ผัดฉ่าคอมบุทะเล

ผัดฉ่าคอมบุทะเล มื้ออร่อยจากสาหร่ายทะเล รสไทยสไตล์ญี่ปุ่น

ผัดฉ่าคอมบุทะเล
ผัดฉ่าคอมบุทะเล

ผัดฉ่าคอมบุทะเล มื้ออร่อยจากสาหร่ายทะเล รสไทยสไตล์ญี่ปุ่น อาหารทะเลชิ้นโตทั้งกุ้งปลาหมึก และหอยเชลล์ นำมาผัดฉ่ากับสาหร่ายคอมบุเนื้อกรุบกรอบ เข้ากันดีกับกลิ่นรสเครื่องเทศของไทย และยังช่วยเพิ่มรสอูมามิให้ผัดฉ่าจานนี้อร่อยมากยิ่งขึ้น เพราะในสาหร่ายชนิดนี้มีรสอูมามิมากกว่าสาหร่ายชนิดอื่น

ผัดฉ่าคอมบุทะเล มื้ออร่อยจากสาหร่ายทะเล รสไทยสไตล์ญี่ปุ่น สูตรนี้ห้ามพลาดเลยนะขอบอก เพราะสาหร่ายคอมบุทะเลเมื่อนำมาปรุงเข้ากับเครื่องเทศแบบไทยๆ แล้วเข้ากันอร่อยมากๆ ไปดูสูตรนี้กันค่ะ

ผัดฉ่าคอมบุทะเล

เมนู ผัดฉ่าคอมบุทะเล

ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) เตรียม 10 นาที ปรุง 20 นาที

  • สาหร่ายคอมบุต้มสุกหั่นชิ้นพอคำ 2 ถ้วย
  • กุ้งทะเลแกะเปลือกไว้หางผ่าหลัง 8 ตัว
  • ปลาหมึกหั่นชิ้นพอคำ 8 ชิ้น
  • หอยเชลล์ 12 ตัว
  • กระเทียมกลีบเล็ก 10 กลีบ
  • พริกขี้หนูแดง 10 เม็ด
  • กระชายซอย 1/4 ถ้วย
  • ใบโหระพา 1/2 ถ้วย
  • ใบมะกรูดฉีก 6 ใบ
  • พริกชี้ฟ้าแดงและเหลืองหั่นแฉลบ 1/2 ถ้วย
  • ซอสปรุงรส 3 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสหอยนางรม 6 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทยดำป่น 2 ช้อนชา
  • น้ำมันสำหรับผัด 1/4 ถ้วย
  • น้ำต้มสาหร่ายคอมบุ 1 ถ้วย

วิธีทำ

1. โขลกกระเทียมและพริกให้เข้ากันจนละเอียด

2. ตั้งกระทะใส่น้ำมัน พอร้อนใส่เครื่องที่โขลกไว้ลงไป ผัดให้หอม ใส่เครื่องทะเลลงไปผัดให้เข้ากันจนสุก ตามด้วยสาหร่ายคอมบุ เติมน้ำต้มสาหร่ายลงไปพอเดือดปรุงรสด้วยซอสปรุงรสซอสหอยนางรม น้ำตาล และพริกไทย ผัดให้เข้ากัน ผัดจนส่วนผสมเริ่มแห้ง ใส่ผักทุกอย่างลงไป ผัดอีกครั้งพอเข้ากัน ปิดไฟ ยกลง ตักใส่จานเสิร์ฟ

พลังงานต่อหนึ่งหน่วยบริโภค 264.66 กิโลแคลอรี
โปรตีน 9.41 กรัม ไขมัน 21.30 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 8.76 กรัม ไฟเบอร์ 2.74 กรัม

