มือและเล็บ ดูแล ความชรา

ทิปส์ดูแล มือและเล็บ ตัวฟ้องว่าความชราจะมาเยือน

มือและเล็บ ดูแล ความชรา
มือและเล็บ ดูแล ความชรา

มือและเล็บ ฟ้องความชราได้ดีกว่าใบหน้า?

ไม่ใช่แค่ผิวใบหน้าเท่านั้นนะคะที่บอกอายุ มือและเล็บ นี่แหละ ตัวฟ้องวัยดีนักแหละ และถ้าเราปล่อยปละละเลย ไม่ดูแลให้ดี ๆ ปล่อยให้หมองคล้ำดำกร้าน จะดูแก่กว่าวัยได้ด้วย มารู้วิธีดูแลส่วนนี้ให้สวยงามอยู่เสมอกันนะ

 

ทำไมมือกร้าน?

ผิวมือบอบบางกว่าผิวหน้า เพราะไม่มีชั้นไขมันรองรับ สังเกตไหมว่า มักจะมองเห็นเส้นเลือดใต้ผิวชัดเจน แต่บางคนอาจเกิดจากผิวแห้งเป็นทุนเดิม และยังสัมผัสพื้นผิวหยาบขรุขระบ่อย ๆ ทำให้ผิวอ่อนนุ่มแปรสภาพเป็นหยาบกร้าน อาการมือสากอาจเกิดกับคนผิวแพ้ง่ายที่มักเป็นขุย ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นจนแห้งแตก

 

ดูแลมือนุ้มนุ่มด้วยตัวเอง

  1. อย่าล้างมือบ่อยเกินจำเป็น เพราะจะทำให้มือเสียความชุ่มชื้น
  2. ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างมือสูตรที่ช่วยคืนความชุ่มชื้น สบู่หยาบ ๆ จะทำให้ผิวแห้ง เกิดอาการระคายเคือง และผิวร่วงโรยก่อนวัยได้
  3. ทาโลชั่นทุกครั้งหลังล้างมือ ควรทาขณะที่ผิวยังชื้นอยู่ เพื่อกักเก็บความชุ่มชื่น
  4. ทาครีมกันแดดเป็นประจำเวลาจะออกนอกบ้าน ถ้าหาได้ ควรสวมถุงมือผ้าฝ้ายกันไว้อีกชั้นขณะขับรถ
  5. สครับขัดผิวมือเป็นประจำทุกสัปดาห์ ขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป
  6. ทาโลชั่น หรือครีมทามือบ่อย ๆ ใช้วาสลีนหรือปิโตรเลียมเจลลี่แทนก็ได้

 

ทำไมเล็บฉีก – เล็บเปราะ?

ร่างกายขาดสารอาหารประเภทวิตามิน โปรตีน และธาตุเหล็ก นอกจากนั้น อาจเกิดจากสารบางอย่างในผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน ทำให้เล็บไม่แข็งแรง เปราะบาง อาการเล็บเปราะหักง่าย สามารถแก้ไขได้โดยกินอาหารที่อุดมด้วย

  • แคลเซียม อย่างปลาเล็กปลาน้อย ธัญพืชไม่ขัดขาว ถั่วเปลือกแข็ง และกะหล่ำสีเขียว ถ้าได้รับแคลเซียมที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย ช่วยให้เล็บแข็งแรงขึ้น
  • วิตามินเอ ช่วยบำรุงผิว และเสริมภูมิต้านทานได้อย่างดี มีในปลาที่มีไขมันมาก ถั่วฝัก แครอท
  • ธาตุเหล็ก สำคัญต่อโครงสร้าง และการทำงานของเยื่อบุผิว หากขาดธาตุเหล็ก อาจทำให้เล็บเปราะบาง อาหารที่มีธาตุเหล็ก เช่น ธัญพืชไม่ขัดขาว ถั่วต่าง ๆ สาหร่ายทะเล
  • วิตามิน H หรือ ไบโอติน (Biotin) ได้แก่ ปลาเนื้อขาว น้ำมันปลา ข้าวกล้อง ข้าวโพด รำข้าวสาลี ผักต่าง ๆ โดยเฉพาะดอกกะหล่ำ กะหล่ำปลี เห็ด แครอท ไบโอตินช่วยเสริมสุขภาพเส้นผม และเล็บให้แข็งแรง

 

มาดูแลเล็บกันดีกว่า

  • ล้างมือ และเล็บด้วยน้ำสบู่อุ่น ๆ ใช้แปรงสีฟันนุ่มๆ ขัดตามซอกเล็บเบา ๆ ล้างออกด้วยน้ำสะอาด ชโลมครีมบำรุงเพิ่มความชุ่มชื้น
  • ตัดแต่งเล็บให้โค้งมนไปตามนิ้วมือ ไม่ควรตัดสั้นชิดเนื้อมากเกินไป และไม่ควรใช้อะไรก็ตามงัดขอบเล็บ จมูกเล็บ เพราะอาจเกิดบาดแผล และอักเสบได้
  • ตัดเล็บหลังจากอาบน้ำ หรือล้างจาน เล็บจะอ่อนนุ่ม ตัดแต่งง่าย หรือแช่น้ำอุ่นสัก 5 นาทีก่อนตัด
  • ตะไบเล็บไปในทิศทางเดียว ไม่ควรถูกลับไปกลับมา เพราะจะทำใหเล็บเป็นเสี้ยนคม หรือฉีก ควรตะไบจากขอบเล็บเข้าหาปลายล็บเสมอ
  • เลือกสีทาเล็บที่มีคุณภาพ และถนอมเล็บ เลี่ยงผลิตภัณฑ์ทาเล็บชนิดแห้งเร็ว ที่มีส่วนผสมของอะซิโทน เพราะดึงความชุ่มชื้นไปจากเล็บ
  • ใช้น้ำยาเคลือบเล็บชนิดใสทาก่อนลงสี ช่วยไม่ให้เล็บเสียความชุ่มชื้น และลดการสัมผัสกับสีทาเล็บโดยตรง ซึ่งอาจทำให้เล็บเหลืองง่าย หลังจากนั้น เคลือบทับด้วยน้ำยาชนิดใสอีกครั้ง ช่วยให้สีติดทนยิ่งขึ้น
  • อย่าเปลี่ยนสีเล็บบ่อย เกินกว่าสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพราะทำให้ต้องล้างเล็บมากขึ้น และน้ำยาล้างเล็บจะกัดหน้าเล็บให้กร่อนเป็นหลุม หรือขุย
  • ควรมีเวลาให้เล็บว่างเว้น จากการทาสี เพื่อให้พักได้พักฟื้นคืนสภาพ และยังเป็นโอกาสให้ได้สังเกตความผิดปกติต่าง ๆ
keyboard_arrow_up