั้นเซียนว่า “ผลที่สุก 100 เปอร์เซ็นต์จะมีสีแดงเงาทั้งลูกไม่มีส่วนสีขาวเลย ซึ่งมีรสหวานฉ่ำมาก แต่เก็บได้ไม่เกิน 2 วัน ก็จะเน่า ทางที่ดีควรเก็บผลที่สุก 80 เปอร์เซ็นต์ จะมีรสหวานฉ่ำเหมือนกันแต่เก็บได้นานถึง 5 วัน สังเกตแถบสีขาวตรงผลใกล้ขั้วสตรอว์เบอร์รี่ต้องมีความกว้างประมาณ 1 ซม.” ส่วนค่าเข้าชมนั้นอยู่ที่ 25,000 วอน (800 บาท) ราคานี้รวมกิจกรรมให้ลูกค้าเก็บสตรอว์เบอร์รี่กลับบ้านได้ 1 กล่อง และเรียนรู้วิธีทำเค้กสตรอว์เบอร์ครีมสดอีก 1 ปอนด์ ส่วนขั้นตอนการทำ ไม่ยุ่งยาก แค่ซื้อเค้กสปองค์ขนาด 1 ปอนด์ วิปปิ้งครีม และสตรอว์เบอร์รี่ ก็มาทำตามนี้ได้เลยค่ะ

 

_DSF4623 _DSF4629 _DSF4631
_DSF4632 _DSF4633 _DSF4634
_DSF4636
http://chun.mobilefarms.com

หม่ำๆ พิซซ่าสตรอว์เบอร์รี่

ร้าน I Have a Dream

_DSF4663 _DSF4664

หลังจากออกแรงทำเค้กกันไป ก็ถึงเวลาเติมพลังกันหน่อย เราได้เดินทางมาย่านกังนัมสุดไฮโซ บอกเลยว่า
โอปป้า(พี่ชาย)แถวนี้น่ากินสุดๆ อุ๊ย..พูดผิดค่ะ สงสัยหิวจัดหูตาลายเห็นอะไรก็อยากกินไปเสียหมด เมื่อเข้าไปในร้านจะเห็นบรรยากาศตกแต่งอย่างหรูหรา

 

_DSF4647

แถมด้านในยังมีห้องฉายหนังเก่าให้ดูระหว่างมื้ออาหารอีกด้วย ส่วนเมนูขึ้นชื่อของทางร้านคือพิซซ่าสตรอว์เบอร์รี่ ซึ่งแอ๊วแอ๊วเองก็คิดอยู่ว่าจะอร่อยหรือป่าว

 

_DSF4652

 

_DSF4660

แต่เมื่อพิซซ่ามาเสิร์ฟตรงหน้าเห็นแล้วยั่วน้ำลายไม่ใช่เล่น เมื่อได้กินยิ่งซึ้งหนักเพราะอร่อยเข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ แป้งบางกรอบกับมอสซาเรลลาชีสเค็มๆ มีรสเปรี้ยวของสตรอว์เบอร์รี่และซอสครีมหวานๆ ยิ่งกินคู่กับสตรอว์เบอร์รี่ปั่นช่วยเติมเต็มรสชาติได้อย่างดี

http://cafe.naver.com/ihaveadream2007

เพลิดเพลินกับดาลกิ

ตัวการ์ตูนสตรอว์เบอร์รี่อันแสนน่ารัก

_DSF4848 _DSF4829_DSF4837

 _DSF4832

มาพักผ่อนกันต่อในหมู่บ้านเฮลริ (Heyri Village) ซึ่งมี “I Like Dalki” เป็นแมสคอตตัวการ์ตูนสตรอว์เบอร์รี่และผองเพื่อน ที่รัฐบาลเกาหลีทำขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนรณรงค์ให้เด็กๆ กินสตรอว์เบอร์รี่และรู้ถึงคุณประโยชน์ของผลไม้ชนิด-นี้ เพียงกินวันละ 5-6 ลูก ก็ได้รับวิตามินซี 70 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคในหนึ่งวัน แถมอุดมด้วยใยอาหาร และแร่ธาตุที่ช่วยในการรักษาโรคท้องผูกอีกด้วย

