สู้เบาหวาน

ประสบการณ์สู้เบาหวาน แบบสดใส-อ่อนวัย ในวัย 74 ปี

สู้เบาหวาน
สู้เบาหวาน

การมีอายุยืนยาว เป็นสิ่งที่หลายคนปรารถนา ยิ่งคงความอ่อนเยาว์ และมีสุขภาพที่แข็งแรงปราศจากโรคด้วยแล้ว ถือเป็นลาภอันประเสริฐก็ว่าได้

คุณแดง-ดวงใจ เทพานนท์ ประจักษ์ถึงความจริงข้อนี้เป็นอย่างดี เมื่อเธอพยายามต่อสู้กับโรคเบาหวานตลอดระยะเวลาหลายปี ด้วยการหันมาดูแลสุขภาพกายใจอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง จนกระทั่งปัจจุบันนี้ เธอกลายเป็นสาววัย 74 ยังแจ๋วที่นอกจากสุขภาพจะเลิศแล้ว ยังฉลาด หุ่นดี อ่อนเยาว์ อายุยืน และมีความสุข อีกด้วยค่ะ

หมางเมินสุขภาพ ทำน้ำตาลในเลือดสูงปรี๊ด

คุณแดงเท้าความให้เราฟังว่า เมื่อหลายปีก่อนเธอใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แม้จะไม่ใช่สาวเฮลท์ตี้ตัวยง เพราะเกียจคร้านการออกกำลังกายอยู่บ้าง แต่ก็หมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีด้วยความไม่ประมาท ซึ่งผลตรวจออกมาทีไรก็ปลอดภัยหายห่วง จนกระทั่ง…

“9 ปีที่แล้ว ตอนนั้นอายุได้ 60 กว่าๆ ฉันกลับมาปลูกบ้านที่เมืองไทย ทำให้ต้องเดินทางไปๆ มาๆ ระหว่างสองประเทศ จึงไม่ค่อยมีเวลาดูแลสุขภาพเท่าที่ควร แถมอาหารและขนมไทยส่วนใหญ่มีรสชาติค่อนข้างหวาน เราก็เผลอตามใจปาก กิน กิน กิน แล้วก็กินแหลกลาญ หรือที่เขาเรียกว่ากินไม่เลือก

“คราวนี้พอมาตรวจสุขภาพอีกที ปรากฏว่าระดับน้ำตาลในเลือดสูงปรี๊ดเกือบ 300 มิลลิกรัมต่อเดซิลิต แปลว่าเบาหวานถามหาเข้าให้แล้ว”

เมื่อรู้ว่าร่างกายที่เคยแข็งแรง กำลังถูกโรคภัยคุกคาม คุณแดงจึงตัดสินใจรีบเข้ารับการรักษากับคุณหมอเฉพาะทาง ซึ่งคุณหมอแนะนำให้กินยาเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ซึ่งเธอเลือกที่จะปฏิเสธการรักษาด้วยวิธีดังกล่าว

“ฉันบอกคุณหมอว่า ยังไม่กินยาได้ไหม ขอดูแลตัวเองก่อน แล้วก็ตัดสินใจปรับเปลี่ยนตัวเองทันที งดอาหาร ขนมหวานทุกอย่างที่จะทำให้น้ำตาลขึ้น หันมาเดินออกกำลังกายบ้าง แต่ไม่ได้ทำสม่ำเสมอ ตอนนั้นใครแนะนำสมุนไพรอะไรก็กิน ลองผิดลองถูกมาหมดทุกอย่าง”

หนูทดลอง กินสารพัดยา รักษาสารพัดที่

คุณแดงกล่าวเปรียบเทียบตัวเองในวันนั้นว่า เป็นเหมือน “หนูลองยา” ที่ยังคงกินสมุนไพรและอาหารเสริมทุกอย่างที่เขาว่าดี ไปทุกที่ที่เขาว่ารักษาหาย และยังคงยืนหยัดที่จะไม่กินยาตามที่คุณหมอแนะนำ

“ฉันปฏิเสธไม่รับยานาน 3 ปี ระดับน้ำตาลในเลือดก็ขึ้นๆ ลงๆ จนคุณหมอโน้มน้าวให้กินยา…หลายครั้งเข้า ก็เริ่มใจอ่อน เอ้า! กินก็กิน แต่พอกินยาเท่านั้นแหละ ที่เคยดูแลตัวเอง มันก็หย่อนไป อะไรที่เคยงด ไม่กิน ก็เริ่มกินทีละนิด เลือกสรรน้อยลง ตามใจปากมากขึ้น เพราะหวังพึ่งยาเพียงอย่างเดียว”

เมื่อหมางเมินการดูแลสุขภาพเช่นนั้น ภาระหนักจึงตกไปอยู่ที่คุณหมอและยาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มิหนำซ้ำคุณแดงยังได้โรคใหม่เป็นของแถมเพิ่มอีกหนึ่งโรค

“นานวันเข้า ระดับน้ำตาลในเลือดของฉันที่เคยลดลงก็เพิ่มสูงขึ้น คุณหมอก็เลยต้องเพิ่มยา จากที่กินตอนเช้าแค่หนึ่งเม็ด ก็กลายเป็นต้องกินตอนเย็นด้วย ปรับยาอยู่เรื่อยๆ อย่างนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า

