เส้นทางสู่ความไม่มีโรค…อีกหนึ่งความเป็นจริงที่ต้องเรียนรู้

แน่นอนว่าใครๆ ก็ไม่อยากป่วย ก็เหมือนดั่งเช่นสุภาษิตที่ว่า “การไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ” ยิ่งในวัยสูงอายุด้วยแล้ว คงไม่ต้องการสิ่งอื่นใดที่มากไปกว่าการมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ  เพราะถ้าชีวิตเราเต็มไปด้วยโรคภัยแล้วนั้นไฉนเลยจะมีความสุขไปได้ ต่อให้มีเงินทองมากมายก็ไม่มีความหมายถ้าหากสุขภาพไม่ดี จึงพูดได้ว่าเงินทองไม่อาจซื้อสุขภาพดีให้เราได้

ในทางตรงกันข้าม เงินทองอาจเป็นตัวเร่งให้เราสุขภาพไม่ดีก็ได้ เพราะตลอดระยะเวลากว่าค่อนชีวิตตั้งแต่วัยหนุ่มสาว จนเข้าสู่วัยสูงอายุเราต้องทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจมุ่งหน้าหาเงิน บางทีเงินที่หามาอาจไม่ได้เอามาสร้างความสุขเลยก็เป็นได้ ฉะนั้นแล้วความไม่มีโรคจึงถือเป็นสิ่งที่วิเศษสุดสิ่งหนึ่งในชีวิตที่เราจะต้องไขว่คว้าเอาไว้ให้ได้นั่นเองค่ะ

ธรรมชาติสร้างมนุษย์ขึ้นมา แต่ไม่ได้ตั้งใจสร้างโรคให้เกิดขึ้นกับมนุษย์ ธรรมชาติต้องการให้มนุษย์แข็งแรงสมบูรณ์ มีชีวิตอยู่รอดบนโลกใบนี้ได้ จึงได้สร้างยาวิเศษเพื่อสู้โรคมาให้พร้อมกับเมื่อครั้งเราเกิดมา ยาวิเศษนี้จะดูแลรักษาร่างกายให้มีสุขภาพดี ส่งเสริมให้สุขภาพแข็งแกร่ง ป้องกันเชื้อโรคที่จะเข้ามารุกรานร่างกายเรา และยังทำหน้าที่สำคัญในการรักษาโรคที่เกิดขึ้นแล้วด้วย ยาวิเศษนี้มีอยู่แล้วในตัวของเราทุกคน โดยสิ่งนี้ถูกเรียกและรู้จักกันดีในชื่อของ “ภูมิคุ้มกัน”

ภูมิคุ้มกันร่างกาย คือคำตอบของการมีสุขภาพดี

คนเราจะมีสุขภาพดีไม่ได้เลย ถ้าภูมิคุ้มกันของเราบกพร่องหรืออ่อนแอ เพราะภูมิคุ้มกันก็เหมือนกองทัพที่คอยพิทักษ์ดูแลร่างกาย ให้ต่อสูกับเชื้อโรคทุกชนิด ไม่ว่าเชื้อโรคนั้นจะร้ายแรงแค่ไหน ถ้าภูมิคุ้มกันของงเราแข็งแรง เชื้อโรคก็ไม่มีทางเอาชนะเราได้ แต่ถ้าภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ก็นึกถึงกองทัพที่อ่อนแอ อ่อนเปลี้ยเพลียแรงไว้ได้เลย กองทัพแบบนั้นจะไปสู้ศรัตรูผู้รุกรานได้อย่างไร ไม่มีทางเป็นไปได้ที่กองทัพแบบนี้จะเอาชนะข้าศึกได้ และเจ้าข้าศึกที่เรียกว่าโรคภัยไข้เจ็บก็อาจมารุกรานทำร้ายเราได้ค่ะ

ในยามที่ภูมิคุ้มกันของเราแข็งแรง ร่างกายของเราก็จะแข็งแรงไปด้วย เพราะภูมิคุ้มกันช่วยดูแลระบบต่างๆ ในร่างกายให้ทำงานสอดคล้องประสานกันอย่างเหมาะสม มีจังหวะรับจังหวะส่งกันอย่างพอเหมาะ ระบบต่างๆ จึงทำงานสบายๆ ไม่เหนื่อยมากนัก ร่างกายจึงไม่ทรุดโทรมก่อนเวลาอันควร สุขภาพโดยรวมก็แข็งแรงดี เช่นเดียวกัน ถ้าไม่ดูแลรักษาตัวเอง ปล่อยให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ระบบต่งๆ ต้องทำงานหนัก และทำงานไม่สอดคล้องกัน อย่างนี้จะหวังให้มีสุขภาพที่ดีคงเป็นไปได้ยาก

ฉะนั้น หากต้องการให้ร่างกายห่างไกลโรคภัยไข้เจ็บ ต้องดูแลภูมิคุ้มกันอันเป็นยาวิเศษให้เป็นกองทัพที่เข้มแข็งอยู่เสมอ จะได้ปกป้องคุ้มมครองบ้านเมืองซึ่งก็คือร่างกายของเราให้อยู่รอดปลอดภัยไปนานๆ มีชีวิตที่พร้อมจะมีความสุขจากเงินทองที่อุตส่าห์หามาด้วยความยากลำบาก

