เช็ก 5 อาการสำคัญของโรค IBS

โรค IBS

เมื่อเอ่ยถึงไอบีเอสหรือ โรค IBS อาจมีผู้อ่าน ชีวจิต หน้าใหม่นึกถึงบีทีเอส (BTS) (เหมือนที่ดิฉันเคยนึก) …เอ๊ะ! ชีวจิต สะกดผิดหรือเปล่าหนอ…นั่นเป็นเพราะไอบีเอสเป็นคำที่น้อยคนนักจะคุ้นเคยและรู้ว่าคือ

โรคใหม่ที่มักเกิดขึ้นกับหนุ่มสาววัยทำงานในประเทศแถบทวีปเอเชีย ว่าแล้วเราลองมาสำรวจกันดีกว่าว่าเราคือผู้ป่วยโรคนี้หรือไม่

โรคใหม่ซึ่งว่ากันที่จริงเป็นโรคเก่าคือ โรค IBS ซึ่งย่อมาจาก IRRITABLE BOWEL SYNDROME

เดี๋ยวนี้กลายเป็นโรคฮิตสำหรับหนุ่มๆ สาวๆ สมัยใหม่ พวกที่มาหาผมเพื่อจะปรึกษาหารือก็เยอะ หรือฟังที่เขาคุยกันระหว่างเพื่อนฝูงก็เยอะ

เวลาที่ใครเรียกชื่อโรค IBS นี้ออกมาคนฟังทั่วๆ ไปมักจะทำหน้าฉงน หลายคนทำหน้าตกใจ (เพราะไม่รู้เรื่องและไม่เข้าใจว่าโรคนี้คืออะไร)

(I มาจาก) IRRITABLE คำนี้ถ้านำมาใช้ในด้านการแพทย์ แปลว่า ทำให้ระคายเคืองหรือเกิดการอักเสบ

(B มาจาก) BOWEL แปลว่า ท้องไส้และ (S มาจาก) SYNDROME แปลว่ากลุ่มอาการต่างๆ พอมารวมเข้าไว้ด้วยกัน IRRITABLE BOWEL SYNDROME จึงแปลว่า  โรคของกลุ่มอาการต่างๆ เกี่ยวกับการทำให้ท้องไส้เกิดการระคายเคืองหรือเกิดการอักเสบ

ฟังแล้วก็ยังคงงงๆ อยู่ว่ามันเป็นโรคอะไรกันแน่ ที่ยังงงๆ อยู่ก็เพราะโรคนี้ฟังดูแล้วเหมือนเป็นโรคใหม่ เมื่อประมาณเกือบ 15 ปีมาแล้วไม่มีใครรู้จักและไม่มีใครได้ยินชื่อ

ที่เริ่มรู้จักกันขึ้นมาเนื่องจากหมอสองคน คือ ลินน์ ฟรีดแมน ได้เสนอเรื่องในวารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์เจอร์นัลออฟเมดิซิน เมื่อปี ค.ศ. 1993และหมออีกคนหนึ่ง คือ เมเยอร์ เกดฮาร์ท เสนอในวารสารการแพทย์แกสโทรเอนเทอโรโลจี เมื่อปี ค.ศ. 1994

วารสารการแพทย์ทั้งสองฉบับนี้ถือว่าเป็นวารสารสำคัญระดับโลก แพทย์และผู้เกี่ยวข้องทางการแพทย์ทั่วโลกยกย่องให้เป็นวารสารตำราวิชาการของโลก ซึ่งเชื่อถือได้ 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม

โรค IBS ก็เลยเป็นโรคที่วงการแพทย์เอ่ยถึงและชอบนำมาใช้ในการวินิจฉัย โดยให้ชื่อโรคว่า IBS มาเป็นเวลาเกือบ 15 ปีแล้ว

โดยเหตุที่ชื่อโรค IBS นี้เป็นชื่อของอาการรวมของอาการต่างๆ หลายรายการ จึงเป็นการยากที่จะวินิจฉัยแบบฟันธงลงไปว่า “คุณเป็นโรคนั้นโรคนี้…”

โรค IBS

ดังนั้น เมื่อมาถึงการรักษาจึงเป็นการยากสำหรับแพทย์ที่จะสั่งยาตัวนั้นตัวนี้เพื่อแก้โรค IBS โดยเฉพาะ

เมื่อเป็นโรคเกี่ยวกับอาการรวม ยาที่ให้ก็ต้องมียาแบบยารวมคือยาหลายๆ ตัวสำหรับแก้อาการหลายๆ อาการ

ต่อไปนี้ขออ้างอิงถึง ศาสตราจารย์จุง เอายัง ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะแพทย์โรคภายในช่องท้อง แห่งมหาวิทยาลัยแพทย์มิชิแกนแอนอาเบอร์ ซึ่งถือกันว่าเป็นอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญโรค IBS

ที่น่าสนใจเกี่ยวกับศาสตราจารย์เอายังผู้นี้คือ ท่านเป็นคนจีน (เข้าใจว่าเป็นชาวสิงคโปร์) แต่ก็สามารถไปทำงานเป็นหัวหน้าแผนกของแพทย์ฝรั่งอีกหลายๆ คน

“ข้อน่าสังเกตอีกอย่างหนึ่งคือ โรคเกี่ยวกับช่องท้องและระบบการย่อยนี้ ชาวเอเชียป่วยกันมากเหลือเกิน”

