5 จานล้างพิษกาย ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่

5 จานล้างพิษกาย
5 จานล้างพิษกาย

5 จานล้างพิษกาย ส่งท้ายปีเก่า เวลา 1 ปีผ่านไปไวเหมือนติดจรวด หลายท่านอาจมัวง่วนสะสางงานอย่างเต็มสูบจนรู้ตัวอีกทีร่างกายก็ทรุดโทรมไปแล้ว ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะสารพัดสารพิษที่คุณได้รับมาโดยไม่รู้ตัว ทั้งจากปัจจัยภายนอกและภายในตัวอย่างสารพิษจากปัจจัยภายนอก เช่น อากาศที่ไม่บริสุทธิ์ สารเคมีตกค้างในผักผลไม้ พิษจากบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อนุมูลอิสระในอาหารปิ้งย่างจนไหม้เกรียม

การรับประทานอาหารมากเกินไปหรืออาหารที่ก่อพิษ เช่น แป้งขัดขาว อาหารหวานจัด มันจัด อาหารที่ผ่านกระบวนการผลิตซับซ้อน เช่น ไส้กรอก แฮม ชีส รวมถึงเนื้อแดงต่าง ๆ ฯลฯ ส่วนสารพิษที่เกิดขึ้นเองภายในร่างกาย เช่น อนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นเพราะภาวะความเครียด สารพิษจากเชื้อโรคบางชนิด หรือระบบการย่อยและดูดซึมอาหารที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้เกิดของเสียที่หมักหมมแล้วเกิดเป็นพิษ เป็นต้น

ถึงแม้สารพิษจะเข้าสู่ร่างกายได้หลายทางตามที่กล่าวมา แต่ร่างกายเราก็มีอวัยวะซึ่งทำหน้าที่ขจัดสารพิษเหล่านั้นออกไปตามธรรมชาติ เช่น ตับทำหน้าที่ขจัดของเสียจากอาหารที่รับประทานเข้าไปปอดช่วยฟอกอากาศจากการหายใจ ผิวหนังช่วยขับของเสียออกทางเหงื่อ ลำไส้ใหญ่ช่วยขับถ่ายของเสียในลำไส้ หากระบบเหล่านี้ปกติ ร่างกายจะแข็งแรง แต่ถ้าโรงงานกำจัดพิษเหล่านี้เริ่มรวน หรือปริมาณสารพิษที่รับในแต่ละวันนั้นเกิดสะสมในอัตราสูงกว่าจะกำจัดออกได้ทัน มันก็จะเริ่มส่งผลเสียต่อร่างกายและแสดงอาการออกมาให้เห็น เมื่อเกิดสภาวะดังกล่าว “การล้างพิษ” จึงถือเป็นทางออกที่ดีอย่างหนึ่งซึ่งโดยทั่วไปแล้ววิธีล้างพิษมีอยู่หลายทาง เช่น การสวนล้างลำไส้ การอบซาวน่า การนวด การออกกำลังกาย การใช้ยาสมุนไพรหรือน้ำเอนไซม์ เป็นต้น

5 จานล้างพิษกาย

นอกจากวิธีล้างพิษดังกล่าว การเลือกรับประทานอาหารก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน เพราะพิษส่วนหนึ่งเกิดจากอาหารที่รับประทานเข้าไป แต่ในขณะเดียวกันหากรู้จักเลือกอาหารที่ดีเข้าสู่ร่างกายในปริมาณที่เหมาะสม ก็สามารถช่วยให้ร่างกายขับสารพิษออกไปเองอย่าง
มีประสิทธิภาพได้เช่นกัน โดยอาจเริ่มจากงดอาหารกลุ่มเสี่ยงที่กล่าวไว้เบื้องต้น ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอต่อวัน และวันไหนที่ต้องการล้างพิษก็ควรจำกัดพลังงานอาหารให้ไม่เกิน 800 กิโลแคลอรีต่อวันเพื่อให้ระบบย่อยและตับได้พักผ่อน แล้วเลือกใช้วัตถุดิบที่มีสรรพคุณช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพของระบบกำจัดสารพิษตามธรรมชาติมาปรุงเป็นอาหารรับประทานก็สามารถช่วยปรับลดสารพิษในกายลงได้แล้ว

