THE SALAYA LEISURE PARK

THE SALAYA LEISURE PARK กิน นอน 2 วัน 1 คืน เพลิดเพลินกับศิลปะร่วมสมัย และกิจกรรมสุดพิเศษ ดุจดินแดนมหัศจรรย์

THE SALAYA LEISURE PARK
THE SALAYA LEISURE PARK

ถ้ารู้สึกเบื่อๆ ไม่รู้จะไปเที่ยวที่ไหนที่ใกล้ๆ ไม่ไกลมากขับรถชิวๆ เบาๆ แนะนำเลยมาที่ The Salaya Leisure Park (เดอะศาลายา เลเชอร์ ปาร์ค) กันสิจ๊ะ อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เท่าไหร่ เพียง 1 ชั่วโมงนิดๆ ก็ถึงแล้ว เพราะ The Salaya Leisure Park แห่งนี้อยู่ที่ศาลายา ใกล้กับมหาวิทยาลัยมหิดลนี่เองจ้า

THE SALAYA LEISURE PARK เป็นอีกหนึ่งคอมมูนิตี้มอลล์ที่น่าสนใจมากๆ เพราะเค้ามีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ มีการแสดงศิลปะร่วมสมัยให้ได้ชมแบบเพลิดเพลิน มีกิจกรรม Workshop ให้ได้ทำกัน ร่วมไปถึงยังมีที่พักที่แสนสบายสำหรับใครที่อยากจะพักผ่อนด้วย โดยภายใน เดอะศาลายา เลเชอร์ ปาร์ค เค้าจะแบ่งเป็นโซนทั้งหมด 4 โซนด้วยกัน  ได้แก่ วาริมันตราโซน (Vari Mantra), โซน Fresh Club ที่เป็นพื้นที่การจัดงานอีเว้นท์ (Events by Fresh Club), โซนความบันเทิงยามค่ำคืน (Nightlife) และโซนการเรียนรู้ (Education) เที่ยวตั้งแต่เช้าจรดค่ำก็ไม่เบื่อจริงๆ เลยจ้า ไปดูโซนหลักๆ ที่มาที่นี่แล้วต้องลองมาแล้วต้องไปเยือนสักหน่อยกันต่อเลยจ้า

THE SALAYA LEISURE PARK
THE SALAYA LEISURE PARK

โซน “วาริมันตรา” (VARI MANTRA)

กิจกรรม Workshop ที่น่าสนใจ

เรียนรู้ศิลปะวัฒนธรรมความเป็นไทย

เดอะศาลายา

ไปดูโซนแรกกัน เป็นในส่วนของ “วาริมันตรา” โซนแห่งมนต์เสน่ห์แห่งสายน้ำ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสายน้ำแห่งคลองมหาสวัสดิ์ โดยโซนวาริมันตรานี้จะประกอบไปด้วย โรงแรมวาริมันตรา (VARIMANTRA HOTEL) ที่เรานั้นพักกันวันนี้ ซึ่งต้องบอกว่าห้องที่โรงแรมไม่ค่อยเยอะนะจ๊ะ แต่ตกแต่งสวยมากๆ ภายในโซนนี้นอกจากจะมีห้องพักแล้ว ส่วนด้านล่างก็จะเป็น โซนของร้านอาหารนานาชาติและการส่งเดลิเวอรี่ (FOOD ZONE) มีร้านอาหารให้เลือกมากมาย อาทิ ร้านฮ่องกงเปี้ยนตัง (Hong Kong Bain Dang) ร้านอาหารจีนตำรับฮ่องกง , ร้าน บลูโกกิ (Bulgogi)  ปิ้งย่างสไตล์เกาหลี , ร้านเมนพอร์ต (Ramen Port)  , ร้าน ครัวนครปฐม (Nakron Pathom Kitchen) ที่นำเสนอเมนูอาหารไทยโบราณและอาหารพื้นบ้านของชาวจังหวัดนครปฐม , ร้าน ฮอบคาเฟ่ (HOB CAFE’) , ร้าน หมีควายสวีทคาเฟ่ (Buffalo Bear) , ร้านเฟรชแฟคทอรี่ (Fresh Factory) นอกจากร้านอาหารแล้ว ในโซนนี้ยังมี วาริมันตราไทยโซน (VARIMANTRA THAI ZONE) ที่เป็นศูนย์การเรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยนำเสอนผ่านกิจกรรมเวิร์คช็อป  การแสดงโชว์ อาหารพื้นบ้าน และออนเซ็น บอกเลยว่าใครที่ชอบทำกิจกรรมเวอร์คช็อปจะชอบมากๆ เพลินสุดๆ นอกจากนี้ยังเอาใจคนรักสุขภาพ ใน โซน  (SPORTS ZONE) ทั้งฟิตเนส โยคะ มวยไทยและ Les Mills Class, การส่งเสริมสุขภาพด้านการผ่อนคลายและความงาม (HEALTH & BEAUTY ZONE) ที่มีทั้งนวดแผนไทย บอดี้สปา และแฮร์สปา  

