DOCTOR TALKS กินอยู่ครบสูตร หยุดริดสีดวงทวาร

DOCTOR TALKS กินอยู่ครบสูตร หยุดริดสีดวงทวาร
DOCTOR TALKS กินอยู่ครบสูตร หยุดริดสีดวงทวาร

หมั่นดูแลตัวเองด้วยการกินผักและผลไม้ รวมถึงการออกกำลังกาย ช่วยหยุด ริดสีดวงทวาร ได้

“ก็…ลมมันเย็น” ครั้งหนึ่งสโลแกนนี้กลายเป็นคำฮิตติดปากของใครหลายๆ คน เพราะเป็นโฆษณาที่โด่งดังเกี่ยวกับโรค ริดสีดวงทวาร แต่สำหรับผู้ที่เคยผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นหรือกำลังมีอาการเจ็บทวารหนักอยู่ในขณะนี้ คงเข้าใจได้อย่างลึกซึ้งว่าเจ้าก้อนส่วนเกินดังกล่าวสร้างความทุกข์ทรมานให้กับชีวิตเพียงใด

เช่นเดียวกับ นายแพทย์พิชยา ธานินทร์ธราธาร หรือหมอโป้ง (อายุ 33 ปี) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ศัลยกรรมกระดูก โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ที่ต้องเผชิญกับโรคริดสีดวงทวารมาถึงสองครั้งสองคราด้วยกัน

 

ไม่ถ่าย 14 วัน พลันริดสีดวงถามหา

เพราะเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ศัลยกรรมกระดูก มือฉมังประจำโรงพยาบาล จึงทำให้มีคนไข้มาต่อคิวรอผ่าตัดรักษากระดูกกับหมอโป้งอยู่ไม่น้อย แต่กระนั้นหมอหนุ่มคนนี้ก็ยังใจดีแบ่งเวลามาบอกเล่าประสบการณ์สุขภาพของตัวเองให้เราฟัง

“แม้ปัจจุบันจะไม่มีใครให้ความสำคัญ หรือคาดว่าในอนาคต ริดสีดวงทวารจะกลายเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมะเร็ง หรือโรคร้ายอื่นๆ ตามมาหรือเปล่า แต่สำหรับผมป้องกันไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ย่อมดีกว่าแก้ครับ”

หมอโป้งเกริ่นถึงโรคที่หลายคนมองข้าม ก่อนจะเท้าความถึงสาเหตุที่ทำให้เขาต้องเผชิญกับเจ้าริดสีดวงในครั้งแรกว่า

“ตอนนั้น ผมเป็นนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 2 อยู่ฝ่ายพัฒนาสังคมและบำเพ็ญประโยชน์ ต้องออกไปทำค่ายอาสาตามต่างจังหวัดครั้งหนึ่งไปนานถึง 14 วัน ห้องน้ำห้องท่าก็ไม่ค่อยสะดวก อาหาร ผัก ผลไม้ก็ไม่ได้มีให้กินมากมาย

“ผมก็เลยไม่ค่อยอยากเข้าห้องน้ำ จำได้ดีว่าตลอด14 วัน ผมถ่ายวันสุดท้ายวันเดียว พยายามอั้นไว้ให้ถึงที่สุด ผลก็คืออุจจาระแข็งมาก-ก-ก” หมอโป้งลากเสียงยาว พาให้เราจินตนาการถึงความเจ็บปวดทรมานได้ไม่ยาก แต่นั่นก็ยังไม่ใช่ความทรมานจนถึงขีดสุด กระทั่ง…

“ผมรู้สึกว่ามีก้อนที่รูทวาร เวลานั่งก็รู้สึกเหมือนนั่งทับก้อนอะไรอยู่ตลอดเวลา ตอนนั้นเริ่มตกใจแล้ว คิดว่าเดี๋ยวกลับจากค่ายจะไปตรวจกับอาจารย์หมอ ปรากฏว่ามันแตกซะก่อน ถ่ายออกมาเป็นเลือดสดๆ เจ็บมาก”