ส่งท้ายปีเก่านี้ จึงอาสารังสรรค์เมนูส่งเสริมระบบกำจัดพิษในร่างกายไว้ทั้งหมด 5 จาน มอบให้คุณต่างของขวัญ ไว้ใช้คลีนแอนเคลียร์สารพัดสารพิษทั้งหลายออกไปเสีย เพื่อปีหน้าฟ้าใหม่จะได้มีสุขภาพร่างกายสะอาดสดใสแข็งแรงจากภายในส่ภู ายนอก พร้อมดำเนินชีวิตต่อไปอย่างเต็มสุขทุกก้าวย่าง สวัสดีปีใหม่

สลัดมะละกอ
เมนู สลัดมะละกอ และเม็ดแมงลัก

1. สลัดมะละกอและเม็ดแมงลัก

สลัดมะละกอ และเม็ดแมงลัก “มะละกอสุก” คือมิตรที่แท้จริงของระบบทางเดินอาหาร เพราะสารสำคัญในมะละกอช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ เส้นใยอาหารจากมะละกอสามารถจับกับสารพิษก่อมะเร็งในลำไส้ใหญ่ และพาส่งออกทำให้สารพิษสัมผัสกับลำไส้ใหญ่น้อยที่สุด

สารโฟเลต เบต้าแคโรทีน วิตามินซีและอี ที่พบในมะละกอ ยังช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยช่วยปกป้องสารพันธุกรรมในเซลล์ไม่ให้ถูกอนุมูลอิสระทำลายมากนัก นอกจากนี้เอนไซม์ปาเปอีนและไคโมปาเปนยังช่วยย่อยโปรตีนและช่วยลดการอักเสบได้อีกด้วย

สลัดมะละกอ จานนี้จึงถือเป็น อาหารล้างพิษ ในระบบทางเดินอาหารได้เป็นอย่างดีเพราะนอกจากสรรพคุณดีที่ได้จากมะละกอสุกแล้ว เรายังเพิ่มเม็ดแมงลักที่มีสรรพคุณช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้คล่องขึ้นผสมลงไปด้วย เพื่อให้คุณได้ประโยชน์กันแบบยกกำลังสองไปเลย

ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) เตรียม 20 นาที ปรุง 5 นาที

  • มะละกอสุก ปอกเปลือกหั่นชิ้นตามชอบ 8 ถ้วย
  • เม็ดแมงลัก แช่น้ำจนนิ่ม ½ ถ้วย
  • มะนาวเขียวซอยเป็นแว่น 2 ลูก
  • ใบสะระแหน่ 1 ถ้วย
  • น้ำมะนาว ¼ ถ้วย
  • น้ำผึ้ง 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

จัดมะละกอและมะนาวซอยเป็นแว่นใส่จาน โรยหน้าด้วยเม็ดแมงลักและใบสะระแหน่ จากนั้นราดน้ำมะนาว ตามด้วยน้ำผึ้ง รับประทานได้ทันที

พลังงานต่อหนึ่งหน่วยบริโภค 184.47 กิโลแคลอรี
โปรตีน 2.06 กรัม ไขมัน 1.71 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 41.92 กรัม ไฟเบอร์ 6.66 กรัม

ซัลซ่ากระเจี๊ยบแดงและสับปะรด
เมนู ซัลซ่ากระเจี๊ยบแดง และสับปะรด

2. ซัลซ่ากระเจี๊ยบแดง และสับปะรด

ซัลซ่ากระเจี๊ยบแดง และสับปะรด จากข้อมูลเกี่ยวกับสมุนไพรตามหลักเภสัชกรรมแผนไทยระบุไว้ว่า กระเจี๊ยบแดง มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ซึ่งสอดคล้องกับผลงานวิจัยของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ทั้งยังค้นพบสาร “แอนโทไซยานนิ” ซึ่งเป็นสารสีแดงตัวเดียวกันกับที่พบในบลูเบอร์รี่ แต่ในกระเจี๊ยบมีมากกว่า ซึ่งสารดังกล่าวนี้ช่วยต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่าวิตามินซีเสียอีก

