TIPS จากหมอคนสวย “แข็งแรง อ่อนเยาว์ เราทำได้”

TIPS จากหมอคนสวย “แข็งแรง อ่อนเยาว์ เราทำได้”

TIPS จากหมอคนสวย “แข็งแรง อ่อนเยาว์ เราทำได้”
TIPS จากหมอคนสวย “แข็งแรง อ่อนเยาว์ เราทำได้”

3 STEP ทำได้ง่ายๆ เพื่อ สุขภาพแข็งแรง

“การที่เราจะบอกคนไข้ว่า ควรหลีกเลี่ยงของทอด ของหวาน ควรกินผักให้ได้วันละ 5 กำมือ กินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน แล้วจะทำให้ สุขภาพแข็งแรง ขึ้น แต่เราเองกลับทำไม่ได้ เท่ากับว่า เรากำลังโกหก”

แพทย์หญิงธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล หรือ หมอผิง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย และนักเขียน เจ้าของพ็อตเก็ตบุ้คสุขภาพมากกว่า 10 เล่ม เอ่ยถึงแนวคิดในการแนะนำผู้ป่วยและแนวคิดของแพทย์ผู้เป็นต้นแบบของวิถีสุขภาพ

TIPS จากหมอคนสวย “แข็งแรง อ่อนเยาว์ เราทำได้”

ฉะนั้น เมื่อคุณหมอผิงกรุยทางว่า ต้องดูแลสุขภาพตัวเองด้วยจึงสามารถแนะนำคนไข้ได้เต็มปาก จึงเป็นที่มาของ  สเต็ปต์ดูแลสุขภาพสไตล์หมอผิงในปักษ์นี้ ซึ่งแน่นอนว่า จะช่วยให้ทุกคน สวย ใส จากภายในสู่ภายนอก เช่นคุณหมอผิงอย่างแน่นอน

STEP 1 ขยันออกกำลังกาย

          คุณหมอผิงเริ่มต้นเช้าวันใหม่ในเวลา 6.00 น.ด้วยการออกกำลังกาย

“เป็นคนตื่นเร็ว เพื่อใช้เวลาสำหรับการออกกำลังกายให้ได้วันละประมาณ 1 ชั่วโมง โดยการวิ่งสายพานหรือบนพื้นราบ เพื่อให้ได้คาร์ดิโอหรือช่วยระบบการทำงานของหัวใจ ส่วนการในช่วงเวลาอื่นๆ ก็จะเล่นเวตเทรนนิ่ง อีกสัปดาห์ละ 3 วัน สลับกับการฝึก พิลาทิส โยคะ มวยไทย แบดมินตัน ตีสคอร์ท หรือช่วงไหนมีเทรนด์ออกกำลังกายใหม่ที่น่าสนใจมาก็จะลองฝึก เป็นเรื่องสนุกและท้าทายสำหรับเรา”

ที่ต้องเลือกออกกำลังกายหลายรูปแบบนั้น นอกจากแก้ความเบื่อแล้ว หมอผิงยังบอกประโยชน์ที่ซ่อนอยู่ไว้ว่า

“ถ้าเราฝึกเฉพาะคาร์ดิโอคือวิ่งและการเล่นเวทเทรนนิ่ง เราจะได้เฉพาะความแข็งแรงของหัวใจและกล้ามเนื้อ แต่จะไม่ได้เรื่องความไวในการเคลื่อนไหว ดังนั้นจึงต้องเลือกตีแบดมินตัน ตีควอว์ทด้วยจึงได้เรื่องการเคลื่อนไหวที่ว่องไว ซึ่งจะลดน้อยลงไปเมื่ออายุมากขึ้น”

STEP 2 ขยันทำอาหารเช้า

          หลังจากออกกำลังกายในตอนเช้าเป็นเวลา 1 ชั่วโมง หมอผิงจะเริ่มต้นทำอาหารเช้ากินเอง

“เราใช้ความรู้ด้านเอนไท เอจิ้ง (Anti –aging)ที่เรียนมา มาดูแลตัวเองด้วย ด้วยการกินข้าวกล้อง เน้นโปรตีนจากเนื้อขาว เช่น เนื้อปลา เลี่ยงเนื้อแดง และจะเพิ่มโปรตีนจากพืช คือ เต้าหู้ขาว ถั่วงอก ผักงอก และเห็ด”