เหตุการณ์ในวันนั้น ทำให้หมอโป้งตัดสินใจไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลทันที ซึ่งอาจารย์หมอวินิจฉัยว่า เขาถูกริดสีดวงทวารเล่นงานเข้าให้แล้ว วิธีรักษาเบื้องต้นคือต้องกินยาที่ออกฤทธิ์ทำให้อุจจาระนิ่ม ร่วมกับใช้ยาเหน็บเมื่อรู้สึกเจ็บปวดบริเวณทวารหนัก

คลิกเพื่ออ่านต่อหน้าถัดไป

น้ำหนักเยอะ นั่งห้องน้ำนาน ตัวการก่อโรค

หลังจากริดสีดวงแตก และใช้ยากำราบ เจ้าก้อนเนื้อไม่พึงประสงค์ก็ไม่โผล่มากวนใจหมอหนุ่มคนนี้อีกเลย แต่เพราะวิธีดังกล่าวไม่ใช่การรักษาที่ต้นเหตุ นานวันเข้ามันจึงกลับมาสร้างความทรมานให้เขาอีกครั้ง!

“ผ่านมาสิบกว่าปี ผมก็กลับมาเป็นริดสีดวงอีกจนได้ คราวนี้สาเหตุเพราะผมนิสัยเสีย ชอบนั่งถ่ายนานๆ เวลาเข้าห้องก็จะเอามือถือไปนั่งเล่นเกม หรืออ่านหนังสือไปด้วย เรียกว่านั่งถ่ายครั้งหนึ่งไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง”

หมอโป้งอธิบายเพิ่มเติมว่า ไม่เพียงแต่การนั่งห้องน้ำนานเท่านั้น การเบ่งอุจจาระ การนั่งแช่ การยืน หรือเดินเป็นเวลานาน ๆ ทั้งหมดนี้ล้วนทำให้กลุ่มเนื้อเยื่อหลอดเลือดริดสีดวงทวาร เกิดการกดทับ บวมเป่ง และเกิดการบาดเจ็บได้

ริดสีดวงทวาร

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังอย่างผู้ที่มีภาวะท้องผูก หรือท้องเสียเรื้อรัง ชอบเบ่งอุจจาระแรงๆ หญิงตั้งครรภ์ คนอ้วน รวมถึงผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป ซึ่งมักจะมีการเสื่อมของกลุ่มเนื้อเยื่อหลอดเลือด และเซลล์ต่าง ๆ จึงทำให้หลอดเลือดโป่งพองได้ง่ายกว่าปกติ      เช่นเดียวกับที่หมอโป้งตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า ทุกครั้งที่น้ำหนักตัวของเขาพุ่งขึ้นทีไร เจ้าริดสีดวงก็จะมาเยี่ยมเยียนเสียทุกทีไป

“ผมสูง 163 เซนติเมตร ปกติจะหนักประมาณ 58-63 กิโลกรัม แต่เมื่อไหร่ที่ตามใจไป ไม่ค่อยออกกำลังกาย กินผักผลไม้น้อย จนน้ำหนักเพิ่มขึ้น ริดสีดวงก็จะกลับมาทุกครั้ง

“แต่ละครั้งแม้จะไม่รุนแรงจนถึงขั้นต้องผ่าตัดหรือนั่งทำงานไม่ได้ แต่มันก็จะกระตุ้นให้ผมรู้สึกอยากถ่ายตลอดเวลา เพราะเหมือนมีอะไรมาระคายเคืองบริเวณรูทวารเรื่อยๆ ผมก็เลยต้องเข้าห้องน้ำบ่อย ทั้งๆ ที่ถ่ายอุจจาระทุกเช้าอยู่แล้ว กลายเป็นเที่ยงก็ต้องนั่งห้องน้ำ เย็นก็ต้องนั่ง กลางคืนก็อาจจะต้องนั่งอีก แม้จะไม่มีอะไรออกมาก็ตาม”

