เมื่อเวลาผ่านไประบบต่างๆ ย่อมเสื่อมลงตามกาลเวลา!

 การเปลี่ยนแปลงไขมันเพิ่มขึ้น

ในขณะที่กล้ามเนื้อและกระดูกลดลง ไขมันในร่างกายกลับเพิ่มขึ้น แล้วไขมันจะย้ายที่อยู่ จากการสะสมที่ชั้นใต้ผิวหนังไปอยู่แถว ๆสะโพก ต้นขา และอวัยวะภายใน โดยเฉพาะในช่องท้อง ภาษาหมอเราเรียกว่า โอเมนตั้ม (omentum) ภาษา “หมู” เรียกว่ามันเปลว ถ้าใครไปตลาดซื้อมันหมูจะรู้ว่ามันหมูมี 2 แบบ  แบบมันแข็งอยู่ในส่วนใต้ผิวหนังของเนื้อหมูสามชั้น ส่วนมันเปลว เหลว ๆ เป็นส่วนที่อยู่ในท้อง ผู้ใหญ่อายุ 70 – 80 ปีหนังจะเหี่ยว แขนขาดูลีบเล็กลง แต่พุงจะป่อง ขนาดออกกำลังกายอย่างดี กินไม่มาก น้ำหนักตัวไม่เพิ่มขึ้น ถึงคุณย่าจะบอกว่า “ฉันบริหารทุกวัน” ก็ยังเห็นท่านพุงป่องอยู่

ไขมันที่มากขึ้นทำให้มีไขมันตัวร้าย ที่เรียกว่า แอลดีแอล และไตรกลีเซอไรด์มากขึ้น ไขมันหน้าท้องทำให้การควบคุมดูแลไขมันในร่างกายปรวนแปรไป แม้ในคนที่ไม่อ้วน แต่หน้าท้องใหญ่ศักยภาพร่างกายยจะลดลง อายุยืนยาวน้อยกว่าคนที่ไม่มีพุง

การเปลี่ยนแปลงจากฮอร์โมนเปลี่ยน

ระดับฮอร์โมนหลายชนิดลดลงตั้งแต่วัยกลางคน ต่อมไทรอยด์จะทำงานแปรปรวนไป มีทั้งลักษณะที่ทำงานน้อยลงและทำงานเพิ่มขึ้น อาจทำให้เชื่องช้า เฉยเมย ความเฉลียวฉลาดลดลง

ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก และแตกต่างกันระหว่างผู้ชายและผู้หญิง ฮอร์โมนเพศโดยเฉพาะเอสโตรเจนในเพศหญิงจะแปรปรวนและลดลงจนเกือบจะใกล้ศูนย์ในสตรีวัยหมดประจำเดือน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบต่าง ๆ หลังจากช่วงนี้ผ่านไปแล้ว ผู้หญิงต้องสูญเสียเนื้อกระดูกไปมากในช่วง 3 – 5 ปี คนที่มวลกระดูกต่ำ การสูญเสียเนื้อกระดูกในช่วงนี้อาจนำไปสู่ภาวะกระดูกพรุนในวัยชรา

ส่วนผู้ชายการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนจะแตกต่างกัน โดยฮอร์โมนเพศชายจะค่อย ๆ ลดลงไปเรื่อย ๆ และอาจมีบุตรได้จนถึงอายุ 80 กว่าปี แต่ก็มีผู้สูงอายุชายจำนวนหนึ่งที่มีระดับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนลดลงมากเช่นกันซึ่งอาจมีปัญหาต่าง ๆ เช่น ระบบหัวใจและหลอดเลือดเสื่อม กล้ามเนื้อลีบเล็กลง และกระดูกบาง  มีโอกาสเกิดกระดูกพรุนในวัยสูงอายุได้เหมือนกัน

ความรู้สึกนึกคิดและจิตใจก็เปลี่ยนไปด้วย

ร่างกายเสื่อมถอย จิตใจและอารมณ์ของคุณตาคุณยายก็เปลี่ยนไปเช่นกัน ส่วนใหญ่มักมีสาเหตุจากการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและสถานภาพในสังคม หรือบทบาทหน้าที่เปลี่ยนไป

สถานภาพทางสังคมมีอิทธิพลต่อจิตใจของผู้สูงอายุอย่างมาก จากที่ท่านเคยไปทำงานทุกวันมาแทบทั้งชีวิต อาจเป็นหัวหน้าคุมลูกน้องหลายคนหรือเป็นหัวหน้าครอบครัวหาเลี้ยงสมาชิกภายในบ้าน พออายุ 60 ปี ถึงเวลาเกษียณจากงานมาอยู่บ้านเฉย ๆ หลายท่านรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าน้อยลง สูญเสียความเป็นผู้นำทั้งนอกบ้านในบ้าน คนอื่นเคารพเชื่อฟังน้อยลง ไม่มีใครเชื่อในความสามารถเหมือนเมื่อก่อน บางคนถูกทอดทิ้งให้อยู่บ้านเพียงลำพังทั้งวัน เช้าขึ้นมาลูกๆ หลาน ๆ ออกไปทำงานนอกบ้านกันหมด กลับมาก็ไม่มีเวลานั่งคุยซักถามสารทุกข์สุกดิบ บางท่านก็สูญเสียคนที่ตัวเองรักไป อาจจะเป็นคู่ชีวิตที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ญาติสนิทหรือเพื่อนฝูงลาจากไปทีละคนสองคน ก็ทำให้สภาพจิตใจเศร้าหมอง

ถ้าหากผู้สูงอายุไม่มีโอกาสเตรียมตัวเตรียมใจรับรู้ว่าต้องเผชิญหน้าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ก็อาจทำให้ท่านอยู่ในภาวะซึมเศร้าหดหู่ ขาดความสุข มีผลโยงไปถึงปัญหาทางด้านโภชนาการ เบื่ออาหารและถ้าหากไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ก็จะเกิดปัญหาสุขภาพตามมา ดังนั้น ลูก ๆ หลาน ๆ อย่าลืมดูแลจิตใจของท่านด้วย

ข้มูลจาก: กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณะสุข

keyboard_arrow_up