เป็นไปได้ไหมว่า อาหารของชาวเอเชียนั้นค่อนข้างจะหลากหลายและมีรสจัด ผสมกับความเครียดที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมและความแออัดของประชากรซึ่งมีปริมาณเพิ่มขึ้นๆ อย่างรวดเร็ว โรคเกี่ยวกับช่องท้องจึงมีมากเป็นอันดับ 1 ของเอเชีย

ศาสตราจารย์เอายังระบุไว้ว่า  IBS นี้จะเป็นโรคในกลุ่มคนวัยหนุ่มสาวและกลางคน ส่วนผู้สูงอายุนั้นไม่ค่อยจะเป็น ถ้าหากจะมีอาการอย่างหนึ่งในอาการรวมของ IBS คืออาการที่ลำไส้หรือบางส่วนของระบบย่อยมีถุงหรือกระพุ้งเล็กๆ เมื่อมีเศษอาหารติดอยู่ในถุงเหล่านี้จะเกิดการบูดหรือการอักเสบขึ้นมาทำให้มีลมและแก๊สแน่นในช่องท้อง (DIVERTICULAR DISEASE)

 

คลิกเพื่ออ่านต่อหน้าถัดไป

ตามสถิติได้ระบุไว้ว่า  ผู้หญิงจะเป็นโรค IBS ง่ายและมากกว่าผู้ชาย 2 - 3 เท่า อาการที่เป็นประกอบไปด้วยการปวดท้องสลับกับอาการท้องเสียหรือท้องผูก

โรค IBS

ศาสตราจารย์เอายังได้ระบุอาการสำคัญๆ ของ IBS ไว้ 5กลุ่ม  คือ

1. อาการปวดท้อง  การปวดท้องของ IBS นี้ บริเวณที่ปวดจะมีหลายแห่ง  ที่เป็นมากที่สุดคือบริเวณท้องส่วนกลางและส่วนล่างต่ำกว่าสะดือ (HYPOGASTRUM) และรองลงมาคือบริเวณด้านขวาและด้านซ้าย อยู่ต่ำกว่าระดับสะดือประมาณ 2 - 3 นิ้ว

2. ช่วงเวลาถ่ายอุจจาระผิดปกติ ตามปกติแล้ว ผู้ที่ไม่ได้ป่วยเป็น IBS จะถ่ายตรงตามเวลา เช่น บางคนถ่ายตอนเช้าบางคนถ่ายตอนเย็น

ทว่าผู้ที่ป่วยเป็น IBS นี้ เวลาประจำของการถ่ายตามปกติจะเปลี่ยนไป บางคนเกิดอาการท้องผูกกะทันหัน ทำให้บางคนท้องผูกเป็นอาทิตย์ หรือเป็นเดือนก็เคยพบ สำหรับอาการท้องผูกเป็นเดือนนี้ขอเตือนว่าต้องพบแพทย์ด่วน

และที่ค่อนข้างแปลกเกี่ยวกับการท้องผูกนี้คือ อยู่ๆ อาการท้องผูกจะหายไปเอง แต่กลับกลายเป็นท้องเสียหรือท้องเดินได้ก็มี

3. เกิดลมในช่องท้องและมีการผายลมมากผิดปกติ เคยพบว่าคนไข้ IBS ท้องอืด ท้องมีแก๊สมาก  พุงมักจะโตจนน่าเกลียด

4. เกิดการเปลี่ยนแปลงในช่องท้องด้านบน ช่องท้องด้านบนในที่นี้หมายถึง ด้านบนเหนือสะดือ และอยู่ระหว่างยอดอกต่ำลงมาถึงสะดือ อาการที่เป็น  เช่น แน่นท้อง อาหารไม่ย่อย (DYSPEPSIA) อาการแสบท้อง อาการคลื่นไส้ อยากจะอาเจียน และเบื่ออาหาร

5. มีอาการแปลกๆ อื่นๆ ซึ่งอาจจะดูเหมือนไม่เกี่ยวกับเรื่องท้องเลย ที่ว่าอาการแปลกๆ นี้  ศาสตราจารย์เอายังท่านบอกว่า เป็นอาการที่เดาไม่ได้ว่าเกิดเพราะอะไร เช่น อาการเซื่องซึม หงุดหงิด แถมต่อด้วยอาการทางร่างกาย คือผสมกันกับการถ่ายบ่อยๆ ทั้งๆ ที่ไม่เกี่ยวกับท้องเสียหรือท้องเดิน

เมื่อมาถึงขั้นนี้ พอจะมองเห็นว่าเรื่องของอารมณ์หรือเรื่องเกี่ยวกับทางจิตใจย่อมเข้ามาเกี่ยวด้วย ที่น่าสนใจอีกประการคือ IBS นี้ดูเหมือนจะเกี่ยวกับอาการของโรคในช่องท้องอีกหลายโรคเมื่อพิจารณาให้ลึกซึ้งแล้วอาจจะเป็นโรคเดียวกันหมด

จึงจำเป็นที่จะต้องพูดกันต่อให้ละเอียด  และที่สำคัญที่สุดก็คือ แม้จะดูว่าเป็นโรคเล็กน้อย แต่ก็อาจจะกลายเป็นโรคร้ายแรงถึงชีวิตได้เช่นกัน

 

ข้อมูลจาก : นิตยสารชีวจิต ฉบับที่ 321 

 

 

keyboard_arrow_up