สารพันเมนูอร่อยจาก “สาหร่าย” พืชมากประโยชน์ใต้ท้องทะเล

“สาหร่าย” พืชใต้ทะเลที่นอกจากจะช่วยรักษาระบบนิเวศของทะเลให้อุดมสมบูรณ์แล้วยังมีประโยชน์นานัปการในด้านของการนำมาเป็นอาหารเราจึงเลือกหยิบสาหร่ายสารพัดชนิดที่มากด้วยคุณค่านี้มาปรุงผสมผสานกับอาหารไทยรสเลิศฝากแฟนๆ ซึ่งสาหร่ายจะช่วยเพิ่มสัมผัสและรสชาติทำให้อาหารอร่อยมากขึ้น

สาหร่ายทะเล ทั่วโลกมีมากกว่าสองหมื่นชนิด แต่ที่นิยมนำมาบริโภคมีเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้นซึ่งแบ่งตามสีของการสังเคราะห์แสงได้เป็น 4 กลุ่มสี คือ สาหร่ายสีแดง (Red Algae) เช่น สาหร่ายพอไฟรา (Porphyra) หรือสาหร่ายโนริที่นำมาห่อซูชิแถมยังเป็นชนิดเดียวกับสาหร่าย “จีฉ่าย” ที่ใส่ในแกงจืด รวมถึงสาหร่ายผมนาง (Gracilaria spp.) ที่นำมาสกัดเป็นวุ้นผง ถัดมาเป็น สาหร่ายสีน้ำตาล (Brown Algae) เช่น สาหร่ายลามินาเรีย (Laminaria) หรือสาหร่ายคอมบุ และสาหร่ายอุนดาเรีย (Undaria) หรือสาหร่ายวากาเมะที่ใส่ในซุปญี่ปุ่น

นอกจากนี้ยังมี สาหร่ายสีเขียว (Green Algae) อย่างสาหร่ายพวงองุ่น (Caulerpa lentillifera J. Agardh) หรือสาหร่ายเม็ดพริกไทยที่กำลังนิยมบริโภคในบ้านเรา สุดท้ายคือ สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน (Bluegreen Algae) เช่น สาหร่ายสไปรูลิน่า (Spirulina) หรือสาหร่ายเกลียวทองที่นำมาผลิตเป็นอาหารเสริมสุขภาพนอกจากจะนำสาหร่ายมาปรุงอาหารโดยตรงแล้ว ยังแปรรูปไปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อย่างเวชภัณฑ์ยา อาหารเสริม และเครื่องสำอางอีกด้วย

สาหร่ายทะเลอุดมไปด้วยสารอาหารต่าง ๆ มากมาย แถมยังเป็นวัตถุดิบที่ช่วยบรรเทาและรักษาอาการของโรคต่าง ๆ ได้อีกด้วย เช่น

  • มีโปรตีนมากกว่าเนื้อสัตว์
  • มีแคลเซียมมากกว่านมถึง 14 เท่า
  • มีธาตุเหล็กมากกว่าเนื้อสัตว์ 3 – 8 เท่า
  • มีไอโอดีนมากกว่าอาหารทะเล
  • มีวิตามินเอ วิตามินบี 1 บี 2 บี 6 บี 12 วิตามินซี ไทอะมีน ไรโบฟลาวิน และไนอะซีนมากกว่าในผักผลไม้บางชนิด
  • เป็นอาหารที่มีไขมันและพลังงานต่ำ ย่อยง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการจะลดน้ำหนัก
  • ช่วยรักษาโรคกระดูกพรุนและผุ
  • ช่วยชำระล้างหลอดเลือดทำให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่นได้เป็นปกติ
  • ช่วยลดคอเลสเตอรอลลดความดันโลหิต รักษาโรคท้องผูก
  • ช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหาร

หมายเหตุ : สำหรับผู้ป่วยโรคไตควรรับประทานสาหร่ายทะเลแต่น้อยเพราะในสาหร่ายมีปริมาณโซเดียมสูง

เรื่องและสูตร : เป็นเอก ทรัพย์สิน ผู้ช่วยกองบรรณาธิการ : พิชชาอร ณ นคร
ภาพ : พีระพัฒน์ พุ่มลำเจียก ผู้ช่วยช่างภาพ : บี อุดม สไตล์ : พิมฝัน ใจสงเคราะห์

สูตรอาหารแนะนำอื่นๆ

keyboard_arrow_up