ผู้สูงอายุต้องกินให้เป็น…เพราะอาหารที่ดีจะไปสร้างร่างกายที่ดี

เรามักได้ยินการพูดถึงอาหารสุขภาพกันมานาน ซึ่งเอาจริงๆ แนวคิดเรื่องอาหารสุขภาพก็เปลี่ยนไปตามยุคสมัย ตามความเชื่อของสังคมแต่ละสังคม ดังนั้นสูตรอาหารธรรมชาติจึงมีมากมายเสียจนบางครั้งทำให้สับสนว่าอะไรคืออาหารสุขภาพกันแน่  ซึ่งในอดีตจากความเข้าใจของคนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่าอาหารสุขภาพก็คือข้าวและพืชผักผลไม้พื้นบ้าน ต่อมาอาหารสุขภาพกลายเป็นอาหารประเภทเนื้อ นม ไข่ เพื่อสร้างร่างกายให้แข็งแรงแบบคนในฝั่งตะวันตก

แต่ในรอบ 5-6 ปี ที่ผ่านมา แนวคิดเรื่องอาหารสุขภาพได้เปลี่ยนไปอีกครั้ง มีคนพูดถึงการลดเนื้อสัตว์ลง เน้นอาหารที่มาจากพืชผักผลไม้และข้าวกล้องมากขึ้น อาหารสุขภาพในยุคนี้จึงกลับไปคล้ายกับอาหารในยุคอดีตอีกครั้ง

อันที่จริงอาหารทุกชนิดมีข้อดีและข้อด้อยต่างกันไป ไม่มีอาหารวิเศษสุดที่เหมาะสำหรับทุกคน แต่การพิจารณาเรียกอาหารชนิดใดก็ตามว่าเป็นอาหารสุขภาพนั้นจะใช้หลักการที่ทุกคนยอมรับได้ นั่นคืออาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่มีสารพิษ หรือสิ่งปนเปื้อน เรียกว่าเป็นอาหารที่สะอาด มีคุณค่าครบหมู่ตามที่ร่างกายต้องการ แบบนี้เรียกว่าเป็นลักษณะของอาหารที่ดี

วันนี้เราเปิดเรื่องมาด้วยเรื่องของอาหาร และอาหารที่เรากินควรต้องเป็นอาหารที่ดี โดยเฉพาะในวัยสูงอายุด้วยแล้ว เมื่ออายุเพิ่มขึ้นการทำงานของระบบประสาทจะด้อยลง ผู้สูงอายุมักจะมีปัญหาเรื่องนี้กันมาก อันเนื่องมาจากหลายสาเหตุทั้ง ฟันผุ หรือไม่มีฟันทั้งปาก ต่อมน้ำลายหลั่งสารน้ำลายน้อยลง มีผลทำให้การบดเคี้ยวอาหารภายในปากเป็นไปได้ไม่ดี

เมื่ออาหารมาถึงกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก มีปัญหาในการย่อยและการดูดซึม เพราะน้ำย่อยในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กมีน้อย ลดอาหารที่ย่อยไม่ได้ เมื่อผ่านมาถึงลำไส้ใหญ่ก็จะเกิดการสะสมเกิดเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ และปล่อยก๊าซออกมาทำให้ท้องอืดได้ การเคลื่อนไหวของลำไส้ก็มีน้อยกว่าคนวัยหนุ่มสาว ทำให้เกิดอาการท้องผูก

ดังนั้น จึงพูดได้ว่าอาหารเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต โดยเฉพาะผู้สูงอายุยังคงมีความต้องการพลังงานและสารอาหารที่มีคุณภาพสูงเพื่อการดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ จึงควรกินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่เพียงพอและเหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย

ต่อไปเราลองมาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าอาหารที่ดี อาหารที่ผู้สูงอายุควรกินต้องมีลักษณะอย่างไรบ้าง

อาหารที่มีสารพิษน้อย ปลอดจากสารเคมีทุกประเภท

ผู้สูงอายุควรเลือกกินพืชผักผลไม้ตามธรรมชาติที่ปลอดสารพิษ หรือถ้าจะให้ดีอาจเป็นผักที่ปลูกเองและดูแลแบบไม่ใช้สารเคมีเลย แบบนี้ก็ถือว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีต่อร่างกาย แต่หากว่าหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็ควรล้างหรือทำความสะอาดให้ปลอดสารพิษมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยิ่งเดี๋ยวนี้มีผลิตภัณฑ์ที่ใช้ล้างสารพิษในผักจำหน่ายมากมายให้เลือกหามาใช้ยิ่งสะดวกเข้าไปใหญ่ ที่สำคัญการออกไปกินอาหารนอกบ้านตามร้านอาหารทั่วไปเราไม่อาจแน่ใจได้ว่ามีสารพิษปนมากับอาหารมากน้อยแค่ไหน ดังนั้นถ้าเลือกอาหารและปรุงเองได้จะดีมากที่สุดค่ะ

