เสียง, เสียงแหบ, รักษาเสียงแหบ, โรคหวัด, โรคกรดไหลย้อน

อาหารรักษาเสียงแหบที่สาเหตุ โรคหวัด และกรดไหลย้อน

เสียง, เสียงแหบ, รักษาเสียงแหบ, โรคหวัด, โรคกรดไหลย้อน
เสียง, เสียงแหบ, รักษาเสียงแหบ, โรคหวัด, โรคกรดไหลย้อน

รักษา เสียงแหบ

คำถาม : ตอนนี้ เสียงแหบ มากค่ะ พูดแล้วเสียงไม่ออกจะทานอะไรดีคะ 

บ.ก.ขอตอบคำถามให้

คำถามมาแค่นี้ บ.ก.ก็เลยเดาว่า อาจมาจากหวัด เลยให้กินน้ำอุ่นผสมน้ำผึ้งและกระเทียมบุบละเอียด เพื่อแก้อักเสบในลำคอแบบที่อาจารย์สาทิส อินทรกำแหง กูรูต้นตำรับชีวจิตสอนมา

แต่แล้วก็รู้สึกเอ๊ะขึ้นมา หน่อยๆ ว่า ถ้าเกิดอาการเสียงแห้ง เสียงแหบ นี้ไม่ได้เกิดจากหวัด แต่เกิดจากกรดไหลย้อนล่ะ น้ำดื่มสักครู่ที่บอกไปนี่ต้องห้ามเลยนะคะ เลยรีบแซงหน้าหลายคำถาม หาคำตอบมาให้

ก่อนอื่นมาดูกันก่อนว่า สาเหตุของ เสียแหบ มาจาก กล่องเสียงอักเสบ โดยมีที่มา 3 ประการคือ 1. เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งมักเกิดขึ้นร่วมกับหวัดและหลอดลมอักเสบ 2. เกิดจากการระคายเคือง เช่น สูบบุหรี่จัด ดื่มสุรา ใช้เสียงในการพูดนานหรือดังเกินไป 3. เกิดจากการระคายเคืองที่เกิดจากน้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนเข้าไปในกล่องเสียง ขณะนอนหลับ ซึ่งหากเกิดต่อเนื่องยาวนาน ก็จะทำให้ เสียแหบ ได้

ส่วนวิธีแก้ไขนั้น หากมาจากการดื่มสุรา สูบบุหรี่ หรือใช้เสียง ให้หยุดพฤติกรรมนั้น ส่วนการแก้ไขอาการ เสียงแหบ จากโรคทั้งสอง คือ โรคหวัด และกรดไหลย้อน นั้นมีวิธีการที่แตกต่างกันดังนี้

โรคหวัด

1.กินฟ้าทะลายโจร  ฟ้าทะลายโจรเป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่ขึ้นง่ายปลูกทิ้งในกระถางได้เลย แค่โยนเม็ดแห้ง ๆ ลงไป เดี๋ยวก็ขึ้นให้เห็น เวลาเจ็บคอเป็นหวัด หรือบางทีมีอาการทอนซิลอักเสบร่วมด้วย แค่เด็ดยอดอ่อนเขียว ๆ หนึ่งขยุ้มมือใส่ปากเคี้ยวให้น้ำหูน้ำตาไหล เพราะขมที่สุดในโลก แต่ถ้าทนได้ก็ได้ผล คนที่ไม่ถนัดกินแบบนี้ก็ซื้อแบบเป็นแคลซูลมาติดไว้ที่บ้าน เพราะสมุนไพรตัวนี้แก้ไข้ แก้หวัด แก้เจ็บคออักเสบ เรียกว่าแก้โรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ แถมมีสรรพคุณเป็นยาปฏิชีวนะด้วย แนะนำให้กินครั้งละ 3-5 เม็ด วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร

  1. กินวิตามินซี เราต้องซื้อจากร้านยา ติดบ้านไว้มีประโยชน์มาก เพราะเป็นตัวสำคัญที่ช่วยบำรุงเลี้ยงเซลล์ในร่างกาย เป็นหนึ่งในวิตามินกลุ่มแอนติออกซิแดนต์ เวลาเจ็บป่วยเป็นอะไรมีแผลเลือดออก แผลภายใน วิตามินซีทำงานร่วมกับยาตัวอื่นช่วยให้อาการต่าง ๆ หายเร็วกกว่าปกติ ที่สำคัญคือช่วยชะลอความแก่ ดูแข็งแกรงว่ายังเป็นหนุ่มเป็นสาวอยู่ แนะนำให้กิน ขนาด 1,000 มิลลิกรัม วันละ 1 เม็ดเช้า
  2. กินสังกะสีหรือซิงก์ (Zinc) ซิงค์หรือสังกะสี ในบรรดาแร่ธาตุร่างกายต้องการเพียงแค่ 18 อย่าง ซิงก์เป็นตัวสำคัญที่สุด เทียบกับภาพยนตร์ซิงก์ก็เหมือนผู้กำกับการแสดง เพราะมีส่วนกำกับหรือชี้นำ แม้แต่เรื่องการย่อยอาหารซึ่งมีน้ำย่อยเป็นตัวการ ซิงก์เป็นตัวช่วยให้การรักษาและฟื้นฟูตัวเองดีขึ้นอย่างรวดเร็ว แนะนำให้กินซิงก์ขนาด 50 มิลลิกรัม 1 เม็ด แต่อยากได้ซิงก์ธรรมชาติไว้กินเล่น ก็ให้นึกถึงเมล็ดฟักทอง
  3. กินยาธาตุบรรจบและขมิ้นชัน สมุนไพรสองตัวนี้ต้องใช้คู่กัน ยาธาตุบรรจบเป็นยาสามัญประจำบ้าน กินคู่กับขมิ้นชันเป็นยารักษาโรคเกี่ยวกับท้องหรือเป็นยางกลาง ๆ ป่วยก็กินได้ ไม่ป่วยแต่มีอาการเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ท้องอืด ท้องเฟ้อก็กินได้

ที่แนะนำให้กินยาสมุนไพร 2 ชนิดนี้ซึ่งมีสรรพคุณเกี่ยวกับท้องควบกับยาแก้หวัดด้วย เพราะหวัดมักมีผลกระทบต่อท้องด้วย กินเพื่อป้องกันอาการไว้ก่อน โดยกินยาธาตุบรรจบ 5 เม็ด ขมิ้นชั้น 3 เม็ด หลังอาหาร เช้า เย็น

  1. สูดดมน้ำต้มหอมเล็ก ถ้ามีอาการคัดจมูก หายใจไม่สะดวก ให้เทน้ำประมาณ 3-5 ลิตร ใส่หม้อใหญ่ เอาหอมเล็กประมาณ 10-15 หัว ทุบพอแตกใส่ในน้ำ แล้วต้มให้เดือด พอเดือดแล้ว ใช้ผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ๆ คลุมศีรษะและคลุมปากหม้อ (ครอบทั้งหัวและหม้อ) สูดหายใจและรมควันอยู่อย่างนั้นประมาณ 5 นาที อย่าลืมสูดหายใจเข้าออกยาวๆ

6.ทำดีท็อกซ์ ทุกวันติดต่อกันนาน 1 สัปดาห์

คลิกเพื่ออ่านหน้าถัดไป

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up