15 สูตร เพิ่มพลังสมอง

เพิ่มพลังสมอง
เพิ่มพลังสมอง

ใครๆ ก็รัก” สมอง “ค่ะ เพียงแต่ว่าไม่ค่อยมีเวลาดูแล ทะนุถนอมกันนัก โดยเฉพาะคนทำงานที่มัวแต่วุ่นวายกับการงาน เผชิญกับความเครียดไม่เว้นแต่ละวัน แล้วยังต้องพยายามจัดการกับเรื่องต่างๆ ในชีวิตให้เข้าที่เข้าทาง จนบางครั้งทำให้สมองเฉื่อยชาขาดความสดชื่น คิดอะไรก็ตื้อตัน บ่อยครั้งยังกลายเป็นคนขี้หลงขี้ลืม เกิดความระแวงขึ้นมานิดๆ ว่านี่เราจะเป็นอัลไซเมอร์หรือเปล่า

การเติมพลังให้สมองของเรา ชีวจิตจึงขอมอบ 15 สูตรเพิ่มพลังสมองให้คุณผู้อ่าน

กินเสริมสมองเพิ่มความจำ

อาหารมีผลต่อสุขภาพทุกๆ ด้านรวมทั้งสมองด้วย อยากทราบแล้วใช่ไหมคะว่า มีซุเปอร์ฟู้ดชนิดไหนบ้างที่เพิ่มประสิทธิภาพให้แก่สมองของเรา แล้วกินอย่างไรถึงจะเหมาะก็เป็นอีกประเด็นที่ควรทราบ

1.อาหารควรเลี่ยง อาหารที่ลดทอนคุณภาพสมองมีหลายประเภท เช่น อาหารทอดๆ ผัดๆ น้ำมันเยิ้ม  ไขมันตัวร้ายโดยเฉพาะไขมันจากสัตว์ ถ้ากินเข้าไปมากจะอุดตันเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง อาหารหวานจัดเป็นตัวการทำให้เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองเสื่อมลง ส่วนอาหารสำเร็จรูปที่ปรุงแต่งด้วยสารเคมีหรือมีสารพิษเจือปนก็มีผลเสียต่อสมองไม่ใช่น้อยค่ะ

Tips ฉลากเลือกอาหารเพื่อสมอง

  • เลือกกินอาหารที่ปรุงด้วยวิธีนึ่ง ต้ม ย่างโดยใช้ไฟอ่อนแทนการผัดหรือทอด ถ้าจะผัดให้ใช้น้ำมันแค่ช้อนชาเดียวพอแล้วค่ะ
  • หยุดกินไขมันจากสัตว์โดยเฉพาะหนังสัตว์ เช่น หนังไก่หรือหมูเพราะอุดมไปด้วยไขมันล้วนๆ รวมทั้งเนยเทียมก็เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
  • เปลี่ยนจากนิยมกินขนมหวานมาเป็นผลไม้รสหวานน้อยแทน
  • เข้าครัวปรุงอาหารเอง นอกจากช่วยให้ได้คุณค่าทางอาหารมากกว่า ยังควบคุมเรื่องความสะอาดปลอดสารปรุงแต่งหรือสารพิษ แล้วยังเลือกวัตถุดิบปลอดสารพิษมาปรุงอาหารได้

2.สมองต้องการอาหารทั้ง 5 หมู่ ไม่ใช่กินอาหารเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ในหนังสือ คู่มือยืดอายุสมอง โดย แพทย์หญิงสิริรทร ฉันศิริกาญจน กล่าวถึงสารอาหารบำรุงสมองว่า มีหลากหลายชนิด ทั้ง วิตามินเอ อี บี6 บี12 โฟเลต โอเมก้า 3 เลซิติน เหล็ก และสังกะสี ฯลฯ ทั้งนี้สารอาหารต่างๆ ที่ดีต่อสมองมีอยู่ในอาหารหลายประเภทที่หาได้ง่ายใกล้ตัว ดีตรงนี้ละค่ะ