The Salaya Leisure Park
Cave Show

การแสดง Cave Show ตอน หนุมานจับนาง 4 ภาค
แสงสีเสียงสุดอลังการ สนุกสนานมากๆ

Cave Show

แอบถ่ายรูปกับฉากสวยๆ ซะหน่อยก่อนการแสดงจะเริ่ม ^^

ภาพการแสดง Theatre Show บางส่วนต้องไปดูด้วยตัวเองนะ
แสงสีเสียงครบเลยเล่าเรื่องได้น่าสนใจดีเลยค่ะ

ห้ามพลาดไฮไลท์เลยของที่นี่คือ การชมโชว์สุดอลังการ Cave Show ที่เนรมิตศิลปะการแสดงให้เป็นแบบไทยประยุกต์ชุดพิเศษจากเหล่านักแสดงมากฝีมือ หาชมได้ที่นี่ที่เดียวนะจะบอกให้ ซึ่งชื่อตอนว่า “หนุมานจับนาง 4   ภาค ” และการแสดง Theatre Show ซึ่งสามารถสอบถามรายละเอียดกับทางเดอะศาลายา เลเชอร์ ปาร์คได้เลยจ้า บัตรเข้าชมการแสดงอยู่ที่ราคา 400 – 800 บาท ต้อนนี้มีโปรโมชั่น Eat And Travel Half Day Trip อยู่นะราคาถูกมากๆ กินเที่ยวพร้อมดูโชว์เก๋ๆ ก็ฟินเวอร์แล้ว นี่ แค่โซนเดียวก็เพลินแล้ว

Workshop ทำน้ำหอม

เดอะศาลายา เลเชอร์ ปาร์ค

Workshop ทำผ้ามัดย้อม

วาริมันตราไทยโซน (VARIMANTRA THAI ZONE) โซนนี้เหมาะกับสายกิจกรรมที่แท้ทรูเพราะเค้ามีอะไรให้ได้ทำตลอดทั้งวันเลยทีเดียวค่ะ  ที่สำคัญเหมาะกับคนที่ชอบท่องเที่ยวสายศิลปะวัฒนธรรม และวิถีชีวิตชาวบ้าน โดย สื่อออกมากับการทำกิจกรรม Workshop มากมาย อาทิ ทำเบเกอรี่จากดินสอพองมาต่อยอดสร้างเป็นสินค้าใหม่ “ดินไข่มุก” นำมาปั้นเป็นรูปต่างๆ สวยน่ารัก หรือกิจกรรมการทำน้ำหอมจากสมุนไพรไทย และการทำสีจากวัตถุดิบธรรมชาติ “สีไทยไทย” แล้วนำมาทำเสื้อมัดย้อมที่มีลวดลายสวยๆ ด้วยตัวคุณเอง สามารถเลือกกิจกรรม Workshop ที่คุณอยากจะทำได้ในราคาเพียง 400 บาท เท่านั้นนะ

