วิธีลดความขมของสะเดา ด้วย น้ำซาวข้าว พร้อมประโยชน์และสรรพคุณ

วิธีลดความขมของสะเดา
วิธีลดความขมของสะเดา

วิธีลดความขมของสะเดา ด้วย “น้ำซาวข้าว”

วิธีลดความขมของสะเดา นอกจากประโยชน์ดังกล่าวมาแล้ว ในส่วนยอดของสะเดายังมีรสขมที่ไม่พึงปรารถนาติดมาด้วย ดังนั้น ในการนำยอดสะเดามาประกอบอาหารให้ทานอร่อยได้อรรถรสนั้น แม่ครัวจำต้องมีเทคนิควิธี ที่อาจกล่าวได้ว่าเป็นเคล็ดลับก้นครัวที่มีการสืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นแต่โบราณ ในการนำมาใช้ลดความขมของสะเดานั้น ให้รับประทานง่ายขึ้น ด้วย “น้ำซาวข้าว” นั่นเอง…

วิธีการลดความขมของ…สะเดา

  • ใส่น้ำซาวข้าวลงในหม้อแล้วตั้งไฟต้มให้น้ำเดือด
  • เมื่อน้ำเดือดแล้ว นำยอดสะเดาใส่ลงไปในหม้อ ใช้เวลาในการลวก 1 นาที
  • ตักยอดสะเดาออกจากหม้อ และล้างน้ำเปล่า 1 น้ำ ตักผักขึ้นจัดใส่จานพร้อมรับประทานได้เลย

“สะเดา” สมุนไพรมหัศจรรย์ ยาดีที่ควรมีไว้ใกล้ตัว

สะเดา จัดเป็นพืชผักพื้นบ้านที่จะออกสู่ตลาดในช่วงหน้าหนาวของทุกปี คนไทยมัคนิยมนำมารับประทานคู่กับน้ำพริก บางคนไม่ชอบความขม ก็นำมารับประทานคู่กับน้ำปลาหวาน แกล้มด้วยปลาดุกย่าง เป็นเมนูโปรดในครัวเรือน ส่วนใหญ่แล้วเราจะนิยมนำดอกและยอดของสะเดามาประกอบอาหาร ซึ่งให้คุณค่าทางโภชนาการ เช่น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก เส้นใย เบต้าแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินซี และไนอาซินมาก

สะเดา สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ชนิดได้แก่

สะเดาไทย (สะเดาบ้าน) ลักษณะของใบหยักเป็นฟันเลื่อย ปลายของฟันเลื่อยทู่ โคนใบเบี้ยวแต่กว้างกว่า ปลายใบแหลม โดยสะเดาไทยแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ ชนิดขมและชนิดมัน โดยจะสังเกตได้จากยอดอ่อน หากเป็นชนิดขมยอดอ่อนจะมีสีแดง แต่ถ้าเป็นชนิดมันยอดอ่อนจะมีสีขาว

สะเดาอินเดีย ลักษณะของใบ ขอบใบเป็นหยักคล้ายฟันเลื่อย ปลายของฟันเลื่อยแหลม ปลายใบมีลักษณะแหลมเรียวแคบมาก ส่วนโคนใบเบี้ยว

สะเดาช้าง (สะเดาเทียม) (Azadirachta excelsa (Jack) Jacobs) ชนิดนี้ลักษณะขอบใบจะเรียบหรือปัดขึ้นลงเล็กน้อย ปลายใบเป็นติ่งแหลม ขนาดของใบและผลจะใหญ่กว่า 2 ชนิดแรก

โดยต้นสะเดาไทยและสะเดาอินเดียจะเป็นชนิดเดียวกันแต่ต่างสายพันธุ์ ส่วนสะเดาช้างจะจัดอยู่ในวงศ์เดียวกันกับสะเดาไทยและสะเดาอินเดีย แต่เป็นคนละชนิดหรือคนละสปีชีส์

ประโยชน์และสรรพคุณ

ยับยั้งเชื้อปรสิตเชื้อรา
ไล่แมลงตัวเล็ก สะเดามีคุณสมบัติยับยั้งเชื้อรา และยังเป็นสารฆ่าแมลงธรรมดาอีกด้วย จึงสามารถลดโรคเรื้อน และเห็บหมัด ในสัตว์เลี้ยง รวมถึงกำจัดเห็บ หมัด เหา โลน มด ไร และยุงได้
บำรุงข้อต่อ 
สะเดาช่วยบำรุงกระดูกและข้อต่อต่าง ๆ ในร่างกายเรา และยังช่วยบรรเทาอาการจากโรคไฟโบรไมอัลเจีย(Fibromyalgia) หรือโรคในกลุ่มอาการปวดเรื้อรังอีกด้วย
ป้องกันเบาหวาน 
สะเดามีรสขมสามารถรักษาโรคเบาหวานได้ โดยจะยับยั้งการผลิตอินซูลินได้กว่าร้อยละ 50 และยังช่วยปรับสมดุลความอยากอาหารได้อีกด้วย
กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันโรค
สะเดามีฤทธิ์ดีท็อกซ์สารพิษในกระแสเลือด ทำให้มีปริมาณเลือดดีหมุนเวียนในร่างกายมากขึ้น ลดการติดเชื้อในร่างกาย ต้านโรคหวัดได้ดี
ลดการติดเชื้อในช่องคลอด
น้ำมันสะเดา สามารถช่วยลดการติดเชื้อราในช่องคลอดได้ แต่อาจมีผลข้างเคียงคือ หากใช้เป็นเวลานาน จะมีโอกาสตั้งท้องยากขึ้น
บำรุงหัวใจ 
ตามตำราแพทย์พื้นบ้านระบุว่า ผลของต้นสะเดา หากนำมาต้ม ใช้จิบอย่างน้อยวันละครั้ง มีคุณสมบัติช่วยขยายหลอดเลือด ทำให้การไหลเวียนของเลือดเป็นปกติขึ้น ปรับสมดุลจังหวะการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ หัวใจจึงแข็งแรงขึ้น
ยับยั้งเชื้อปรสิตเชื้อรา
ไล่แมลงตัวเล็ก สะเดามีคุณสมบัติยับยั้งเชื้อรา และยังเป็นสารฆ่าแมลงธรรมดาอีกด้วย จึงสามารถลดโรคเรื้อน และเห็บหมัด ในสัตว์เลี้ยง รวมถึงกำจัดเห็บ หมัด เหา โลน มด ไร และยุงได้

ขอบคุณข้อมูลจาก

#ACuisine #เอคูซีน #รู้หรือไม่ #TamTip
👉 กดติดตาม Instagram ได้ที่ @ acuisine.th Follow มาเยอะๆ นะคะ 😘
ง่าย สนุก สุข อร่อย อยากกิน..อยากฟิน..อยากทำ.. อย่าลืมติดตาม #Acuisine นะจ๊ะ
keyboard_arrow_up