ดังนั้น จึงพูดได้ว่าธรรมชาติของความมีโรคคือสิ่งที่ธรรมชาติมอบให้เรา เราจึงควรรักษาเอาไว้ให้อยู่กับตัวเราไปนานๆ อย่าใช้ชีวิตที่ผิดๆ อย่าให้สิ่งที่ไม่ดีมาทำลายยาวิเศษนี้ไปทีละน้อยจนไม่เหลือยาที่จะรักษาตัวเอง นั่นถือว่าเราทำตัวผิดธรรมชาติ ผิดจุดประสงค์ที่ธรรมชาติได้สร้างเราขึ้นมาบนโลกใบนี้ เพราะธรรมชาติสร้างเราให้เป็นคนมีสุขภาพดี ไม่ได้ต้องการให้เราเจ็บป่วย

เส้นทางสู่ความไม่มีโรคของผู้สูงวัย

ผู้สูงอายุต้องตระหนักเอาไว้อยู่เสมอค่ะว่าเส้นทางที่จะนำเราไปสู่ความไม่มีโรคนั้น จะว่าเป็นเรื่องยากก็ยาก จะว่าเป็นเรื่องง่ายก็ง่าย ที่ยากเพราะเรามักจะเคยชินกับการใช้ชีวิตแบบเดิมๆ ซึ่งมักเป็นการใช้ชีวิตแบบที่ทำลายสุขภาพเสียมากกว่า ทำให้ปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติดั้งเดิมได้ยากสักหน่อย แต่ก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้นะคะ

เราอาจต้องรอจนถึงวันที่ร่างกายส่งสัญญาณเตือนด้วยการเจ็บป่วยเสียก่อน จึงจะหาทางปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต เพราะชีวิตแบบเดิมๆ อาจเป็นสาเหตุของการเกิดโรคก็เป็นได้ ถ้าไม่แก้ไขที่การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเราซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญก็ไม่อาจมีสุขภาพดีกลับคืนมาได้อีก จะเห็นว่าโรคเรื้อรังที่คนสูงวัยหรือคนวัยอื่นๆ เป็นกันมากในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็ง โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือภูมิแพ้ก็ตาม โรคเหล่านี้เป็นโรคที่ไม่มียารักษา มีแต่การใช้ยาบรรเทาอาการไปตลอดชีวิตเท่านั้น เราไม่อาจหายขาดจากโรคเหล่านี้ได้ด้วยยา

ถ้าสังเกตดูดีๆ จะเห็นว่าโรคภัยที่เกิดขึ้นกับคนเราทุกวันนี้ พบว่าไม่ใช่โรคที่เกิดจากเชื้อโรคเหมือนสมัยโบราณ แต่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ผิดธรรมชาติ ทั้งด้านอาหารการกิน ที่อยู่อาศัย การทำงานและสิ่งแวดล้อม ที่ร้ายกว่านั้นก็คือเรามักไม่รู้ตัว จึงไม่ได้แก้ไขที่ต้นเหตุ แต่แก้ไขที่ปลายเหตุเพื่อให้อาการทุเลาลง และกลบอาการต่างๆ ไว้ ทำให้โรคซุกซ่อนอยู่ภายในและแพร่ขยายตัวมากขึ้น เกิดเป็นโรคร้ายแรงกว่าเดิมตามมาเป็นระลอก ซึ่งเส้นทางที่ดีที่ถือเป็นเคล็ดลับการใช้ชีวิตก็คือการทำตัวให้สอดคล้องกับธรรมชาติให้มากที่สุดนั่นเอง

สุขภาพดีต้องมีอะไรบ้าง?

องค์การอนามัยโลกประกาศว่า สุขภาพดีไม่ใช่เพียงการไม่มีโรคเท่านั้น แต่ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่สำคัญ 4 ด้าน ร่วมด้วย ดังนี้ คือ ด้านร่างกาย ด้านจิตใจ ด้านสังคมสิ่งแวดล้อม และด้านจิตวิญญาณ

คนที่มีสุขภาพดีต้องเป็นคนที่มีความพร้อมสมบูรณ์ทั้ง 4 ด้านที่กล่าวมา ไม่ใช่สมบูรณ์เพียงด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น การดูแลสุขภาพจึงต้องคิดถึงปัจจัยทั้งสี่ด้านที่กล่าวมา และพัฒนาปรับปรุงให้ดีขึ้นพร้อมกัน จึงเป็นการสร้างสุขภาพที่ครบวงจรและสมบูรณ์แบบที่สุด เราต้องปรับปรุงด้านที่ยังบกพร่องหรือมีอยู่น้อย เพิ่มเติมจนเต็ม จึงจะมีสุขภาพที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ได้

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ จะเห็นได้ว่าเรื่องของสุขภาพนั้นไม่ใช่ระบุตามทัศนคติของแพทย์หรือโรงพยาบาลที่ทำหน้าที่ดูแลสุขภาพให้เรา แต่เป็นตัวของเราเองที่ต้องรับผิดชอบและสร้างสุขภาพขึ้นด้วยตัวเอง เพราะแพทย์ไม่สามารถมาคอยดูแลอารมณ์และจิตใจให้เรา ไม่มีหน้าที่สร้างสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวเรา และยิ่งไม่มาเกี่ยวข้องกับเรื่องจิตวิญญาณของเรา แพทย์จะช่วยเราเมื่อเราเจ็บป่วยเท่านั้น นอกเหนือจากนั้นสุขภาพโดยรวมส่วนใหญ่ของชีวิตเราเป็นผู้ดูแลเอง

ข้อมูลจาก: หนังสืออยู่ให้เป็น รวมวิธีรักษาสุขภาพด้วยตัวเอง (อมรินทร์สุขภาพ)

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ 

ความดันโลหิตสูงตัวการความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ

ปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้าง ที่อาจก่อให้เกิด “ภาวะเปราะบาง” ในผู้สูงอายุ?

วางแผนการใช้ชีวิตหลังเกษียณแบบไหน สู่การเป็นสูงวัยคุณภาพ!

keyboard_arrow_up