โรงแรมวาริมันตรา

โรงแรมวาริมันตรา

โรงแรมวาริมันตรา

โรงแรมวาริมันตรา (VARIMANTRA HOTEL) สำหรับค่ำคืนแห่งการพักผ่อน หลังจากทั้งวันเราทำกิจกรรมต่างๆ เหนื่อยแล้ว ก็ถึงเวลาพักผ่อนหย่อนใจกันหน่อย พูดถึงโรงแรมวาริมันตรา แห่งนี้กันหน่อย เป็นโรงแรมบูทิคสุดหรูตกแต่งสไตล์นีโอคลาสสิค สวยงาม ภายในห้องพักก็จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมให้บริการ อาทิ อินเตอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง ทีวี ตู้เย็น เตียงนอนขนาดใหญ่ โต๊ะทำงาน และอื่นๆ เสมือนอยู่บ้านเลยทีเดียวค่ะ แต่แอบตกใจเล็กกับห้องน้ำ ที่เค้าไม่มีผนังกั้นมีแค่ม่านเท่านั้น เขินหน่อยๆ นะถ้าจะมากับเพื่อน แต่ถ้ามากับคนรักก็น่าจะไม่เขินเท่าไหร่มั้ง(พิมพ์ไปเขินไป) ซึ่งห้องที่เราพักก็เป็น ห้องวาริซูพีเรีย (Vari Superior) ซึ่งสามารถเลือกได้ว่าจะนอนเป็นเตียงคู่ หรือเตียงเดี่ยว นะจ๊ะ เลือกได้ตามความสะดวกเลย

ห้องวาริซูพีเรีย (Vari Superior)

แต่ไม่ได้มีแค่ห้องวาริซูพีเรีย (Vari Superior)อย่างเดียวนะ เค้ายังมี ห้องวาริดีลักซ์ Vari Deluxe คุณจะได้สัมผัสความหรูหราของห้องที่ออกแบบมา เพื่อมอบความสุขให้กับผู้เข้าพัก ผสมผสานกับเฟอร์นิเจอร์คุณภาพสูง พร้อมอ่างอาบน้ำแบบจากุซซี่ ให้ท่านได้ผ่อนคลายอย่างเต็มเปี่ยม และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องพัก ห้องวาริสวีท Vari Suite สัมผัสประสบการณ์ชั้นหนึ่งภายในห้องที่ตกแต่งด้วยความหรูหรา พร้อมพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง ผสมผสานกับเฟอร์นิเจอร์คุณภาพสูง เพื่อการพักผ่อนและการผ่อนคลายขั้นสูงสุด  สิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องพัก ได้แก่ โซนรับแขก  เครื่องปรับอากาศ โต๊ะทำงาน พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง และอื่นๆ ห้องฮันนีมูน Honeymoon Suite เหมาะกับคู่รักสุดๆ เพื่อมาเติมความหวานแก่กัน ด้วยการตกแต่งที่หรูหรา พร้อมพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง ผสมผสานกับเฟอร์นิเจอร์คุณภาพสูง  เพื่อมอบประสบการณ์แห่งการผ่อนคลายขั้นสูงสุด พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบเช่นกัน เลือกห้องได้ตามชอบเลยจ้า

ทานมื้อเช้าที่ร้าน Buffalo Bear

บรรยากาศต่างๆ

สำหรับสายนวดที่นี่เค้ามีสปาด้วยนะจ๊ะ

โซนร้านอาหารนานาชาติ (FOOD ZONE)

มาที่นี่จะไม่มีอาหารได้อย่างไร มาที่โซนร้านอาหารนานาชาติ (FOOD ZONE) รับรองว่าคุณจะอิ่มเอมใจ พุงกางเลยทีเดียวค่ะ เพราะเค้ามีทั้งอาหารไทย อาหารญี่ปุ่น อาหารจีน อาหารเกาหลี เรียกว่านานาชาติให้เลือกสรรมากมายเลยก็ว่าได้ แต่ที่จะแนะนำให้มาลอง นั้นจะยกมาหมดคงไม่ได้ ขอแนะนำร้านอร่อยที่มาที่นี่แล้วต้องเข้าไปลิ้มรสชาติ 2 ร้านนี้เลยจ้า ร้านแรก คือ ร้านฮ่องกงเปี้ยนตัง (Hong Kong Bain Dang) และ ร้านครัวนครปฐม (Nakron Pathom Kitchen) 2 ร้านอร่อยที่แตกต่างแต่อร่อยนะบอกเลย

ร้านฮ่องกงเปี้ยนตัง
ร้านฮ่องกงเปี้ยนตัง

เมนูติ่มซำมีให้เลือกหลากหลายมากๆ

บรรยากาศในร้านฮ่องกงเปี้ยนตัง (Hong Kong Bain Dang)

