“ไวรัสโคโรน่า” กับผู้สูงวัย ควรป้องกันอย่างไรถึงปลอดภัยขั้นสุด!

สุขภาพดีเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา ถ้าร่างกายไม่แข็งแรงแม้จะมีความรู้ความสามารถเพียงใด ก็ไม่อาจกระทำกิจการงานได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งกิจกรรมต่างๆ งานอดิเรกที่โปรดปรานก็ไม่อาจจะทำให้คุณมีความสุขกับมันได้ เรารู้ดีว่าร่างกายทุกส่วนมีโอกาสเป็นโรค ด้วยสาเหตุนานัปการ ไม่ว่าจะเป็นการติดดเชื้อโรค แบคทีเรีย หรือแม้แต่เชื้อไวรัส หลายโรคที่อาจกำเริบขึ้นอย่างช้าๆ หรือบางโรคก็อาจเกิดขึ้นแบบเฉียบพลันโดยที่เราไม่ทันได้ตั้งตัว

อย่างตอนนี้เชื้อไวรัสที่กำลังสร้างความวิตกให้กับคนทั่วโลก ก็คือ “โคโรน่า” เจ้าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่มีต้นกำเนิดมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ซึ่งมีตัวเลขคร่าวๆ ของผู้ติดเชื้อประมาณ 900 ราย เสียชีวิต 26 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 65 ปี ททำให้เห็นได้ว่าคนกลุ่มนี้มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อมากกว่าคนวัยอื่นๆ นั่นเอง

ที่ผ่านมาหลายฝ่ายได้ออกมาพูดและทำความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับไวรัสชนิดนี้มากมาย บ้างก็ว่ามีความน่ากลัวเพราะไวรัสนี้เป็นไวรัสตัวใหม่ ไม่เคยพบในมนุษย์มาก่อน เมื่อเป็นไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ทำให้ขาดองค์ความรู้ ของโรค ถ้ามองในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดของโรคปอดบวม อู่ฮั่น ก็คงจะไม่เลวร้ายไปกว่าการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในระยะแรกก็ตื่นตระหนกเช่นเดียวกัน หลังจากระบาดใหญ่ ไวรัสตัวนี้ก็ประจำถิ่น เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลไปเรียบร้อยแล้ว คนส่วนใหญ่เคยเป็น และมีภูมิอยู่บ้างแล้ว การระบาดใหญ่จึงลดลง

คุณรู้จักไวรัส “โคโรน่า” ดีพอหรือยัง

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิตและหัวหน้าศูนย์ เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาค วิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ก็ได้ออกมาบอกเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า โคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่เช่นเดียวกันกับ ไวรัสที่ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจอักเสบ มีได้ทั้งแบบไม่มีอาการ มีอาการทางเดินหายใจอักเสบแบบเฉียบพลัน จนถึงปอดบวมและโรคแทรกซ้อน อาการที่ต้องสงสัย คือ ผู้ที่มาจากแหล่งระบาดของโรค ร่วมกับอาการมี ไข้ และอาการระบบทางเดินหายใจ เช่นมี น้ำมูก ไอ เจ็บคอ หายใจลำบาก ในรายที่รุนแรง จะมีปอดอักเสบหรือปอดบวมเกิดขึ้น และทำให้ระบบหายใจล้มเหลวถึงกับเสียชีวิตได้

เมื่อเป็นโรคใหม่ ทุกคนไม่มีภูมิต้านทาน จึงมีสิทธิ์ที่จะติดเชื้อได้ทุกคน ถ้าสัมผัสโรค ส่วนความรุนแรงของโรคจะขึ้นอยู่กับอายุ ในเด็กความรุนแรงของโรคจะน้อยกว่า ในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ หรือกล่าวได้ว่าความรุนแรงจะเพิ่มขึ้นตามอายุนั้นเองในการระบาดของโรค โรคจะหยุดเมื่อมีการติดเชื้อไปจำนวนหนึ่ง ขึ้นอยู่กับอำนาจการกระจายของโรค ถ้าอำนาจการกระจายของโรค เท่ากับไข้หวัดใหญ่ หรือ 1 คนกระจายไปได้ 2 คน

เมื่อมีผู้ติดเชื้อหรือมีภูมิต้านทานแล้วอย่างน้อย 50% โรคว่าจะสงบ แล้วหลังจากนั้นไวรัสนี้ ก็จะเป็นโรคประจำถิ่น endemic หรือตามฤดูกาลต่อไป (seasonal) และการติดเชื้อจะเกิดการระบาดได้เป็นหย่อมอย่าง เช่นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่ระบาดมา 10 ปีแล้วโรคนี้ก็ยังไม่หยุด ยังมีการระบาดในนักเรียนอยู่เป็นระยะระยะในประเทศไทย

อาการต้องสงสัย

อาการต้องสงสัยมีไข้ และอาการระบบทางเดินหายใจ เช่นมี น้ำมูก ไอ เจ็บคอ หายใจลำบาก ในรายที่รุนแรงจะมีปอดอักเสบหรือปอดบวม ทำให้ระบบหายใจล้มเหลวถึงกับเสียชีวิตได้ สามารถติดต่อระหว่างคนสู่คนได้ จึงเกิดการแพร่กระจายได้ และผลการวินิจฉัย จำเป็นต้องใช้การตรวจทางห้องปฏิบัติการ ตรวจหาพันธุกรรมของไวรัส ซึ่งผู้ที่ติดเชื้อจำนวนมากอาจไม่มีอาการ หรือมีอาการน้อย ไม่ได้เป็นปอดบวมทุกราย ดังนั้นผู้ป่วยจึงสามารถเดินทางไปได้ไกล สามารถแพร่โรคทำให้เกิดการระบาดในวงกว้างได้ทั่วโลก

นอกจากนี้เชื้อไวรัสโคโรน่า เมื่อเป็นโรคใหม่ ไม่มียาต้านไวรัสใช้รักษา และไม่มีวัคซีนในการป้องกัน ซึ่งทุกคนไม่มีภูมิต้านทาน จึงมีสิทธิ์ที่จะติดเชื้อได้ทุกคนถ้าสัมผัสโรค ส่วนความรุนแรงของโรคจะขึ้นอยู่กับอายุ โดยในเด็กความรุนแรงของโรคจะน้อยกว่าในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ส่วนการระบาดของโรคจะหยุดเมื่อมีการติดเชื้อไปจำนวนหนึ่ง ขึ้นอยู่กับอำนาจการกระจายของโรค

ตาจ๋า ยายจ๋า ยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ

ในเบื้องต้นควรสังเกตอาการหากมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ คือมีไข้สูง ไอ ถ่ายเหลว อาเจียน โดยในทารกที่มีอาการรุนแรงอาจมีลักษณะของปอดอักเสบ หรือหลอดลมฝอยอักเสบ ในเด็กโตอาจมีอาการของหอบหืด ส่วนในผู้ใหญ่อาจพบลักษณะปอดอักเสบ หลอดลมอักเสบเรื้อรัง หรือการกลับเป็นซ้ำของโรคหอบหืดได้และอาจทำให้เกิดอาการรุนแรงได้มากในผู้สูงอายุหรือผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง และควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

>>อ่านต่อหน้าถัดไป<< 

keyboard_arrow_up