เมื่อถึงวันที่พ่อแม่ไม่สบาย เราวางแผนวันนั้นอย่างไร? ที่นี่มีคำตอบ!

เมื่อถึงวันที่พ่อแม่ไม่สบาย เราวางแผนวันนั้นอย่างไร? ที่นี่มีคำตอบ!

“ไม่มีใครอยากเจ็บป่วย แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับปัญหาสุขภาพที่ไม่คาดคิด หากเลือกได้ระหว่างรักษาที่บ้านกับโรงพยาบาล เชื่อแน่ว่าเกือบทุกคนย่อมอยากรักษาตัวที่บ้านท่ามกลางคนที่รัก” นี่คือคำกล่าวของ คุณหมอตั้ม หรือนายแพทย์คณพล ภูมิรัตนประพิณ CEO และ Co-Founder บริษัท เฮลท์ แอท โฮม จำกัด ซึ่งถือเป็นผู้ริเริ่ม Health at Home บริการดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุถึงบ้านผ่านแอปพลิเคชันด้านการแพทย์ที่มั่นใจได้ว่าตอบโจทย์ทุกการดูแลรักษา

“ชีวจิต” ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมสถานที่ดูแลผู้ป่วยของเฮลท์ แอท โฮม ที่เรียกว่าเป็นเหมือนธุรกิจที่ 2 ที่เปิดเพิ่มมาจากธุรกิจหลักคือ การส่งผู้ดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุไปตามบ้าน และจากแรงบันดาลใจของคุณหมอตั้ม มาสู่ธุรกิจที่เรียกว่าตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุของไทยที่กำลังงจะเกิดขึ้นในอนาคตแบบนี้ มีหรือเราจะพลาดไปจับเข่าพูดคุยกับคุณหมอเกี่ยวกับธุรกิจนี้กัน พร้อมทั้งไปดูกันว่าตอนนี้ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุของไทยเค้าพัฒนาไปถึงไหนกันแล้ว ฟังจากผู้ประกอบการจริงๆ รับรองได้ข้อมูลชัดเจน เน้นๆ แน่นอนค่ะ

แรงบันดาลใจและความรู้ที่สั่งสมสู่การเปิดธุรกิจดูแลผู้สูงวัย

คุณหมอตั้มเริ่มต้นเล่าถึงที่มาของการเปิดเฮลท์ แอท โฮม ให้เราฟังว่า จากประสบการณ์ในการเรียนทางด้านผู้สูงอายุมา บวกกับตัวเองเป็นลูกคนเดียวทำให้นึกถึงการดูแลคุณพ่อคุณแม่ของตัวเอง จนกลายมาเป็นแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจนี้

“คุณพ่อ คุณแม่ของผมอายุเยอะขึ้นก็เลยมองหาวิธีการดูแลที่ดี อีกอย่างผมเรียนเฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ จนกระทั่งมีโอกาสไปเทรนนิ่งที่ New York City แล้วพบกับเทรนด์ใหม่คือ Home Care พอไปเรียนก็เลยสนใจด้านผู้สูงอายุมากขึ้น ผมมองว่าทั่วโลกกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และตัวเองเป็นลูกคนเดียวเลยคิดว่าอนาคตน่าจะมีปัญหาแน่นอน อีกอย่างผมมีความคิดว่าแม้จะอายุมากก็สามารถอยู่บ้านตัวเองได้ ประกอบกับมีงานวิจัย 90% พบว่า คนทุกคนอยากอยู่บ้านตัวเอง รวมทั้งเทรนด์ Mobile Technology ที่เมื่อระบบอินเทอร์เน็ตเข้าถึงก็สามารถส่ง Service ไปที่บ้านได้ง่ายขึ้น โรงพยาบาลเริ่มมอนิเตอร์คนไข้ที่บ้านได้ เวลาหมอหรือพยาบาลไปเยี่ยมคนไข้ที่บ้านก็เก็บข้อมูลได้

“จึงตัดสินใจลาออกจากการเป็นอายุรแพทย์เต็มเวลาเพื่อมาทำเฮลท์ แอทโฮม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปลี่ยนบ้านให้เป็นโรงพยาบาลมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังและผู้สูงอายุ รวมทั้งคนทั่วไปและคนที่อยู่ตัวคนเดียวก็สามารถใช้บริการได้

“นอกจากนี้ประทศไทยเราค่อนข้างให้ความสำคัญกับการดูแลพ่อแม่ที่บ้านอยู่แล้ว ทำให้คิดว่าถ้ามีทางออกแบบนี้น่าจะดี  ซึ่งมันจะต้องมีแพลตฟอร์มต่างๆ ที่จะทำแบบนี้ได้ และเมื่อทำงานมาสักระยะหนึ่ง ก็ลองทำอันนี้โดยใช้พวกเทคโนโลยีมาช่วยในการเป็นโครงสร้างพื้นฐานในการทำให้มันเป็นไปได้ ก็เลยเริ่มเปิดเฮลท์ แอท โฮม เมื่อสี่ปีที่แล้วนั่นเองครับ”

หากจะให้พูดถึงจุดเด่นของ เฮลท์ แอท โฮม คืออะไร

เมื่อถามถึงจุดเด่นอะรที่ทำให้คนเลือกใช้บริการของเฮลท์ แอท โฮม คุณหมอตั้มบอกกว่า

“การจะทำบ้านให้เป็นโรงพยาบาลประกอบด้วย 2 ส่วนคือ ส่วนแรกบริการส่งผู้ดูแลที่มีคุณภาพไม่ว่าจะเป็นพยาบาลวิชาชีพ ผู้ช่วยพยาบาล นักกายภาพบำบัด ผู้ช่วยเหลือคนไข้ และผู้ดูแลทั่วไป โดยใช้ระบบคัดกรองคนที่เหมาะสมที่สุดส่งถึงบ้าน และส่วนที่สองคือ การนำข้อมูลผู้ป่วยจากที่บ้านมาวิเคราะห์ความดัน ชีพจร อุณหภูมิร่างกาย อาการประจำวัน เพื่อนำไปแปรผลต่อยอด หลักๆ คือใช้เทคโนโลยีไปสร้างระบบแล้วก็เน้นเก็บข้อมูล ผู้ป่วยไม่ต้องเดินทางมาโรงพยาบาล แต่จะมีพยาบาลไปเยี่ยมบ้าน ทำแผล เปลี่ยนสายสวนปัสสาวะ หรือไปเจาะเลือด เป็นต้น”

มีการคัดผู้ดูแลอย่างไร ถึงจะมาเป็นผู้ดูแลของ เฮลท์ แอท โฮม ได้ ?

หลักๆ จะคัดเรื่องทัศนคติเป็นอันดับแรก และประเมินเกี่ยวกับพวกประวัติอาชญากรรมว่ามีหรือไม่ ประวัติสุขภาพ คือ ไม่มีโรคติดต่อหรือโรคที่ร้ายแรง เช่น ไวรัสตับอักเสบ หรือ HIV เพราะพวกนี้เราก็จะตรวจสอบหมด ซึ่งเราก็มองเขาเหมือนเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำในโรงพยาบาล และต้องมีการสอบทฤษฎี มีการสอบปฏิบัติและมีการอบรมร่วมด้วย

>>อ่านต่อหน้าถัดไป<< 

keyboard_arrow_up