เมื่อตระหนักดีว่าพฤติกรรมเสี่ยงเพียงเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน อย่างการกินและการขับถ่ายที่ผิดสุขลักษณะ ล้วนเป็นตัวการก่อโรคร้ายแล้ว หมอโป้งจึงเริ่มปฏิวัติตนเองนับจากวันนั้น…

คลิกเพื่ออ่านต่อหน้าถัดไป

ปรับพฤติกรรม บรรเทาริดสีดวง

ภารกิจแรกเพื่อสุขภาพที่หมอโป้งเริ่มลงมือก็คือการลดน้ำหนัก โดยควบคุมอาหาร ร่วมกับหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ

“ทุกวันนี้ผมหันมากินอาหารที่มีเส้นใยสูงมากขึ้นทั้งผัก ผลไม้ชนิดชนิดต่างๆ จากเมื่อก่อนที่ชอบกินอาหารตามห้าง ซึ่งหนักไปทางเนื้อสัตว์ มื้อเย็นก็จะเน้นกินสลัดผัก โดยไม่ใส่น้ำสลัดเลย หรือถ้าใส่ก็จะเลือกที่มีแคลอรีน้อยๆ อาจเป็นน้ำสลัดซอสญี่ปุ่นแทนน้ำสลัดครีมที่รสชาติหวานๆ”

วิธีดังกล่าวนอกจากจะไม่ทำให้ไขมันพอกพูนแล้ว หมอโป้งยังบอกอีกด้วยว่า สามารถช่วยป้องกัน รักษา และไม่ให้โรคริดสีดวงกลับมาเป็นซ้ำได้ เพราะจะทำให้ขับถ่ายง่ายขึ้น รวมถึงเส้นใยในผักผลไม้จะช่วยให้อุจจาระนิ่มเองได้โดยธรรมชาติ

แต่ถ้าใครไม่ชอบกินผักผลไม้ หรือกินได้ไม่มากนัก หมอหนุ่มคนนี้ก็มีคำแนะนำค่ะ

“เม็ดแมงลักถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยครับ วิธีการกินก็คือใส่เม็ดแมงลักประมาณ 1 ช้อนชาในน้ำ 1 แก้วใหญ่ ดื่มก่อนนอน หรือหลังตื่นนอนตอนเช้า เพื่อช่วยให้คนที่ถ่ายยากๆ หรือท้องผูก ถ่ายได้ง่ายขึ้นหรือนิ่มขึ้นครับ”

ริดสีดวงทวาร

ส่วนเรื่องออกกำลังกาย หมอโป้งเล่าอย่างอารมณ์ดีว่า

“ผมออกกำลังกายตามสูตรโบราณครับ (หัวเราะ) คือเคลื่อนไหวร่างกายไม่น้อยกว่า 20 นาทีไว้เป็นใช้ได้ โดยผมจะวิ่งประมาณ 5 กิโลเมตรตามสวนสาธารณะบ้าง ในฟิตเนสบ้าง ใช้เวลาครั้งหนึ่งประมาณครึ่งชั่วโมงนิดๆ หรืออาจจะเวตเทรนนิ่งต่ออีกหน่อยเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อในส่วนที่ตัวเองต้องการ”

นอกจากภารกิจพิชิตน้ำหนักส่วนเกินแล้ว การดูแลรักษาระบบขับถ่ายให้ถูกสุขลักษณะก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

“ผมฝึกนิสัยการเข้าห้องน้ำใหม่ หมดเลิกนั่งถ่ายนานๆ พยายามเตือนตัวเองว่าห้องสุขาไม่ใช่ห้องสมุด ถ่ายเสร็จก็ออกมา จะไม่นั่งแช่เล่นมือถือ หรืออ่านหนังสือแล้ว”

          ง่ายๆ แค่นี้ก็ช่วยให้คุณห่างไกลโรคริดสีดวงทวารเหมือนหมอหนุ่มคนนี้ได้แล้วล่ะค่ะ

 

ข้อมูลจาก : นิตยสารชีวจิต ฉบับที่ 441

keyboard_arrow_up