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลรายงานว่า กระเจี๊ยบ มีคุณสมบัติ ช่วยขจัดแบคทีเรียและไวรัสออกจากระบบทางเดินปัสสาวะอีกด้วย สรรพคุณมากมายขนาดนี้ เราจึงหยิบเอากระเจี๊ยบแดงมาปรุงเป็นเครื่องจิ้มอย่างซัลซ่า รับประทานคู่กับแป้งนาโช กลายเป็นของว่างเมนูอร่อยที่ช่วยขับพิษออกทางปัสสาวะได้เป็นอย่างดีทีเดียว

สับปะรด มีสรรพคุณช่วยย่อยอาหาร ลดอาการท้องผูกโดยเฉพาะอาหารจำพวกโปรตีน ช่วยบรรเทาอาการแผลเป็นหนอง ขับปัสสาวะได้ดี และอุดมไปด้วยวิตามินซี ช่วยต้านหวัดได้

ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) เตรียม 30 นาที ปรุง 5 นาที

  • กระเจี๊ยบแดง สดสับหยาบลวกน้ำร้อน 1 ถ้วย
  • สับปะรด หั่นเต๋าเล็ก 1 ถ้วย
  • ตะไคร้สับ ¼ ถ้วย
  • เนื้อมะเขือเทศหั่นเต๋าเล็ก 1 ถ้วย
  • พริกชี้ฟ้าเขียว กรีดเอาเมล็ดออกสับ 4 เม็ด
  • พริกขี้หนู สับ 7 เม็ด
  • หอมเล็กสับ ¾ ถ้วย
  • ผักชีสับ 2 ต้น
  • เกลือ 1½ ช้อนชา
  • น้ำเลมอน 2 ช้อนโต๊ะ
  • ทาบาสโก 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ
  • แผ่นแป้งนาโชหรือบิสกิต
  • ธัญพืชตามชอบ 4 ถ้วย

วิธีทำ

เคล้าสับปะรด ตะไคร้ พริกขี้หนูสับหอมเล็กสับกับเกลือและน้ำมันมะกอกจึงใส่กระเจี๊ยบแดงและผักชี ปรุงรสด้วยน้ำเลมอน เคล้าพอเข้ากันอีกรอบ นำไปแช่ในตู้เย็นสักพัก จัดเสิร์ฟพร้อมกับแป้งนาโชหรือบิสกิตธัญพืช

พลังงานต่อหนึ่งหน่วยบริโภค 115.78 กิโลแคลอรี
โปรตีน 1.25 กรัม ไขมัน 6.28 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 13.84 กรัม ไฟเบอร์ 1.64 กรัม

Ginger Soup
เมนู Ginger Soup

3. Ginger Soup

Ginger Soup เมนูสุขภาพช่วยขจัดสารพิษที่ผิวหนัง “การขับเหงื่อ” เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้สารพิษในระดับผิวหนังถูกขับออกไป ซึ่งหากคุณออกกำลังกายประจำอยู่แล้วก็ไม่มีอะไรน่ากังวล แต่ถ้าไม่ค่อยมีเวลา ลองปรุงซุปขิงอุ่น ๆ ถ้วยนี้รับประทานดู

เพราะ ขิง มีความเผ็ดร้อนในตัว นอกจากจะช่วยต้านหนาวในฤดูนี้ได้ดีแล้ว ยังช่วยส่งเสริมระบบการย่อยอาหารให้เป็นไปอย่างปกติ ขับลม และแก้วิงเวียนได้ดีทีเดียว ที่สำคัญ ยังช่วยขับเหงื่อเพื่อขจัดสารพิษที่ผิวหนังให้คุณได้ในแต่ละช้อนซุปอีกด้วย

