เปลี่ยนนิสัย ปรับความคิด ช่วย สมองไบร์ท

สมองไบร์ท
สมองไบร์ท

สมองไบร์ท

          อารมณ์ความคิดมีผลต่อ สมองไบร์ท มากค่ะ เพราะมีงานวิจัยที่ศึกษาพบว่า เมื่อคนเราจินตนาการถึงเรื่องร้าย และเป็นคนเจ้าอารมณ์ เกรี้ยวกราดเสมอ หรือซึมเศร้าบ่อยๆ สมองส่วนซีรีบรัมและซีรีเบลลัม รวมถึงสมองซีกซ้ายจะยุบตัวลง

ตรงกันข้ามเมื่อเราจินตนาการถึงเรื่องดี ความสุข ความภาคภูมิใจและเป็นคนอารมณ์ดี ใจเย็น รอบคอบ สมองทั้งสามส่วนนั้นก็จะพองตัวขึ้น

คุณหมอเดเนียล จี.เอเมน ผู้เขียนหนังสือ Making a Good Brain Great จึงมีวิธีปรับฮอร์โมนที่มีผลต่ออารมณ์ในสมอง รวมถึงวิธีคิดของสมอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง ซึ่งเรามีคำแนะนำดังนี้

1. อย่าหลงเชื่อความคิดวูบแรก

เมื่อรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัสแรกส่งข้อมูลมาถึงสมอง สมองจะเชื่อมโยงสิ่งทั้งหมดเหล่านี้เข้ากับประสบการณ์เดิมที่เคยเกิด เราจึงรู้สึกกับบางสถานการณ์หรือเรื่องราวตรงหน้ามากหรือน้อยเกินไป ซึ่งล้วนแล้วแต่ก่อความเข้าใจผิดได้ทั้งสิ้น

คุณหมอเอเมนกล่าวว่า ทางที่ดีที่สุด เราควรซักถามหาเหตุผลของสถานการณ์หรือเรื่องราวที่เพิ่งเกิดใหม่หมาด เพื่อบันทึกไว้เป็นข้อมูลในเชิงเหตุผลที่ถูกต้อง มากกว่าอารมณ์ความรู้สึก

2. เชื่อความคิดของเรามีพลังพิเศษ

          เมื่อเราคิดแต่ละครั้ง สมองจะปล่อยสารเคมีบางอย่างออกมา เช่น ถ้าคิดในเชิงบวก เป็นเรื่องสุข เป็นความหวัง สมองจะปล่อยสารเคมีที่ทำให้เรารู้สึกดี และระบบการทำงานของสมองก็จะมีประสิทธิภาพ ตรงกันข้าม ถ้าคิดในทางลบ เป็นเรื่องผิดหวัง โศกเศร้าเสียใจ สมองจะปล่อยสารเคมีที่ทำให้อารมณ์เราบูดเน่า ย่ำแย่ และระบบการทำงานของสมองก็พานรวน

ฉะนั้น ลองชี้ทิศทางให้สมองขับเคลื่อนไปด้วยพลังบวกจะดีกว่า

3. ทันทีที่บังเกิดความคิดลบ ความสุขก็หมดลงโดยพลัน

ผู้คนจำนวนหนึ่งต้องทนทรมานกับความกดดัน กระวนกระวายใจและวิตกกังวลอย่างหนัก นั่นเป็นเพราะเขาป่วยด้วยอาการ Automatic Negative Thoughts หรือ ANTs คนกลุ่มนี้มักตั้งใจและจดจ่ออยู่กับแง่มุมด้านลบของสถานการณ์หรือเรื่องราวที่เกิดขึ้น และความคิดแบบนี้มักจะดูดพลังชีวิตไปจากสมอง

ถ้าใครมีอาการแบบนี้ ต้องพยายามพาตัวเองขึ้นมาจากกับดักหลุมดำในจิตใจที่ขุดไว้เอง โดยวิธีง่ายๆคือ ทันทีที่ความรู้สึกด้านลบบังเกิด รีบจรดดินสอปากกาเขียนสิ่งที่อยู่ในความคิด

คุณจะพบความคิดไร้เหตุผลมากมายกำลังจู่โจมทำร้าย จากนั้นก็ใช้ความคิดบวกเข้ามาแทนที่และเยียวยาจิตใจตนเอง คุณหมอเอเมนกล่าวว่า “จงทำลาย ANTs เปลี่ยนสมองกันเถอะ”

4. ลองหลอกตัวเองบ้าง

ทันทีที่สมองคิดในเชิงคาดหวัง สถานการณ์หรือเรื่องราวก็อาจเกิดขึ้นจริง โดยหากสมองคิดลบ สถานการณ์หรือเรื่องราวในทางลบก็เป็นจริง ตรงกันข้าม หาดสมองคิดบวก สถานการณ์หรือเรื่องราวในทางบวกก็เกิดขึ้น

ในทางการแพทย์พบว่า การสร้างความคาดหวังและความหวังคือเครื่องมือสำคัญในการบำบัดผู้ป่วย มีพลังถึงหนึ่งในสี่หรือสองในสามของการใช้มอร์ฟีนบำบัดอาการปวด และมีผู้ป่วยถึงหนึ่งในสามที่ใช้ความคิดหลอกแล้วได้ผล นั่นเป็นเพราะความคิดหลอกสามารถเปลี่ยนปฏิกิริยาและสารเคมีในร่างกายจากตัวร้ายกลายเป็นตัวดีได้จริง

เมื่อร่างกายสบายขึ้น ระบบการทำงานของสมองก็เปลี่ยนไปในทางดี

5. สั่งสมองปรับนิสัย เพื่อให้สมหวัง

เราใช้สมองส่วนคอร์เท็กซ์เมื่อต้องวางแผนชีวิต โดยสมองส่วนนี้จะทำหน้าที่ในการหาข้อมูลและวิธีการ เพื่อให้แผนที่วางไว้สำเร็จลุล่วงได้ ฉะนั้นการตั้งเป้าหมายในชีวิตแล้วปรับเปลี่ยนนิสัยเพื่อให้ได้มา จึงเป็นเรื่องที่ทำได้จริง

เมื่อสมองคิดอย่างไร สถานการณ์หรือเรื่องราวนั้นก็เกิดขึ้นได้

เมื่อความคิดสามารถกำหนดคุณภาพสมองได้ จึงควรคิดในสิ่งดี ก่ออารมณ์เบิกบาน สดชื่น เพื่อให้เรามีคุณภาพสมองที่ดีตลอดไป

ข้อมูลจาก : นิตยสารชีวจิต คอลัมน์ เรื่องพิเศษ ฉบับ 295

keyboard_arrow_up