มาค่าสายบุฟเฟ่ต์ติ่มซำ ต้องมาที่ ร้านฮ่องกงเปี้ยนตัง (Hong Kong Bain Dang) เป็นร้านอาหารจีนตำรับฮ่องกงในสไตล์ “มินิเหลา” ร้านถูกออกแบบในสไตล์มินิมอล เหมือนทานอาหารในบ้านเพื่อน ก็จะมีทั้งบุฟเฟ่ต์ติ่มซำ ราคาท่านละ 299 บาท เท่านั้น และเมนูอาหารจีนแบบ A La Carte เมนูแนะนำ กระเพาะปลาผัดแห้ง หูฉลามน้ำแดง เป็ดย่าง กุ้งอบวุ้นเส้น ซุปเยื่อไผ่เอ็นหมูตุ๋น คะน้าฮ่องกงน้ำมันหอย ข้าวผัดปู บะหมี่ผัดฮกเกี้ยน และอื่นๆ อีกมากมาย ขอแอบกระซิบว่าติ่มซำอร่อยมากนะ มีหลายเมนูให้เลือกราคาน่าโดนไปอีกต้องไปแล้วค่ะ

ครัวนครปฐม

ร้านครัวนครปฐม (Nakron Pathom Kitchen)

ครัวนครปฐม
ครัวนครปฐม

มาถึง ร้านครัวนครปฐม (Nakron Pathom Kitchen) ร้านอาหารไทยโบราณที่บอกเล่าเรื่องราวของจังหวัดนครปฐมผ่านทางอาหาร โดยที่ร้านเค้าจะเสิร์ฟเมนูอร่อยที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นอาหารไทยโบราณหาทานยาก และอาหารพื้นบ้านของนครปฐมที่สืบทอดกันมา โดยเมนูครัวนครปฐม มาใน Concept “อาหารเป็นยา” เพื่อสอดคล้องกับความเป็นศาลายา หรือ ศาลายาตำรายา จากนำเอาสมุนไพรต่างๆ มาปรุงอาหารเพื่อบำรุงสุขภาพนั่นเองค่ะ

ครัวนครปฐม

เมนูแนะนำ คือ เมนูสีดาลุยไฟ หรือ แกงคั่วส้มโอหอยแมลงภู่ เมนู Signature ของทางร้านที่นำเอาเครื่องแกงมาโขลกด้วยมือคั่วจนหอม และใช้ส้มโอขาวน้ำผึ้งนครปฐมที่เลื่องชื่อเรื่องความหวานอมเปรี้ยวอร่อย มาผสมผสานกับเครื่องแกงได้รสที่กลมกล่อมลงตัวเสิร์ฟพร้อมหอยแมลงภู่ตัวโต อร่อยมากค่ะ ลืมบอกไปว่าเครื่องแกงต่างๆ ที่ทางร้านเค้าใช้นั้นเชฟตำเองทุกขั้นตอนนะจ๊ะ ไม่ใช้ของสำเร็จรูปนะจ๊ะ รับรองว่าเครื่องแกงถึงรสชาติทุกจานจ้า นอกจากนี้ยังมี เมนูมนูม้าฮ้อ , เมนูกระทงทอง ,เมนูยำส้มโอ ใช้ส้มโอขาวน้ำผึ้ง ทานแล้วสดชื่น  เมนูน้ำพริกนครบาล ที่รสจัดจ้านเผ็ดซะใจคนทานเผ็ดมากๆ เพราะเค้าใช้ พริกแห้งบางช้าง+พริกจินดาแดง โขลกให้เข้ากัน มีน้ำส้มซ่าผสมด้วย ตลิงปิง มะม่วงเปรี้ยว มะอึกซอย ทำให้น้ำพริกถ้วยนี้จัดจ้านสมกับชื่อน้ำพริกนครบาลเลยทีเดียวค่ะ , เมนูทอดมันกุ้ง กินกับน้ำจิ้มอาจาด , เมนูต้มข่าปลาสลิด ปลาสลิดกรอบแห้ง , เมนูเห็ดสามอย่าง เมนูแนะนำอื่นๆ หนุมานบุกลงกา (ส้มตำไหลบัวกุ้งสด) , เมี่ยงกากหมู ,แตงโมปลาแห้ง , นางลอยทรงเครื่อง ปิดท้ายด้วยเมนูขนมหวานแบบไทยๆ อย่าง เมนูบัวลอยทรงเครื่อง ไส้เป็นถั่วเหลืองกวน และ เมนูส้มฉุน หอม อร่อยชื่นใจคลายร้อน แนะนำไปลิ้มลองกันค่ะ เวลาเปิด –ปิด ตั้งแต่ 10.00น. -18.00น. นะจ๊ะ

โรสแมรี่ เฮ้าส์

โซน “โรสแมรี่” (ROSEMARY ZONE)

