4 ขั้นตอน ใช้ชีวิตทุกวัน ให้เป็นวันสุดท้าย

ใช้ชีวิต
ใช้ชีวิต

ใช้ชีวิต ในทุก ๆ วัน

ใช้ชีวิต ทุกวัน ให้เป็นวันสุดท้าย ….. การมองไปข้างหลัง ย่อมเสียเวลา  แต่การมองไปข้างหน้า แล้วเห็นแต่ทางตัน ย่อมก่อเป็นความท้อแท้ การทำตามพระท่านว่าจงอยู่กับปัจจุบันย่อมดีที่สุด

ทว่า แต่ละวันก็ไม่ได้มีแต่เรื่องสมหวังและงดงามเสมอนี่นา เรื่องนั้น เรื่องนี้ คนนั้น คนนี้ บางเรื่องซับซ้อนสับสนยิ่งนัก บอกใครก็ไม่เข้าใจ บางคนก็ไม่เข้มแข็งเอาเลย แถมหวังพาดอิงอารมณ์ที่เราเสมอ อารมณ์ขึ้นก็เรา อารมณ์ลงก็เรา…แล้วเราล่ะ จะต้องเข้มแข็งแค่ไหน การฝึกตนเองเพื่อไม่ให้เอาอารมณ์ไปอิงใคร (เผลออิงบ้าง ก็เห็นพังทุกที) ก็ไม่ได้แปลว่า เราจะเป็นที่พึ่งทางอารมณ์ให้ใครได้

ใช้ชีวิต

สุดท้ายเลยต้องกันความรู้สึกตนเองออกมาเป็นอิสระหน่อยๆ ไม่หวังอะไรจากใครมากไป และไม่ให้ความหวังกับใครมากไป เพื่อให้ชีวิตช่วงที่ป่วยเป็นมะเร็ง ซึ่งยังต้องรับผิดชอบงานมหาศาล สามารถผ่านไปได้อย่างดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

แล้วยังไงเหรอ การอยู่อย่างเงียบ ๆ เรียบๆ หรืออยู่ไปวันๆ มันน่าเบื่อเกินไปป่ะ NO NO ไม่เอาหรอก

คำตอบคือ “ใช้ชีวิตทุกวัน ให้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต” ราวกับว่า ถ้าทำไม่สำเร็จในวันนี้ พรุ่งนี้เราก็หมดโอกาสแล้ว อิอิ แล้วจะทำไงเหรอ ขั้นตอนของเรา มีดังนี้ค่ะ

  1. มองหาเป้าหมายที่เป็นรูปธรรมในชีวิต ดีกับตนเอง คนรอบข้าง และสังคม เช่น อยากเรียนให้จบ เพื่อไปทำงานช่วยเหลือคน (ดีแก่ตนเอง พ่อแม่ก็เลิฟ คนอื่นก็ได้ประโยชน์) และสำหรับเราคือ การทำนิตยสารสุขภาพให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านที่สุด

คลิกเลข 2 เพื่ออ่านหน้าถัดไป

2. ใช้เวลาส่วนใหญ่ของเราลงมือทำ ด้วยวิธีสมาร์ตๆ และขั้นตอนสมาร์ตๆ หากจำเป็นต้องมีการฝึกฝนตนเองเพิ่มเติม ก็ลงมือฝึกฝนเลย

3. ทบทวน คิดซ้ำ สร้างสรรค์หาหนทางใหม่ๆ เพื่อทำให้ข้อสองไม่น่าเบื่อ

4. จดจ่ออยู่กับความตั้งใจนั้น จากหนังสือ THE POWER OF CONCENTRATION เขียนโดย Theron Q. Dumont กล่าวว่า “หากเราอยู่กับความตั้งใจที่ดี ลมหายใจก็จะผ่านเข้าออกปอดและหัวใจอย่างดี และร่างกายก็จะนำพาออกซิเจนไปใช้ได้ดี เราจะรู้สึกรักตนเองและสิ่งที่กำลังทำอยู่ และนี่คือประโยชน์ของ การจดจ่อ หรือความตั้งใจทำ”

หากทำได้แบบนี้ เราจะมีพลังทุ่มเททำสิ่งต่างๆ ทั้งวัน หากสำเร็จสิ่งหนึ่ง ก็ตั้งเป้าหมายใหม่ แล้วลงมือทำ คิดเสียว่า เมื่อตื่นลืมตา เรายังมีแรง ไม่ป่วย ไม่ใกล้ตาย ก็ขอบคุณชีวิตและโชคชะตา แล้วเริ่มทุ่มเททำสิ่งที่วางแผนไว้ในวันนั้น ราวกับว่าเป็นวันสุดท้ายของชีวิต

แน่นอนว่า ช่วยให้เราลืมเรื่องสุขภาพ เรื่องนั้น เรื่องนี้ คนนั้น คนนี้ ที่จะฉุดอารมณ์เราลงไปสู่ความเศร้า

ทำทุกวัน จิตก็ติดนิสัยสดใส เบิกบาน ขึ้นเรื่อยๆ

พบกันอีกครั้ง วันเสาร์นะคะ

keyboard_arrow_up