ผลไม้

เคล็ดลับกินอาหารให้ครบ 5 หมู่

  • โปรตีน ควรเลือกกินโปรตีนจากถั่วต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วแดง หรือผลิตภัณฑ์จากถั่ว เช่น เต้าหู้ เนื้อสัตว์ให้เลือกปลาเนื้อสีขาว เพราะย่อยง่ายและมีไขมันน้อย
  • แป้ง เลือกจำพวกข้าวกล้อง ธัญพืช เผือก และมัน ฯลฯ จะช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ ไม่ขึ้นหรือตกเร็วเหมือนกับการกินแป้งขัดขาวหรือขนมหวาน การมีระดับน้ำตาลในเลือดคงที่จะชะลอความเสื่อมของสมองได้
  • วิตามินและแร่ธาตุ มีมากในผักและผลไม้ จึงควรกินผักและผลไม้หลากสีในแต่ละวันผลัดเปลี่ยนกันไป ทั้งเขียว แดง ส้ม เหลือง ม่วง และขาว เพื่อให้ได้วิตามินครบถ้วน แล้วยังได้สารต้านอนุมูลอิสระนานาชนิดอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง มาช่วยชะลอความเสื่อมของสมองด้วย
  • ไขมัน กินไขมันน้อยๆ พยายามกินกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่มีมากในปลา เช่น ปลาทู ปลากะพงขาว ปลาดุกด้าน ปลานิล ฯลฯ เพราะเซลล์ประสาทบางส่วนมีไขมันโอเมก้า 3 เป็นส่วนประกอบ

เทคนิคกินให้พอดีเพื่อสมองอิ่ม

  • กินเมื่อหิว ไม่กินจุบจิบ ไม่ตุนขนมขบเคี้ยวไว้ในบ้าน
  • ยามปาร์ตี้สังสรรค์มักกินเพลินเกินอิ่ม พยายามชะลอการกินให้ช้าลงคุยให้มากตักให้น้อย
  • สังเกตตัวเองว่าเป็นลมหน้ามืดบ่อย ๆ เพราะความหิวหรือเปล่า หากมีอาการดังกล่าวให้กลับมากินตามปกติ ถ้าอยากผอมเน้นการออกกำลังกายเพิ่มแทน
  • อย่าอดอาหารหรือ ตั ดขาดอาหารจานโปรดโดยสิ้นเชิงเพราะจะยิ่งเพิ่มความอยากกินอาหารมากขึ้น เมื่อเกิดความอยากจะกระตุ้นให้กินเกินความต้องการ
  1. กินแต่พอดี กินมากหรือกินน้อยเกินไปก็ไม่ดีต่อสมองทั้งนั้นค่ะ กินมากทำให้อ้วนและนำมาซึ่งสารพัดโรค เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูงและไขมันในเลือดสูง ทำให้เส้นเลือดเสื่อม เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ส่วนการกินน้อยเกินไปสารอาหารก็ไม่พอเลี้ยงสมองเช่นกัน

สมองเราต้องการอาหารดีและปริมาณเพียงพอค่ะคนอยากผอมหุ่นดีจึงพยายามกินน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการ ซึ่งอาจทำให้สมองขาดอาหาร มีอาการมึนงง ความคิดอ่านไม่แจ่มใส นานไปสติปัญญาจะถดถอยนะคะ

  1. กินครบทุกมื้อ เพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ การที่ระดับน้ำตาลในเลือดขึ้น ๆ ลง ๆ นอกจากไม่ดีต่อสมองแล้ว ยังทำให้อารมณ์แปรปรวน อาหารมื้อเช้าสำคัญมาก ในเมื่อเรานอนหลับไปหลายชั่วโมงโดยไม่ได้มีอาหารไปหล่อเลี้ยงสมองเลย เพราะฉะนั้นห้ามงดอาหารเช้าเด็ดขาดกินผลไม้
  2. อาหารเพิ่มพลังสมอง มีอาหารมากมายหลายประเภทที่ดีต่อสมองของเราดังที่กล่าวไปแล้วโดยเฉพาะอาหารที่มีกรดโฟลิกสูง เพราะช่วยให้เซลล์สมองส่งกระแสประสาทถึงกันอย่างรวดเร็วเรียกความจำง่ายขึ้น โอเมก้า – 3 วิตามินอี สารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) และเควอร์ซิทิน (Quercetin) รวมทั้งสารต้านอนุมูลอิสระอีกหลายชนิดช่วยชะลอให้เซลล์สมองเสื่อมช้าลงได้

งานวิจัยเรื่องหนึ่งจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดประเทศสหรัฐอเมริกา ศึกษาพฤติกรรมการกินของผู้หญิง 13,000 คน พบว่า คนที่กินผักจำนวนมากเป็นเวลาหลายปี ความจำจะถดถอยน้อยกว่าคนทั่วไปเมื่ออายุมากขึ้น