คำว่า “ดาลกิ”  (Dalki) เป็นภาษาเกาหลีแปลว่าสตรอว์เบอร์รี่

 

_DSF4840 _DSF4844-2 _DSF4843 _DSF4841

ภายในอาคารมีทั้งสนามเด็กเล่นขนาดย่อมเหมาะสำหรับเด็กๆ (ผู้ใหญ่ใจเด็กอย่างเราก็เล่นได้เช่นกัน) อาทิ รถไฟ ชายหาดเทียม อุโมงค์ซ่อนหา และโซนพักผ่อนเป็นมุมหนังสือ รวมถึงคาเฟ่ให้เราได้นั่งดื่มชากาแฟกันด้วย พนักงานบอกว่าวันที่แอ๊วแอ๊วไปเป็นวันธรรมดาผู้คนเลยบางตาไปสักหน่อย หากเป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์จะมีเด็กวิ่งเล่นเยอะแยะไปหมด

http://dalkicafe.com

 

ซื้อผลไม้สดที่ตลาดยองดึงโพ

(Yeongdeungpo Fruit Market)

_DSF4917_DSF4916 _DSF4933

              สำหรับคนที่มาเที่ยวเกาหลีแล้วไม่ได้ไปฟาร์มแต่อยากซื้อสตรอว์เบอร์รี่กลับบ้าน ต้องมาที่ตลาดยองดึงโพว่ากันว่าเป็นตลาดผลไม้ที่ใหญ่อันดับต้นๆ ของประเทศเกาหลีใต้ แต่ที่นี่ไม่ได้ขายผลไม้เพียงอย่างเดียว ยังมีทั้งอาหารทะเล ผักและอาหารแห้ง ให้เลือกมากมาย ที่สำคัญราคาถูกแสนถูก (กดไลค์ตรงนี้แบบรัวๆ)

_DSF4926 _DSF4929

เจ้าของร้านส่วนใหญ่ดูยิ้มแย้มแจ่มใส เชื้อเชิญให้เราเข้าไปเสียทรัพย์สุดๆ บางร้านทำโฆษณาอย่างหนักเขียนป้ายเป็นภาษาเกาหลีว่า “ที่นี่มีมะม่วงไทยขาย” เห็นแล้วปลื้มปริ่มที่ผลไม้บ้านมาขายด้วย ส่วนสตรอว์เบอร์รี่ก็มีขายทั้ง 2 สายพันธุ์แพ็คใส่กล่องกระดาษไว้ให้ถือขึ้นเครื่องได้สบายๆ ซึ่งในหนึ่งกล่องจะแบ่งเป็นกล่องพลาสติกแยกอีก 4 กล่อง กล่องละ ครึ่งกิโลฯ รวมทั้งหมดก็ 2 กิโลฯ สนนราคาอยู่ที่ 20,000 – 30,000 วอน (640 – 940 บาท) เท่านั้น ถือว่าเป็นราคาที่คุ้มค่ามากๆ แต่สำหรับแอ๊วแอ๊วที่ได้ชิมสตอว์เบอร์รี่พันธุ์ซอลฮยังมาก่อน ขอคอนเฟิร์มว่าหากซื้อในตลาดรสชาติไม่ต่างกัน แต่เรื่องความสดฉ่ำ อวบอิ่มนั้นสู้กินที่ฟาร์มไม่ได้ (ใครมาเกาหลีห้ามพลาดเที่ยวฟาร์มสตรอว์เบอร์รี่โดยเด็ดขาด)

_DSF4923

 

หากใครอยากกินสตรอว์เบอร์รี่เกาหลีแต่ยังไม่มีโอกาสมาเยือนแดนกิมจิ ก็สามารถหาซื้อสตรอว์เบอร์รีเกาหลีได้ง่ายๆตามซุปเปอร์มาร์เก็ตอย่าง ท็อปส์, โฮมเฟรช มาร์ท, วิลล่า มาร์เก็ต และฟู้ดแลนด์ นอกจากนี้ยังสามารถรับหารับประทานตามร้านคาเฟ่ของหวานแฟรนไชส์เกาหลีในประเทศไทยได้อีกด้วย

เรื่องและภาพ : แอ๊วแอ๊ว เดอ ควิซีน

 

keyboard_arrow_up