เค็ม เผ็ด เปรี้ยว หวาน กินไม่พอดีมีโทษ

เค็ม เผ็ด เปรี้ยว หวาน กินไม่พอดีมีโทษ
เค็ม เผ็ด เปรี้ยว หวาน กินไม่พอดีมีโทษ

ประโยชน์และโทษของอาหารรสชาติต่างๆ

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับรสชาติ

ตามตำราแพทย์แผนจีน รสชาติของอาหารทุกชนิดมีความสำคัญต่ออวัยวะภายในร่างกายมนุษย์แทบทั้งสิ้น แม้ว่ารสชาติของอาหารจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่การบริโภคในปริมาณที่มากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นรสหวาน เค็ม เผ็ด หรือรสเปรี้ยว แทนที่จะได้ประโยชน์ อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้

ประโยชน์และโทษของอาหารรสชาติต่างๆ มีอะไรบ้าง

อาหารรสหวาน

เมื่อพูดถึงที่มาของความหวาน น้ำตาลมักเป็นอันดับต้นๆ ที่เรานึกถึง ทั้งนี้น้ำตาลมักเป็นอันดับต้นๆ ที่เรานึกถึง ทั้งนี้น้ำตาลจัดอยู่ในอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงานต่อร่างกายในทันทีที่กินเข้าไป ส่งผลให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่าอย่างรวดเร็ว

ร่างกายของเราควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดด้วยฮอร์โมนชื่อ อินซูลิน (Insulin) ซึ่งมีหน้าที่ลดระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดและมีฮอร์โมนชื่อกลูคากอน (glucagon) คอยทำหน้าที่เพิ่มระดับกลูโคส ซึ่งร่างกายไม่สามารถควบคุมประมาณน้ำตาลในเลือดให้คงที่ ปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงหรือต่ำกว่าปกติ อาจทำให้เป็นความดันโลหิตสูง เบาหวาน และมีอัตราเสี่ยงต่อโรคหัวใจได้

นอกจากนั้นรสหวานช่วยส่งเสริมการทำงานของกระเพาะอาหารและม้าม รสหวานมีสรรพคุณทางยาช่วย รักษาอาการปวดเกร็งตามกล้ามเนื้อ แก้อาการอ่อนเพลีย บำรุงกำลัง ทำให้ร่างกายรู้สึกชุ่มชื่น และแก้กระหาย โดยมากรสหวานที่เรารับประทานจะได้จากน้ำตาล น้ำผึ้ง ผักและผลไม้สุกบางชนิด เช่น กล้วย ลิ้นจี่ อ้อย มะละกอ ฯลฯ

อันตรายที่มากับรสหวาน

  • หวานมากไปทำให้อ้วน
  • อาหารหวานทำให้ความอยากอาหารลดลง การกินอาหารรสหวานมากเกินไปจะทำให้เรารู้สึกอิ่ม อีกทั้งยังทำให้รู้สึกขี้เกียจ ง่วงนอน มีเสมหะในลำคออีกด้วย ดังนั้นจึงไม่ควรกินอาหารรสหวานก่อนกินอาหารมื้อหลัก เพราะจะทำให้กินอาหารได้น้อยลง
  • เบาหวาน เมื่อรับประทานอาหารเข้าไปมากๆ จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดจาดความสมดุล จึงทำให้ตับอ่อนผลิตอินซูลินออกมามากกว่าปกติเพื่อกำจัดปริมาณน้ำตาลในเลือด ยิ่งคนเป็นเบาหวานกินหวานมากเท่าไร จะยิ่งให้ตับอ่อนทำงานหนักและเป็นอันตรายมากเท่านั้น อีกทั้งความหวานยังทำให้เกิดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ โรคไต และฟันผุอีกด้วย

 

คลิกเพื่ออ่านต่อหน้าถัดไป

keyboard_arrow_up