ส่วนผสม Ginger Soup  (สำหรับ 4 ที่) เตรียม 30 นาที ปรุง 45 นาที

  • ขิงอ่อน ปอกเปลือกซอยบาง 3 ถ้วย
  • มันฝรั่ง หั่นเต๋า 3 ถ้วย
  • หอมหัวใหญ่สับ ½ ถ้วย
  • ต้นหอมฝรั่งซอย 1 ถ้วย
  • ไวน์ขาว ¼ ถ้วย
  • วิปปิ้งครีมสด ½ ถ้วย
  • น้ำสต๊อกไก่ 6 ถ้วย
  • เกลือ 1½ ช้อนชา
  • น้ำมันมะกอกสำหรับผัด 3 ช้อนโต๊ะ
  • หอยเชลล์สด กุ้งทะเลสด เนื้อปลาทะเลสดหั่นเป็นชิ้นพอคำ 2 ถ้วย
  • พริกไทยดำป่นเล็กน้อย
  • ผักชีสำหรับตกแต่งเล็กน้อย

วิธีทำ Ginger Soup 

1. อุ่นน้ำสต๊อกให้เดือด แล้วใส่เครื่องทะเลลงลวกจนสุก ตักขึ้นพักไว้
2. ผัดหัวหอมสับกับน้ำมันมะกอกด้วยไฟอ่อนจนสุกใส จึงใส่ ขิง ต้นหอม พริกไทย มันฝรั่ง ลงผัดสักครู่ เมื่อผักที่ผัดไว้เริ่มสุกนิ่มเติมไวน์ขาว เร่งไฟขึ้นผัดต่ออีกประมาณ 1 นาที เติมน้ำสต๊อกที่ได้จากข้อ 1 ลงไปลดไฟลงเป็นไฟกลางค่อนไปทางอ่อน ต้มส่วนผสมจนมันฝรั่งนิ่ม ปิดไฟ พักให้เย็น
3. นำส่วนผสมข้อ 2 ที่เย็นแล้วใส่ลงในเครื่องปั่นแล้วปั่นจนได้ซุปเนื้อละเอียดเนียนดีกรองผ่านกระชอน ใช้ทัพพียีส่วนผสมซุปให้ผ่านกระชอนลงไปมากที่สุด เทซุปที่ได้กลับใส่หม้อ ยกขึ้นตั้งไฟกลางให้ร้อนอีกครั้ง เมื่อส่วนผสมร้อนแล้วปิดไฟ เติมครีมสด คนพอเข้ากัน ตักซุปใส่ถ้วย แล้วใส่เครื่องทะเลที่ลวกไว้ลงไป โรยด้วยผักชี ก็จะได้Ginger Soup พร้อมเสิร์ฟค่ะ

พลังงานต่อหนึ่งหน่วยบริโภค 320.13 กิโลแคลอรี
โปรตีน 18.73 กรัม ไขมัน 14.76 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 27.46 กรัม ไฟเบอร์ 6.47 กรัม

ไก่อบแอ๊ปเปิ้ล
เมนู ไก่อบแอ๊ปเปิ้ล

4. ไก่อบแอ๊ปเปิ้ล

ไก่อบแอ๊ปเปิ้ล คณะวิจัยมหาวิทยาลัยพอลซาบาทิเอร์เมืองตูลูส ฝรั่งเศส วิจัยพบว่า การรับประทานแอ๊ปเปิ้ลวันละ 3 ผลร่วมกับอาหารอื่น ๆ เป็นเวลา 1 เดือน สามารถช่วยให้คอเลสเตอรอลในเลือดลดลง เพราะเมื่อกรดในทางเดินอาหารย่อยสลายไขมันแยกคอเลสเตอรอลออกมาแล้ว

เพกทินใน แอ๊ปเปิ้ล จะคอยดักจับคอเลสเตอรอลเหล่านั้นไปทิ้งนั่นเอง แอ๊ปเปิ้ลยังมีไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำสูงมาก จึงช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น ทั้งนี้ยังมีข้อมูลจากโภชนากรแนะนำว่า ควรกินแอ๊ปเปิ้ลแดง เพราะมีสารที่มีคุณสมบัติบำรุงภูมิคุ้มกันและช่วยล้างพิษในร่างกายมากที่สุด