โภชนากรชื่อดัง จอย เบาเออร์ (Joy Bauer)ให้สัมภาษณ์ในรายการ ทูเดย์ ทางช่องเอ็นบีซีของสหรัฐอเมริกาว่า ควรกินผักสีเขียวและสีอื่น ๆ ผลไม้หลากสี และปลาหลากหลายชนิด เพราะช่วยเรื่องความจำได้

กินอาหารอย่างไรให้ครบทุกมื้อ

  • เตรียมอาหารเช้าไว้ให้พร้อมตั้งแต่ก่อนเข้า นอนเพื่อจะได้ไม่เสียเวลาทำหรือเน้นอาหารที่ไม่ต้องปรุง กินได้ทันที เช่น ขนมปังโฮลวีต ผลไม้รสไม่หวานจัด เมล็ดธัญพืช หรือซีเรียลธัญพืช
  • ถ้าปลูกผักออร์แกนิกหรือไฮโดรโปนิก ไว้แปลงเล็ก ๆ จะดีมาก เพราะจะได้สลัดผักจานด่วนแบบปลอดสารพิษ
  • ถ้าต้องเดินทางหรือรถติดอยู่บนท้องถนนบ่อย ๆ อาจพกขนมปังกรอบโฮลวีต เมล็ดทานตะวันและน้ำติดตัวไว้อย่าปล่อยให้หิวบ่อย

ติดตามเทคนิคการดูแลสมองกันต่อได้ใน หน้าถัดไป

ออกกำลังกายเพิ่มพลังสมอง

ทราบไหมคะว่า ร่างกายและจิตใจมีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกันอย่างเหนียวแน่นคนที่มีร่างกายแข็งแรง สมองก็จะดีตามไปด้วย การออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มประสิทธิ-ภาพการทำงานของสมอง เพราะทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองดีขึ้น

นอกจากนี้การที่ร่างกายได้เคลื่อนไหวหรือทำงานประสานกันหลายส่วน จะช่วยให้เซลล์ประสาทในสมองเชื่อมโยงกันมากขึ้น การรับรู้ก็จะฉับไว ข้อมูลจากสถาบันแฟรงคลิน (The Franklin Institute) เมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ระบุว่า การกระตุ้นทางจิตใจและการออกกำลังกายจะช่วยพัฒนาการทำงานของสมองและปกป้องสมองจากอาการความจำเสื่อมได้ค่ะ

การออกกำลังเพิ่มพลังสมองที่แนะนำมีดังนี้

  1. เดิน คุณผู้อ่านคงเคยได้ยินคำแนะนำว่า ถ้าเกิดความเครียดหรือสมองตื้อตันให้ไปเดินเล่นสักหน่อยจะทำให้สมองปลอดโปร่ง คำแนะนำนี้เป็นความจริงค่ะ

การเดินดีต่อสมองมาก เพราะช่วยให้เลือดในร่างกายไหลเวียนเพิ่มขึ้น จึงช่วยนำออกซิเจนและอาหารไปหล่อเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น และยังกระตุ้นการขับของเสียออกได้ง่ายขึ้น

จากการวิจัยในผู้สูงอายุที่มีการเดินเป็นกิจวัตรพบว่า ช่วยให้ความจำดีกว่าผู้สูงอายุที่นั่งอยู่เฉย ๆ นอกจากนี้การเดินยังช่วยให้เกิดการเรียนรู้ได้ดีขึ้น มีสมาธิและเข้าใจในเรื่องที่เป็นนามธรรมมากขึ้น

เดิน

เดินอย่างไรให้สมองไบรท์

  • คนทำงานนั่งโต๊ะควรเดินให้ได้อย่างน้อยวันละ 20 นาที
  • หาโอกาสเดินเพิ่มให้มากขึ้นเช่น ขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์ เดินเล่นในหมู่บ้าน หรือเดินไปซื้อของใกล้บ้านแทนการนั่งรถ
  • ไปเดินในที่ที่มีบรรยากาศดี ๆ เช่น สวนสาธารณะ เดินชมเมืองเก่าตลาดน้ำ สถานที่ท่องเที่ยวใกล้ๆหรือนอกเมืองในวันหยุดสุดสัปดาห์
  1. ออกกำลังกายแบบแอโรบิก ไม่ใช่การเต้นแอโรบิก แต่หมายถึงการที่ร่างกายของเราได้เคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่องตั้งแต่ 15 นาทีขึ้นไป การออกกำลังกายแบบแอโรบิก ทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้ดี สมองจึงได้รับเลือดและออกซิเจน ไปหล่อเลี้ยงอย่างเพียงพอ นอกจากนี้ยังพบอีกว่า การออกกำลังกายแบบแอโรบิก สามารถช่วยลดการสูญเสียเซลล์สมองได้ค่ะ
  2. โยคะ เป็นการออกกำลังกายที่ให้ประโยชน์แบบทูอินวันคือ ได้ทั้งความแข็งแรงของร่างกายและออกกำลังสมองไปพร้อม ๆ กัน

