9 เทคนิคสยบ รังแคใบหน้า

รังแคใบหน้า ป้องกัน รักษา
รังแคใบหน้า ป้องกัน รักษา

รังแคใบหน้า สยบได้ด้วยวิธีสุดอีซี่

ถ้าคุณสังเกตว่า ตัวเองมีผื่นแดง ลอกเป็นขุย ๆ ตามข้างจมูก หัวคิ้ว และไรผม แถมมีอาการคัน ให้รู้ไว้เลยว่า นี่เป็นอาการของโรค รังแคใบหน้า (Seborrheic Dermatitis) ซึ่งพบว่าคนไทยเป็นโรคนี้เยอะมาก บางคนอาการหนัก และเป็นบ่อยจนรบกวนชีวิตประจำวัน การรู้จักวิธีป้องกันเพื่อไม่ให้อาการกำเริบ จะทำให้เราใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น ดังวิธีต่อไปนี้

  • เลี่ยงภาวะเครียดทุกกรณี ควรทำจิตใจให้สบาย ไม่เคร่งเครียดกับการงาน หรือสิ่งที่เข้ามากระทบจิตใจ
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการนอนหลับเป็นสิ่งสำคัญมาก ที่ทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายแข็งแรง ถ้าภูมิคุ้มกันในร่างกายอ่อนแอลง อาการจะยิ่งกำเริบ จึงต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่นอนดึก และนอนให้ได้อย่างน้อยวันละ 7 – 9 ชั่วโมง
  • ไม่หมกมุ่นกับการเล่นเกม ยุคนี้เป็นยุคของคอมพิวเตอร์ และสมาร์ทโฟน (Smartphone) จึงมีคนติดเกมมากขึ้น ไม่เฉพาะเด็กเท่านั้น แต่ผู้ใหญ่ทั้งผู้หญิง และผู้ชายก็มีไม่น้อย แม้บางคนอาจจะบอกว่า การเล่นเกมช่วยให้คลายความเครียด แต่จริง ๆ แล้ว ถ้าเราหมกมุ่นเล่นเกมมากเกินไป จะก่อให้เกิดความเครียดมากกว่า และอาจทำให้โรคกำเริบได้
  • หลีกเลี่ยงแสงแดด แสงแดดเป็นปัจจัยหนึ่งที่กระตุ้นให้โรครังแคใบหน้ากำเริบได้ ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด และทาครีมกันแดดทุกวัน
  • ไม่ล้างหน้าบ่อยเกินไป ควรล้างหน้าเพียงวันละ 2 ครั้ง ก็เพียงพอแล้ว โดยใช้สบู่ที่อ่อนโยนต่อผิวมาก ๆ ไม่ควรใช้สบู่ฆ่าเชื้อ หรือสบู่ลดความมัน เพราะจะทำให้ผิวยิ่งแห้งตกสะเก็ด และเห่ออักเสบขึ้นได้
  • งดการสูบบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพราะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผื่นชนิดนี้กำเริบได้
  • หลีกเลี่ยงอาหารบางชนิด เช่น ไข่ หรืออาหารรสเผ็ดจัด เพราะเป็นสาเหตุหนึ่งที่กระตุ้นให้อาการกำเริบได้
  • ควรกินอาหารที่มีธาตุสังกะสี เช่น หอยนางรม ถั่วลิสง และเมล็ดฟักทอง เป็นต้น เพราะเป็นอาหารที่ช่วยลดอาการรังแคใบหน้า
  • ควรกินอาหารที่มีโอเมก้า – 3 และโอเมก้า – 6 ได้แก่ เนื้อปลา และน้ำมันพืช (ยกเว้นน้ำมันปาล์ม และน้ำมันมะพร้าว) เพราะช่วยลดการอักเสบ และผิวแห้งเป็นขุยได้

ปัจจุบันคนในสังคมมีความเคร่งเครียดมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยก่อโรคหลาย ๆ ชนิด ไม่เฉพาะโรครังแคใบหน้าเท่านั้น ดังนั้น อย่าทำงานเคร่งเครียดจนลืมดูแลตัวเอง ควรหาเวลาผ่อนคลายความเครียด และออกกำลังกายเป็นประจำด้วยนะคะ

 

ข้อมูลจาก  นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์

keyboard_arrow_up