จากนานาสารพัดประโยชน์ของแอ๊ปเปิ้ลที่กล่าวมา ไก่อบแอ๊ปเปิ้ลที่เราคิดขึ้นสูตรนี้จึงถือเป็นทางเลือกแสนอร่อยเตรียมไว้ให้คุณนำไปใช้ลดไขมันในร่างกายได้ตามอำเภอใจ

ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) เตรียม 45 นาที ปรุง 45 นาที

  • อกไก่สดไร้หนังและกระดูก 4 ชิ้น
  • แอ๊ปเปิ้ลแดง หั่นเต๋าขนาด 1 เซนติเมตร 4 ผล
  • น้ำเสาวรสสด ½ ถ้วย
  • ลูกเกด 1 ถ้วย
  • แครนเบอร์รี่แห้ง 1 ถ้วย
  • หอมหัวใหญ่ สับ ½ ถ้วย
  • อัลมอนด์สไลซ์อบ 1 ถ้วย
  • วอลนัท 1 ถ้วย
  • โรสแมรี่สับ 1 ช้อนชา
  • น้ำผึ้ง ¾ ถ้วย
  • ผงกะหรี่ 1 ช้อนชา
  • อบเชยป่น ½ ช้อนชา
  • ไวน์ขาว ¼ ถ้วย
  • วูสเตอร์ซอส ½ ช้อนโต๊ะ
  • น้ำสต๊อกไก่ ½ ถ้วย
  • น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ 2 ช้อนชา
  • ผงคัสตาร์ด 2 ช้อนชาละลายน้ำ 4 ช้อนชา
  • ข้าวสวย คีนัว หรือคูสคูสหุงสุกแล้ว 4 ถ้วย
  • พาร์สลีย์สับตามชอบ

วิธีทำ

1. ผ่าครึ่งชิ้นอกไก่ระหว่างด้านบนและด้านล่างให้ขาดจากกัน แล้วใช้ไม้ทุบเนื้อทุบให้แบนจึงหั่นแบ่งชินไก่เป็นเส้นยาวให้ 1 อกได้ 4 ชิ้น ทำเช่นนี้จนหมดอกไก่ จากนั้นโรยเกลือให้ทั่วทั้งสองด้าน พักไว้

2. ผัดหอมหัวใหญ่กับน้ำมันมะกอกในหม้อด้วยไฟอ่อนจนสุกใสใส่ผงกะหรี่และอบเชยป่นลงไปผัด ตามด้วยแอ๊ปเปิ้ลและเบอร์รี่แห้งต่าง ๆ ผัดจนแอ๊ปเปิ้ลเริ่มสุก จึงเร่งไฟขึ้นเติมไวน์ขาว ผัดต่อสักพัก ใส่น้ำเสาวรส น้ำสต๊อก วูสเตอร์ซอส และน้ำผึ้งลงไป รอให้เดือดอีกครั้ง ใส่ผงคัสตาร์ดที่ละลายน้ำไว้ลงไป คนเร็ว ๆ ส่วนผสมจะข้นขึ้น ผัดต่อไปสักครู่ให้น้ำส่วนผสมงวดลงเหลือแค่ขลุกขลิกจึงปิดไฟ พักส่วนผสมให้เย็น

3. วางชิ้นไก่ลงบนเขียง ตักส่วนผสมข้อ 2 ใส่ลงไปแล้วม้วนชิ้นไก่เป็นโรลก่อนจัดเรียงใส่ถาดอบ ทำเช่นนี้จนไก่หมดแล้วห่อถาดอบด้วยอะลูมิเนียมฟอยล์นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 250 องศาเซลเซียส นาน 45 นาที นำออกจากเตา แกะกระดาษอะลูมิเนียมฟอยล์ออกนำออกจากเตาอบ โรยหน้าด้วยใบพาร์สลีย์สับ รับประทานคู่กับข้าวสวย คีนัวหุงสุกหรือคูสคูสหุงสุกก็ได้

พลังงานต่อหนึ่งหน่วยบริโภค 734.19 กิโลแคลอรี
โปรตีน 25.24 กรัม ไขมัน 29.07 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 97.84 กรัม ไฟเบอร์ 5.69 กรัม