ในนิตยสาร ฟอร์บส์ (Forbes) หน้าฟอร์บส์วูแมนอธิบายว่าโยคะช่วยเพิ่มสารสื่อประสาทที่เป็นประโยชน์ให้สมอง เช่น กาบา (Gaba) เซโรโทนิน (Serotonin) และโดพามีน (Dopamine) ทำให้ร่างกายผ่อนคลายและรู้สึกสบายใจ

นอกจากนี้สารสื่อประสาททั้งสามชนิดยังช่วยลดความเครียดความกังวลด้วย

การฝึกโยคะยังช่วยให้จิตใจสงบ กลับสู่ภาวะสมดุล ช่วยให้ระบบย่อยอาหารและระบบไหลเวียนเลือดทำงานดีขึ้น ลดอัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิต เพิ่มการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารและกำจัดสารพิษได้ดีขึ้น

โยคะ

เคล็บการฝึกโยคะเพิ่มสมองจะเป็นอย่างไร

ติดตามต่อในหน้าถัดไป

เคล็ดลับฝึกโยคะบู๊สต์พลังสมอง

  • ถ้ารู้สึกเครียดและอยากผ่อนคลาย ลองฝึกโยคะท่าง่าย ๆ เช่น ยืนตรง แล้วยกแขนทั้งสองข้างขึ้นทางด้านข้างลำตัวช้า ๆ จนแขนขนานกับพื้น พร้อมกับหายใจเข้าช้า ๆ ยืดตัวตรง จากนั้นลดมือลง หายใจออก นับเป็น 1 ครั้ง ทำทั้งหมด 5 ครั้งทำครั้งต่อไปอาจหายใจให้ลึกขึ้นและเพิ่มจำนวนครั้งเป็น 10 – 15 ครั้ง
  • หาหนังสือโยคะมาอ่าน เพื่อฝึกท่าง่าย ๆ ท่าอื่น ๆ ที่ทำได้สะดวกทั้งในออฟฟิศและที่บ้าน
  • ชวนเพื่อนเข้าคอร์สโยคะ จะได้มีกำลังใจฝึกสม่ำเสมอ
  1. ออกกำลังกายในชีวิตประจำวัน เวลาพูดถึงการออกกำลังกาย ส่วนใหญ่เรามักนึกถึงการเจียดเวลาอันน้อยนิดไปวิ่ง ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ เล่นกีฬา ฯลฯ แล้วก็ล้มเหลว

การได้ออกกำลังกายจริงจังเป็นเรื่องดีมาก แต่ถ้าพยายามเท่าไรก็ไม่สำเร็จ ลองมองกิจวัตรประจำวันหรือทำงานบ้านแทน

วิ่ง

การออกแรงทำงานบ้านให้เหนื่อย แต่ไม่ถึงกับเหนื่อยหอบถือเป็นการออกแรงที่ใกล้เคียงกับการออกกำลังกาย แม้จะยังไม่ดีที่สุด แต่ดีกว่าไม่ได้ออกกำลังกายเลย

  1. ออกกำลังกายอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสมองที่แข็งแรง เราควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยดูตามความเหมาะสมของร่างกาย

การออกกำลังกายบางประเภทอาจเหมาะกับคนอื่น แต่ไม่เหมาะกับเรา เพราะสภาพร่างกายแต่ละคนแตกต่างกันต้องเข้าใจด้วยว่า การออกกำลังไม่ใช่การแข่งขันว่าใครจะเก่งกว่า แต่ทำเพื่อสุขภาพร่างกายและสมองที่ดี นี่แหละเป้าหมายของเรา

