ดอกแค พืชสมุนไพรพื้นบ้าน ถูกใช้เป็นยามาแต่สมัยโบราณ มากคุณค่ามากสรรพคุณโดยแท้

ดอกแค
ดอกแค

ดอกแค

“ดอกแค” เชื่อว่าผู้ใหญ่ในบ้านคงจะรู้จักเป็นอย่างดี แต่สำหรับหนุ่มๆสาวๆวัยรุ่นอาจจะไม่ค่อยรู้จักนัก เนื่องจากปัจจุบันค่อนข้างหายาก และอาจไม่ค่อยถูกปากนัก แต่สรรพคุณและประโยชน์ของมันนั้น…บอกได้เลยว่ามากคุณค่าสุดๆ

มารู้จักกับ “แค” กันเสียก่อน!

“ดอกแค” มีชื่อในภาษาอังกฤษว่า Sesbania Grandiflora ส่วนต้นแคจะใช้ชื่อว่า Cork Wood Tree เป็นพืชสมุนไพรที่มีเฉพาะในแถบเอเชียบางประเทศ เป็นต้นไม้ขนาดกลาง จัดว่าเป็นพืชสมุนไพรที่ชาวต่างชาติมองว่าเป็นของหายาก และมีราคาค่อนข้างสูง แต่ในประเทศไทยเรากลับหาง่าย และราคาถูก หลายคนเข้าใจว่า “แค” คือผักชนิดหนึ่ง แต่ในทางสมุนไพรศาสตร์ “แค” จัดว่าเป็นพืชสมุนไพร เพราะคนสมัยโบราณจะนำดอกแคมาใช้เป็นยาแผนโบราณ ที่อุดมไปด้วยคุณค่ามากมาย…

ตำราหมอยาไทยโบราณ

ดอกแคมีคุณสมบัติเป็นยาแก้อาการปวดศีรษะข้างเดียวหรือ “ไมเกรน” ได้ดีมาก วิธีกินก็ไม่ต้องปรุงยาให้วุ่นวาย อยากกินแบบไหนก็หยิบจับมาทำเมนูกินกับข้าวได้เลย แค่นี้ก็ถือว่าได้กินสมุนไพรที่ดีแก้ “ไมเกรน” ได้แล้ว อาการไมเกรน จะหายไปได้ในไม่กี่วัน หลังจากกินดอกแค

หรือจะนำใบแคสด ใช้ยอดอ่อนไม่จำกัดจำนวน ต้มกับน้ำกินลดไข้ ลวกจิ้มกับน้ำพริก กินแก้ปวดศีรษะข้างเดียว หรือไมเกรน ชาวอินเดีย ใช้สูดน้ำที่คั้นได้จากดอกหรือใบแคเข้าจมูกรักษาโรค ริดสีดวงในจมูก และทำให้มีน้ำมูกออกมา แก้ปวดและหนักศีรษะ ลดความร้อน ลดไข้

คนโบราณนิยมนำไปปรุงอาหาร กินเพื่อแก้ไข้หัวลม “ไข้หัวลมคืออาการไข้ที่มักจะเป็นตอนเริ่มฤดูหนาว” เมื่อลมหนาวเย็นๆ มาเยือน บางคนจะมีอาการไข้ หรือเป็นไข้เพราะเปลี่ยนฤดูกาล ซึ่งแคจะออกดอกมารอให้เก็บไปทำอาหารกินแก้ไข้พอดี โดยเกสรที่มีรสขมของดอกนั่นแหละ ที่มีฤทธิ์แก้ไข้หัวลม และยังปรับสมดุลร่างกายตามหลักแพทย์แผนไทยอีกด้วย…

ประโยชน์

  • มีวิตามินหลากหลายชนิด ได้แก่ เบต้าแคโรทีน ธาตุเหล็ก และให้โปรตีนแก่ร่างกาย
  • ถูกใช้เป็นวัตถุดิบสำคัญในตำหรับอาหารไทยหลากหลายเมนู นิยมนำไปลวกจิ้มเป็นเครื่องเคียง หรือกินกับน้ำพริก หรือใส่ลงในแกงต่างๆอย่างแกงส้ม เป็นต้น
  • ดอกแคเป็นพืชฤทธิ์เย็น ช่วยลดความร้อนในร่างกาย แก้ร้อนในได้ดี
  • ใช้เป็นยาขับเสมหะ ลดน้ำมูก ลดอาการอักเสบของเยื่อบุโพรงจมูก
  • มีสรรพคุณช่วยบำรุงสายตา เนื่องจากมีเบต้าแคโรทีนที่สูง
  • มีสรรพคุณช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด เหมาะแก่ผู้ป่วยโรคเบาหวาน
  • ดอกและยอดอ่อน มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง

ไม่ควรรับประทานมากจนเกินไป

หากกินดอกแคมากๆ อาจมีอาการอาเจียนได้ เพราะเป็น “พืชตระกูลเย็น” จะทำให้ดูดน้ำในท้องเยอะ ส่งผลให้อยากอาเจียนมาก

ส่วนวิธีการเลือก

ดอกแคจะอร่อยที่สุดในช่วงหน้าฝน ส่วนการเลือกดอกแคจะหน้าไหนก็ได้แต่ดีที่สุดคือหน้าหนาว ดอกจะอวบอูมเต็มที่

คำแนะนำในเลือกซื้อและรับประทาน

  • การนำดอกแคมาใช้ทำเป็นอาหาร ต้องเด็ดเอาเกสรสีเหลืองของดอกออกก่อน จะช่วยลดความขมหรือทำให้มีรสขมได้ แต่ถ้าไม่กังวลเรื่องความขมก็ไม่ต้องเด็ดออกก็ได้
  • การเลือกซื้อยอดอ่อนและใบอ่อนของแค ควรเลือกเป็นใบสด ไม่ร่วง ส่วนดอกให้เลือกดอกตูมที่กำลังจะบาน ซึ่งยอดอ่อนและใบอ่อนจะหาซื้อได้ทั่วไปในตลาด แต่สำหรับฝักอ่อนค่อนข้างจะหาซื้อยาก ต้องปลูกต้นแคไว้เองจึงจะได้รับประทาน
  • ยอดอ่อนและใบอ่อนของแคนั้น จะมีในช่วงฤดูฝน ส่วนดอกแคจะมีในช่วงต้นฤดูหนาว
  • ดอกแคมีรสเฝื่อน ไม่นิยมรับประทานสด ๆ วิธีที่ดีที่สุดก็คือ การไปลวกโดยใช้เวลาอันสั้นที่สุด
  • การรับประทานดอกแคในปริมาณมากเกินไปอาจทำให้อาเจียนได้

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก

keyboard_arrow_up