Avocado Deviled Eggs
เมนู Avocado Deviled Eggs

5. Avocado Deviled Eggs

Avocado Deviled Eggs “กลูตาไทโอน” เป็นสารที่ช่วยปรับสมดุล และต้านอนุมูลอิสระในเซลล์ พบมากในเซลล์ของตับ ทั้งนี้เพราะสารดังกล่าวนั้นสัมพันธ์กับระบบขับพิษส่วนเกินของตับโดยตรง ทั้งพิษที่มาจากโลหะหนักจำพวกปรอท ยาฆ่าแมลง หรือสารพิษจากยาบางประเภทที่รับประทานเข้าไป

มีรายงานว่าหากสารดังกล่าวลดลงมากเกินไปจะส่งผลให้เกิดอาการตับวายและเสียชีวิตได้ ซึ่งสาเหตุอาจเป็นเพราะการรับประทานยาพาราเซตามอลเกินขนาด หรือจากภาวะโรคที่เกิดกับตับ เช่น โรคมะเร็งตับ เป็นต้น

เราสามารถรับกลูตาไทโอนธรรมชาติจากอาหารจำพวกนม ไข่ รวมถึงผลไม้เนื้อเนียนอย่างอะโวคาโด โดยไม่ก่อให้เกิดอันตราย สูตรนี้จึงเลือกหยิบวัตถุดิบดังกล่าวมาปรุงเป็นของว่าง ช่วยเสริมสร้างกระบวนการล้างพิษตับ ที่นอกจากจะดีต่อสุขภาพแล้วยังจัดแต่งสวยงามน่ารับประทานยิ่งนัก

ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) เตรียม 20 นาที ปรุง 20 นาที

  • เนื้อ อะโวคาโด สุก 1 ผล
  • ไข่ไก่ต้มสุก 6 ฟอง
  • ดิจองมัสตาร์ด 1½ ช้อนโต๊ะ
  • มายองเนส 2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกคาเยน 1 ช้อนชา
  • ผิวเลมอนขูด 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเลมอน 1½ ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ ½ ช้อนชา
  • พริกไทยดำป่น 1 ช้อนชา
  • วอลนัทอบบดหยาบ ผักชี และพริกคาเยน สำหรับโรยหน้าเล็กน้อย

วิธีทำ

1. ปอกไข่ต้ม จากนั้นผ่าครึ่งตามขวาง ตักไข่แดงแยกใส่ภาชนะไว้ ไข่ขาวที่มีลักษณะเหมือนถ้วยจัดใส่จานเรียงเตรียมไว้

2. ยีเนื้ออะโวคาโดและไข่แดงผ่านกระชอนให้ละเอียดเนียน แล้วใส่วอลนัท มายองเนสน้ำเลมอน พริกคาเยน ผิวเลมอน เกลือพริกไทย คนผสมจนเข้ากัน ตักใส่ถุงบีบเลือกใช้หัวบีบตามชอบ

3. บีบส่วนผสมข้อ 2 ใส่กลับลงในไข่ขาวจนครบทุกชิ้น ตกแต่งหน้าด้วยวอลนัทบดหยาบผักชี และพริกคาเยนตามชอบ จัดใส่จานรับประทานทันที

พลังงานต่อหนึ่งหน่วยบริโภค 169.35 กิโลแคลอรี
โปรตีน 10.03 กรัม ไขมัน 13.15 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 2.82 กรัม ไฟเบอร์ 0.34 กรัม

สูตร : ครัว H&C เรื่อง : สิทธิโชค ศรีโช ผู้ช่วยกองบรรณาธิการ : พิศุภางค์, สตรีรัตน์ ภาพ : พีระพัฒน์ พุ่มลำเจียก สไตล์ : กษมา แก้วจำนง ข้อมูล บทความเรื่อง “มาดูข้อดี – ข้อเสียของกลูตาไทโอน” จากคลังข้อมูล อย. www.elib.fda.moph.go.th

สูตรสุขภาพแนะนำ

keyboard_arrow_up