วิธีออกกำลังกายให้เหมาะกับสุขภาพ

  • ถ้าไม่เคยออกกำลังกายเลย วันแรก ๆ ให้เริ่มจากการออกแรงน้อย ๆ แล้วค่อยเพิ่มไปจนถึงจุดที่เหมาะกับแรงของตัวเอง
  • ควรออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน และต้องมีวันพักด้วย
  • ออกกำลังกายในปริมาณพอเหมาะ วันละประมาณ 30 นาที แบ่งเป็นช่วง ๆ ก็ได้ เริ่มต้นจากน้อย ๆ จนไปถึงปริมาณที่เหมาะสมกับตัวเอง ดูตามกำลังความสามารถของตัวเองเป็นหลัก

 

ทริปผ่อนคลายอย่างมีคุณภาพ

การผ่อนคลายเป็นองค์ประกอบสำคัญทีเดียวค่ะ ถ้าต้องการให้คุณภาพสมองของเราเฉียบคมอยู่เสมอ ใช้งานแล้วก็ต้องปล่อยให้พักผ่อนบ้าง ไม่อย่างนั้นมีโอกาสเครื่องรวน คนที่อดนอนหรือเคร่งเครียดมากมักจะคิดอะไรไม่ออก อารมณ์ก็บูดบึ้งอยู่ตลอดเวลา เราจึงต้องผ่อนคลายร่างกายและจิตใจเพื่อให้กลับมาสู่สภาพสมดุล

  1. คิดบวกมองบวก พูดง่าย ฟังดูดี แต่เวลาทำอาจไม่ง่ายนัก เพราะส่วนใหญ่เราปล่อยใจให้คิดไปเรื่อย ไม่ได้ห้ามปรามตัวเอง แล้วก็มักเผลอสนใจในเรื่องลบเสียเรื่อยค่ะ ทั้งที่จริงแล้วสมองของเราชอบเรื่องดีมากกว่า ถ้าเรารู้สึกสดชื่นแจ่มใส สมองจะทำงานได้อย่างมีพลังเต็มประสิทธิภาพโยคะ

เทคนิควิธีคิดดีอย่างไรให้สมองใสปิ๊ง

  • สังเกตตัวเองว่าเรากำลังมองโลกในแง่ร้ายอยู่หรือเปล่าถ้ารู้ตัวให้เลิกคิด แล้วหันไปสนใจเรื่องดี ๆ แทน
  • มองหาข้อดีในคนอื่นดู แม้แต่คนที่เราไม่ชอบหน้า หากลองพิจารณาดูแล้ว เราจะค่อย ๆ รู้สึกดีกับคนรอบข้าง
  • เมื่อมีคนทำให้เราโกรธหรือไม่พอใจ อย่าคิดไปเองว่าเกิดจากอะไร เพราะเรามักจะคิดลบกว่าที่เป็นจริงเสมอ
  • ถ้าโลกรอบตัวชวนให้เครียดนัก ออกไปหาสิ่งรื่นรมย์โดยด่วน เช่น ชื่นชมความงามธรรมชาติ ทำสิ่งจรรโลงใจ รับรู้เรื่องดี ๆ ของผู้คน หรืออ่านหนังสือธรรมะบ้าง
  1. ทำในสิ่งที่มีความสุข คนที่มีงานอดิเรกทำจะมีความสุขมากกว่าคนที่ไม่มีอะไรทำในยามว่าง การเปิดรับความสุขจากสิ่งต่าง ๆ รอบตัวจะนำมาซึ่งความสุขด้านอื่น ๆ

ความสุขเป็นเครื่องบำรุงสมองชั้นดีค่ะ ทำอะไรก็ได้ที่ทำแล้วมีความสุขโดยไม่ทำให้ตัวเองและคนอื่นเดือดร้อน เมื่อได้ทำในสิ่งที่ชอบ ร่างกายจะหลั่งสารเคมีที่ทำให้สมองมีความสุขสบาย และช่วยผ่อนคลายความเครียด

หน้าถัดไป

เทคนิคสุขได้ สมองไว สุขภาพแข็งแรง

  • หากิจกรรมหรืองานอดิเรกที่ตัวเองชอบสักอย่างเพื่อทำยามว่าง เช่น อ่านหนังสือ จัดดอกไม้ เรียนทำขนม ทำงานศิลปะ สะสมสิ่งของ ทำสวน ท่องเที่ยว เล่นดนตรี เล่นกีฬาฯลฯ
  • รวมกลุ่มเพื่อนทำกิจกรรมที่ชอบก็จะได้สังคมเพิ่มขึ้น
  1. หัวเราะและยิ้มให้บ่อยขึ้น ไม่ใช่เรื่องโม้นะคะที่การหัวเราะเป็นยาวิเศษ มีกลุ่มหัวเราะบำบัดเกิดขึ้นและแพร่หลายไปทั่วโลก การที่เราได้หัวเราะบ่อยทำให้อารมณ์ดี สมองแจ่มใสหรือแค่การยิ้มทักทายกับคนทั่วไป เมื่อได้รับรอยยิ้มตอบก็รู้สึกมีความสุขแล้ว เห็นไหมคะว่า การผ่อนคลายอารมณ์บางครั้งง่ายกว่าที่เราคิด