“จนอยู่มาวันหนึ่ง ฉันตื่นนอนตอนเช้า แล้วรู้สึกไม่สบายตัว มึนตื้อไปหมด เหมือนเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ พอวัดความดันและคุณหมอตรวจเช็คอาการเพิ่มเติม ถึงได้รู้ว่าเราป่วยเป็นความดันโลหิตสูง โรคพี่น้องของเบาหวานเขาล่ะ คราวนี้ก็เลยได้ยากลับมากินที่บ้านอีกขนานใหญ่”

สู้เบาหวานกินอาหารเป็นยา ชนะเบาหวาน ช่วยอ่อนเยาว์

          เพราะตระหนักดีว่า การกินยาในปริมาณมากไปย่อมไม่เป็นผลดีต่อร่างกายนัก และไม่ใช่ทางออกในการเอาชนะโรคภัยที่ยั่งยืน คุณแดงจึงตัดสินใจปรับเปลี่ยนวิถีการกินอยู่ในชีวิตประจำวันครั้งใหญ่ โดยมีเป้าหมายว่า “สักวันฉันจะเอาชนะเบาหวานให้ได้โดยไม่ต้องกินยา”

นับจากนั้น ปฏิบัติการทวงคืนสุขภาพที่ดีไม่มีโรคของเธอก็เริ่มขึ้น

“You are what you eat คือสิ่งที่ฉันเชื่อและเตือนตัวเองอยู่เสมอ ฉะนั้นทุกวันนี้ฉันจะให้ความสำคัญกับอาหารการกินมากที่สุด สิ่งที่ทำร้ายสุขภาพก็โละทิ้ง สิ่งที่เป็นประโยชน์ก็หมั่นกิน โดยตื่นเช้าจะกินน้ำเปล่าก่อน 2 แก้ว

“อาหารในแต่ละมื้อจะพยายามไม่ใช้น้ำมัน และไม่ใส่น้ำตาลเลย เรียกว่าน้ำตาลเป็นสิ่งที่หาได้ยากที่สุดในบ้านแล้ว (หัวเราะ)”

คุณแดงยังบอกอีกด้วยว่าเมนูขาประจำที่ไม่เคยขาดไปจากโต๊ะอาหารของเธอเลยก็คือ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ และผักปลอดสารพิษลวก เช่น บลอกโคลี ถั่วลันเตา หรือไม่ก็ผักสดนานาชนิดจิ้มกินกับน้ำพริก ส่วนเมนูต้องห้ามก็คือ เครื่องดื่มและขนมหวานสารพัดชนิด รวมถึงเนื้อสัตว์ชนิดต่างๆ ยกเว้นปลา

“ระหว่างวัน ถ้าหิวก็จะกินถั่ว ท่องเอาไว้เลยค่ะว่า หิวเมื่อไหร่ให้กิน ถั่วอะไรก็ได้ไม่ว่าจะเป็นอัลมอนด์ ถั่วลิสงต้ม หรือแม้แต่ถั่วอบสำเร็จรูปที่ขายตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป เพราะมีน้ำตาลน้อยมาก และมีใยอาหารช่วยให้อิ่มท้อง

“สำหรับคนสูงอายุเรื่องระบบขับถ่ายก็เป็นสิ่งสำคัญ ฉันจะกินมะละกอทุกวัน เพราะเป็นยาระบายธรรมชาติอย่างอ่อนๆ มีสารแอนติออกซิแดนท์และวิตามินสูง แถมยังช่วยชะลอวัยได้ด้วยนะ”

ในแต่ละวัน นอกจากคุณแดงจะพิถีพิถันเรื่องการกินแล้ว เธอก็ไม่ลืมที่จะออกกำลังกาย เพื่อใช้เป็น “ยาวิเศษ” ในการสยบเบาหวานด้วยเช่นกัน

“ทุกเย็นฉันจะไปเดินออกกำลังกายที่สวนสาธารณะวันละครึ่งชั่วโมง หรือถ้าวันไหนเบื่อไม่อยากออกไปไหน ก็จะว่ายน้ำ เล่นฟิตเนสในบ้าน โดยตั้งเป้าไว้ว่าสัปดาห์หนึ่งต้องออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อย 5 วัน ไม่เช่นนั้นจะถือว่าทำภารกิจพิชิตเบาหวานไม่สำเร็จค่ะ (หัวเราะ)”

เพราะใส่ใจสุขภาพมากขนาดนี้ ปัจจุบันระดับน้ำตาลในเลือดของคุณแดงจึงอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ และเธอยังได้ของแถมเป็นความสดใสอ่อนเยาว์ ที่ใครเห็นก็ต้องทักเป็นเสียงเดียวกันว่า “74 ยังแจ๋วจริงๆ”

———————-

4 คาถาพาอ่อนเยาว์ แบบฉบับคุณแดง

          1.ไม่อิจฉาริษยาใคร ทำจิตใจให้เป็นสุข

2.ฝึกโยคะ หรือทำกายบริหารง่ายๆ บนเตียงหลังตื่นนอนตอนเช้าประมาณ 20-30 นาที

3.นวดหน้า นวดศีรษะกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตเป็นประจำ

4.เล่นเกมอักษรไขว้ฝึกสมองก่อนนอน

เรื่องโดย ธัญชนิต จากนิตยสารชีวจิต ฉบับที่ 425

keyboard_arrow_up