ลดการกินเนื้อสัตว์ทุกชนิด หรือเลี่ยงที่จะกินให้น้อยที่สุด      

อย่างที่รู้กันดีว่าเนื้อสัตว์ทุกชนิดมีสารพิษมากกว่าพืช ควรกินให้น้อยลงเท่าที่จะทำได้ เพราะสัตว์ที่เรากินทุกวันนี้ไม่ได้เกิดแบบธรรมชาติ แต่เป็นสัตว์ที่เลี้ยงมาเพื่อให้เรากินโดยเฉพาะ จึงจำเป็นต้องให้อาหารที่มีสารเคมีจำนวนมาก การฉีดยาป้องกันโรคระบาด การฉีดฮอร์โมนเพื่อเร่งการเจริญเติบโต เร่งสร้างเนื้อแดง เพื่อให้สัตว์เติบโตเร็วจึงเต็มไปด้วยสารเคมีจำนวนมาก ร่างกายจึงได้รับสารเคมีเหล่านั้นเข้าไปด้วย

ร่างกายต้องเร่งสร้างภูมิคุ้มกันเพี่อขับสารพิษออกไป ถ้านานๆ ร่างกายจะได้รับสารพิษสักครั้งก็ไม่เป็นไรค่ะ เพราะร่างกายสามารถขจัดออกได้ แต่ถ้ากินเป็นประจำ ร่างกายจะสู้สารพิษไม่ไหว ขจัดออกได้บางส่วน ส่วนที่เหลือจะสะสมอยู่ในร่างกาย เมื่อมีปริมาณมากพอจึงแสดงอาการเจ็บป่วยออกมาให้เราเห็น ดังนั้น การลดกินเนื้อสัตว์รวมทั้งผลิตผลที่มาจากสัตว์ เช่น นม ไข่ จึงเป็นการลดการรับสารพิษเข้าสู่ร่างกาย ทำให้ภูมิคุ้มกันไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยในการขับพิษมากนัก

ลดการกินของหวาน

เบาหวานที่มากับช่วงวัยที่มากขึ้น แน่นอนว่าไม่มีใครอยากเป็น ดังนั้น ขนมหวาน น้ำอัดลม หรืออะไรก็แล้วแต่ที่มีน้ำตาลมากจึงไม่ควรให้เข้าสู่ร่างกาย หากใครจะบอกว่าก็เมื่อน้ำตาลเข้าสู่ร่างกายเรามักจะรู้สึกสดชื่น แต่ก็จะรู้สึกอ่อนเพลียเร็วเช่นกัน ตับอ่อนต้องทำงานมากขึ้นเมื่อมีน้ำตาลในร่างกายมาก เพราะตับอ่อนทำหน้าที่หลั่งอินซูลินออกมาควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่อยู่เสมอ เมื่อใช้งานหนักเกินไปตับอ่อนจะอ่อนแอลง ทำงานไม่มีประสิทธิภาพ และทำให้เกิดโรคเบาหวาน

เราจึงควรลดน้ำตาลด้วยการไม่กินมากเกินไป แทนที่จะใช้ยาลดน้ำตาลภายในร่างกาย ต้องตัดไฟเสียแต่ต้นลม นั่นคือแนวทางของธรรมชาติบำบัดนั่นเองค่ะ

กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ อย่างได้สัดส่วน

คนส่วนใหญ่รู้ดีว่าควรกินอาหารห้ครบ 5 หมู่ แต่มักไม่ค่อยรู้ว่าต้องมีสัดส่วนอาหารแต่ละอย่างเท่าไรจึงจะพอเหมาะกับที่ร่างกายต้องการ ทำให้กินอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันกันมาก หวังจะทำให้อาหารเหล่านี้ไปสร้างพลังงาน และกินเกลือแร่และวิตามินน้อย ความจริงคือ ถ้าร่างกายได้รับอาหารไม่ครบสัดส่วน ร่างกายจะนำอาหารไปสร้างพลังงานไม่ได้เต็มที่ อาหารส่วนที่สร้างพลังงานไม่ได้จะถูกสะสมไว้ในร่างกาย เป็นส่วนเกินที่ร่างกายต้องพยายามขจัดออกไป

อาหารจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดเมื่อร่างกายย่อยและแปรเป็นพลังงาน ซึ่งวิตามินและเกลือแร่เหล่านี่แหละที่เป็นตัวนำสารอาหารไปสร้างพลังงาน ถ้ามีวิตามินและเกลือแร่น้อย การสร้างพลังงานย่อมน้อย เราจึงต้องกินวิตามินและเกลือแร่ให้เพียงพอ คำว่าเพียงนั้นอาจต้องกินผักผลไม้วันละหลายจาน ไม่ใช่แค่ต้นสองต้น หรือใบสองใบอย่างที่เราคิดว่าร่างกายต้องการวิตามินน้อย เพราะวิตามินที่ว่าน้อยนั้นต้องมาจากพืชผักปริมาณมากพอดู

รู้แบบนี้แล้ว หันมากินอาหารที่เหมาะสมและพอดีกับร่างกายกันดีกว่าค่ะ ท่องเอาไว้ว่าอาหารที่ดีจะไปสร้างร่างกายที่ดี อย่างเป็นผู้สูงวัยที่สตรอง ต้องเลือกกินให้ดีที่สุดค่ะ

ข้อมูลจาก:หนังสืออยู่ให้เป็น อมรินทร์สุขภาพ

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ 

ดูแลผู้สูงวัยในบ้านอย่างไร ไม่ให้เกิด “อาการท้องผูก”

ภาวะขาดสารอาหารในผู้สูงอายุ เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

ผู้สูงวัยควรลดน้ำหนักแบบค่อยเป็น ค่อยไป

keyboard_arrow_up