เทคนิคยิ้มได้ หัวเราะได้ ความจำเลิศ

  • ถ้าเป็นผู้ใหญ่จนลืมการเล่นไป ลองกลับเป็นเด็กอีกครั้ง หากิจกรรมที่ได้เล่น หรือเล่นกับเด็ก ๆหรือสัตว์เลี้ยง จะทำให้เรายิ้มและหัวเราะได้โดยไม่รู้ตัว
  • อ่านหนังสือ ดูรายการโทรทัศน์ หรือหาหนังตลกที่ชอบมาดู ช่วงเวลาที่เราได้หัวเราะนอกจากจะผ่อนคลายแล้วยังลืมความเครียดไปได้นับชั่วโมง
  • อยู่ใกล้คนอารมณ์ดีเข้าไว้ คบหาพูดคุยกับคนที่มีอารมณ์ขันบ้าง

มีความสุข

  1. สมาธิบำรุงสมอง การทำสมาธิช่วยให้รู้สึกสงบผ่อนคลาย เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้สมองได้พักจากความวุ่นวาย มีเวลาเรียบเรียงและจัดระเบียบความคิดใหม่ ช่วยกำจัดความคิดลบออกไปจากจิตใจ การฝึกสมาธิช่วยจัดระเบียบในการใช้ชีวิตได้ดีขึ้น และยังช่วยเพิ่มความจำด้วย

ทริปฝึกสมาธิบำรุงสมอง

  • หาเวลาวันละ 5 นาทีเป็นอย่างน้อยเริ่มทำสมาธิแบบง่าย ๆ โดยการนั่งในที่สงบผ่อนคลายตัวเอง แล้วหลับตา หายใจเข้า – ออกช้า ๆ ค่อย ๆ เพิ่มเวลาขึ้น ถ้าสนใจเรื่องสมาธิค่อยศึกษาวิธีฝึกในขั้นต่อไป
  • เวลาจะทำอะไรให้มีสมาธิกับการทำสิ่งนั้น เป็นการฝึกสติที่ช่วยให้ความจำดีขึ้น การใส่ใจในสิ่งที่ทำคือการตั้งใจบันทึกข้อมูลเก็บไว้ในสมอง เราจึงจำสิ่งที่เราทำด้วยความตั้งใจได้ดีกว่า
  1. นอนหลับลึก อย่าลืมว่าการนอนหลับให้พอและหลับลึกเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุดอย่างหนึ่ง นอนน้อยทำให้ความจำถดถอยลง การนอนหลับลึกดีต่อร่างกายและสมองของเรามากนะคะ ร่างกายของเรามีความสามารถในการเยียวยาตัวเองได้พอสมควร เคยสังเกตไหมว่า ถ้ารู้สึกไม่ค่อยสบายทำงานเครียดหนัก หรืออ่อนล้ามาก ๆแล้วได้นอนพักอย่างเต็มอิ่ม ตื่นขึ้นมาจะสดชื่นเหมือนเป็นคนใหม่ทีเดียวละค่ะ

นอนหลับ

เทคนิคการนอนหลับให้ลึก

  • ก่อนนอนอ่านหนังสือ ฟังเพลงเพลิน ๆ อย่าเก็บปัญหามาขบคิด อย่างไรก็แก้ไม่ได้ในขณะนั้น นอนเพิ่มพลังสมองดีกว่า
  • หากนอนไม่หลับ ให้ลองฝึกวิธีคลายเครียดคลายเกร็งแบบชีวจิต จะช่วยแก้อาการนอนไม่หลับ และทำให้หลับลึกได้
  • งีบ 10 นาทีหลังมื้อกลางวันจะช่วยให้สดชื่นขึ้นทำครบทั้ง 15 สูตรที่แนะนำมานี้ รับรองว่าสมองไบรท์ ร่างกายแข็งแรงแน่นอน

ข้อมูลเรื่อง ” 15 สูตรเพิ่มพลังสมอง ” จากนิตยสารชีวจิต ฉบับที่ 340

keyboard_arrow_up