เอาใจสายคาเฟ่ และชื่นชอบการถ่ายรูปกันบ้างต้องมาที่ โซน “โรสแมรี่” (ROSEMARY ZONE) เพราะที่นี่มีเค้ามีร้านน่ารัก น่านั่ง ชื่อว่า โรสแมรี่ เฮ้าส์ (Rosemary House) คาเฟ่เรือนกระจกเก๋ๆ  คาเฟ่สไตล์ Glass House มีมุมถ่ายรูปเพียบเลยนะจ๊ะ แถมตกแต่งได้สวยงามด้วยเหล่าพันธุ์ไม้ ดอกไม้ นานาชนิด เฟอร์นิเจอร์ก็เป็นสไตล์วินเทจเมื่อเดินเข้าไปนึกว่าหลุดเข้าไปอยู่ในช่วงคริสต์ศตรรษที่ 19 ของอังกฤษ ที่เก๋กว่านั้นสามารถเช่าชุดย้อนยุคมาถ่ายรูปได้ด้วยนะเธอ ว้าวมาก เมนูแนะนำ ต้องเซตชุดน้ำชายามบ่าย (Afternoon Tea Set) เป็นเมนูขนมไทยสไตล์ฟิวชั่น “ไทย – อังกฤษ ” เสิร์ฟพร้อมน้ำชาหอมละมุนทานเข้ากันสุดๆ ส่วนใครที่ชอบดื่มชา ต้องห้ามพลาด Signature ที่ทางร้านเลือกใช้ใบชาที่ทำจากสมุนไพร ดอกกุหลาบและผลไม้ บอกเลยว่าหอมสดชื่นเวลาดื่มมากๆ ค่ะ ไปลองกันที่โซนนี้นะ

โรสแมรี่ เฮ้าส์

บรรยากาศที่ โรสแมรี่ เฮ้าส์ (Rosemary House) คาเฟ่

Afternoon Tea Set

นอกจากนี้ยังมีโซน อิงลิชการ์เด้น (English Garden) สำหรับใครที่กำลังมองหาสถานที่จัดเลี้ยงต่างๆ ทั้งงานแต่งงาน งานเลี้ยงบริษัท งานประชุมสัมมนา หรืองานเลี้ยงในโอกาสพิเศษ ก็มีสถานที่รองรับแขกกว้างขวางเลยทีเดียวค่ะ และใครอยากจะทานอาหารบรรยากาศริมแม่น้ำเก๋ๆ อยากชิวๆ สบายๆ มีในส่วนของ บาร์ (Bungalow Bar) ที่เค้าตกแต่งสไตล์บังกะโล ริมน้ำก็จะเห็นวิวสายน้ำแห่งคลองมหาสวัสดิ์ ทอดยาว พร้อมเสียงดนตรี เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มานั่งทานอาหารกับครอบครัวได้ดีเลยทีเดียวค่ะ

ส่วนของบรรยากาศของ Bungalow Bar ยามเย็น

Bungalow Bar

เมนูอาหารที่ Bungalow Bar

ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของ THE SALAYA LEISURE PARK ดินแดนมหัศจรรย์ แห่งนี้เท่านั้นนะคะ ถ้าใครอยากจะลองไปสัมผัสความสวยของศิลปะวัฒนธรรม ไปพักผ่อนหย่อนใจที่ห้องพักสวยๆ อาหารอร่อยๆ มุมถ่ายรูปเก๋ๆ ก็แวะเวียนไปกันได้ รับรองว่า 1 วันก็เที่ยวได้ หรือจะนอนสักคืนก็เริ่ด มาที่เดียวเพลินตั้งแต่เช้าจรดค่ำแน่นอนค่ะ

เดอะศาลายา เลเชอร์ ปาร์ค

บรรยากาศในเดอะศาลายา

THE SALAYA

ก่อนกลับแวะดูของฝากกันหน่อยค่ะ

พิกัด : The Salaya Leisure Park (เดอะศาลายา เลเชอร์ ปาร์ค) 88/8 หมู่ 5 ถนนศาลายา-บางภาษี ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170
เปิดทำการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 – 24.00 น.
Facebook : thesalaya
Instagram : thesalaya
Line : @thesalaya

บทความโดย Admin #Pakkimji
ภาพประกอบโดย Amontep Chaonikhom

บทความเช็คอินกินเที่ยวแนะนำ

keyboard_arrow_up