จะเห็นว่าอาหารเช้าส่วนใหญ่ของคุณหมอผิงจะเป็นผัก ผลไม้และธัญพืชเสียเป็นส่วนใหญ่

“หมอชอบเริ่มต้นมื้อเช้าด้วยการกินมังสวิรัติ คือไม่กินเนื้อสัตว์ แต่ยังกินไข่ ซึ่งพอกินมาสักพัก พบว่า เลือดเรามีคุณภาพดีขึ้น แต่ยังมีเหตุผลนอกจากสุขภาพอีก คือ ไปเห็นรถขนสัตว์แล้วรู้สึกสงสาร และยังมีเรื่องของสิ่งแวดล้อมด้วย เพราะการเลี้ยงสัตว์ในระบบอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ต้องใช้พลังงานมาก จะเห็นได้ว่า ขนาดคุณบิลเกตต์ ก็ยังเป็นเวเกตทาเรียนเลย”

นอกจากนี้คุณหมอผิงยังบอกว่า เป็นคนไม่กินขนมหวาน เพราะทำให้รู้สึกเพลียในช่วงบ่าย เนื่องจากทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นๆลงๆ ส่งผลให้มีอาการเพลีย และไม่ดื่มน้ำอัดลม จะดื่มน้ำเปล่าหรือไม่ก็เป็น ชาเขียวร้อน

“การเปลี่ยนมากินอาหารไม่หวาน คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เน้นกินผัก ผลไม้หลากสีซึ่งมีสารแอนติออกซิแดนต์สูง ช่วยให้อาการเพลียและสุขภาพแข็งแรงขึ้นค่ะ”

STEP 3 ขยันเรียนรู้

          ไม่เพียงการดูแลเรื่องออกกำลังกายและอาหาร คุณหมอผิงยังมีวิธีดูแลจิตใจและสมองของตัวเองด้วย

“การออกกำลังกายเป็นวิธีคลายเครียดที่ดีที่สุด ช่วยทำให้สมองโล่ง คิดงานออกทันที แต่ถึงอย่างนั้น หมอก็มีกิจกรรมที่ผ่อนคลายอย่างอื่นทำด้วย เช่น ฟังเพลง  อ่านหนังสือ เขียนหนังสือ มีอยู่ครั้งหนึ่ง หมอไปเรียนเขียนบทภาพยนตร์ การได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆที่แปลกออกไปจากอาชีพที่เราทำอยู่ จะทำให้เราได้พบเจอสิ่งใหม่ๆ ช่วยเติมวิธีคิดของเราให้ต่างไปจากเดิมและทำให้เรากลับมาทำสิ่งเดิมๆได้ดีขึ้น”

การเป็นนักเขียนถือเป็นความฝันของคุณหมออย่างนี้ และทุกวันนี้คุณหมอก็ประสบความสำเร็จตามฝัน มีผลงานเขียนออกมาหลายเล่ม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพ

“เคยมีคนไข้อยู่คนหนึ่งมาหาหมอ ไม่ได้ป่วยเป็นอะไร แต่มาขอบคุณที่ช่วยให้เขาลดน้ำหนักได้ถึง 10 กิโลกรัมเพราะปฏิบัติตามคำแนะนำในหนังสือที่เขียน แค่นี้ หมอก็ถือว่าตัวเองทำตามฝันและได้ใช้ความสามารถของตัวเองทำประโยชน์ให้สังคม แค่นี้ถือว่า ได้ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าแล้ว”

การลงมือปฏิบัติด้วยกายและใจอย่างจริงจัง ทำให้วันนี้คุณหมอผิงสวยเจิด จรัส สมเป็นไอดอลด้านสุขภาพและความงามจริงๆค่ะ

 

 

keyboard_arrow_up