ไต้หวัน ฉันมาแล้ว

What’s up Taiwan

คุณกาละแมร์ – พัชรศรี คอลัมนิสต์คนเก่ง เดินทางไปไต้หวันมาค่ะ จึงเป็นที่มาของ “ไต้หวัน ฉันมาแล้ว” ตอนนี้ …จะสนุกและมันส์หยดอย่างไร ไปติดตามกัน

มีคนเคยบอกว่า ไต้หวันคือประเทศที่ หากเริ่มเดินทางไปไกลบ้าน ควรมาที่นี่เป็นที่แรกๆ ใช่ค่ะ ในฉบับนี้ยังหนีไม่พ้นซีรีย์ท่องเที่ยวของแมร์ ซึ่งเก็บเรื่องราวมาเล่าตามฉบับสาวนักชิม แต่สุขภาพเลิศนะขอบอก มาดูกันว่า บรรดาของกินละลานตาในวอล์กกิ้งสตรีท จะทำอะไรฉันได้ไหม

เมนูนับร้อย ต้องคอยดึงสติ

พูดถึงไต้หวัน แน่นอนค่ะว่าสิ่งแรกๆ ที่หลายคนนึกถึงคือบรรดาของกินนับไม่ถ้วนบนถนนคนเดินตอนกลางคืนของที่นั่น ขอบอกว่ามันเยอะจริงๆ เยอะไปหมด ครีเอทกันสุดๆ ถ้าคุณขาดสติบนถนนเส้นนี้ รับรองได้พลังงานเกินมาไม่ต่ำกว่าสามสี่พันแคลอรี่แน่นอน

อย่างที่รู้กันว่าซิกเนเจอร์ของประเทศนี้คือ ชาไข่มุก แต่ช้าก่อนค่ะคุณขา ความครีเอทมันอยู่ตรงที่เขามีตัวเลือกให้เรามิกซ์ตามใจชอบเลย ว่าอยากได้ชาอะไร ใส่นมไหม ระดับความหวานแค่ไหน กินกับอะไร ผลไม้ชนิดไหน ให้เลือกแม้กระทั่งปริมาณน้ำแข็ง คือสั่งเสร็จ เหมือนได้ชาแก้วพิเศษในแบบของเราเลยล่ะ

ส่วนกาละแมร์น่ะหรือ ง่ายๆ ค่ะ สั่งชาไม่หวาน มิกซ์กับผลไม้ตามเรื่องตามราว อยู่ได้ รอดไปอีกหนึ่งเมนู โดยเฉพาะชานี่ดื่มได้เรื่อยๆ ที่เห็นมีชื่อเสียงและนิยมกันมากที่นี่คือ ชาอู่หลง ซึ่งแมร์ชอบดื่มมากค่ะ ดื่มร้อนๆ ช่วยให้ชุ่มคอดีด้วย ตอนไปเที่ยวก็ชอบไปนั่งตามร้านน้ำชา ฟังเรื่องราวความเป็นมาของชาแต่ละเจ้า สนุกดี

ของกินอื่นๆ ก็มีมากมายค่ะ ทั้งไส้กรอก หมูย่างห่อด้วยข้าวเหนียว ไก่ทอดไซส์ยักษ์ที่โด่งดัง เต้าหู้เหม็น และอีกสารพัดเมนูชวนให้อ้วน ซึ่งเราอาศัยข้อดีของการไปกับเพื่อนๆ คือหารกันซื้อแล้วชิมนิดๆ หน่อยๆ ให้เพื่อนๆ ช่วยจัดการต่อได้ ไม่ต้องตะบี้ตะบันกินมันให้หมดทุกอย่าง ท่องวลีที่แมร์สอนแทบทุกตอนเอาไว้ค่ะ ชิมพอรู้เรื่อง

สติมารับรองความตะกละมันจะลดลง อย่าปล่อยไหลเด็ดขาดเชียว ไม่งั้นได้กลุ้มเรื่องน้ำหนักเพิ่มกันยาวแน่ๆ สรุปแล้วทริปนี้ทำอะไรแมร์ไม่ได้ เพราะแข็งแกร่งมาก อิอิ

ประสบการณ์สุขภาพใหม่ๆ

ไม่ต่างจากญี่ปุ่น ไต้หวันเป็นประเทศที่ผู้คนนิยมใช้จักรยานและขนส่งสาธารณะมาก เพราะที่นั่นเขาพัฒนาให้สะดวกสบายเรียบร้อย ชีวิตความเป็นอยู่ดีไม่แพ้กันค่ะ

อีกเรื่องที่น่าสนใจคือภาครัฐมีนโยบายรณรงค์ให้ประชาชนของเขาออกกำลังกายกันด้วยนะ ด้วยวิธีแยบยลสุดๆ คือการลดภาษีเครื่องกีฬา แล้วจะรออะไรล่ะคะ แมร์ก็สายฟิตเฟิร์มอยู่แล้ว ไปไต้หวันก็ช็อปเพลินเลยสิ เสื้อผ้า รองเท้ากีฬา ถูกกว่าบ้านเรามาก ใครที่ไปไต้หวัน แนะนำให้ไปซื้อจากที่นั่นได้เลย รับรองว่าคุ้มจริง

พอได้ชุดกีฬามาใหม่ ตามประสาคนขี้เห่อ ขอใส่เสียหน่อยแล้วกัน แมร์ก็ตื่นแต่เช้า ตรงดิ่งมาที่สวนสาธารณะที่ไม่ไกลจากที่พัก ขอมาออกกำลังกายกับคนไต้หวันเก็บประสบการณ์ไว้ไปเล่าให้เพื่อนๆ ฟัง และเมื่อไปถึง ก็เจอผู้สูงอายุหลายคนทั้งหญิงชาย เดินออกกำลังกายตามเรื่องตามราว

แต่ที่สะดุดตาที่สุดคือ ในสวนสาธารณะมีลานหินมนๆ เป็นก้อนๆ กระจายทั่วลาน ระยะทางประมาณ 50-100 เมตร ซึ่งเห็นอาม่า อากงเดินกันชิวๆ มีหรือจะยอม เราก็ลองบ้างสิคะ ถอดรองเท้าลองเดินเลย ก้าวแรกเท่านั้นล่ะ ความเจ็บแล่นแปล๊บจนต้องชะงัก แต่ก็ฝืนเดินนะ ท่าเดินตอนนั้นถ้าใครได้เห็นคงตลกมาก สีหน้าเราก็แย่พอกัน จนอาม่าคนหนึ่งแกหันมามองด้วยความเห็นใจ

ที่หนักกว่าคือ ลานหินนั้นเมื่อหลวมตัวเดินเข้ามาแล้วกว่าจะไปถึงม้านั่งอีกฝั่งให้พักเท้านี่ไกลใช่เล่น ทำไงได้ล่ะคะ ก็ฝืนเดินเก้ๆ กังๆ ไปนั่นแหละ จนรู้สึกยอมใจบรรดาผู้สูงวัยที่อยู่รอบๆ เลยทีเดียว พวกเขาต้องฝึกเดินอย่างนี้นานแค่ไหนถึงจะรู้สึกชิน และไม่เจ็บปวดหน้าบิดเบี้ยวแบบเรากันนะ

พอผ่านเหตุการณ์นั้นมาได้ก็รู้สึกว่า เอ้อ มันก็เป็นอีกหนึ่งวิธีดูแลสุขภาพในแบบของคนไต้หวันที่ดูเหมือนจะง่าย แต่ก็ไม่ได้ง่ายเลยนะ เลยต้องมาเขียนเล่าวีรกรรมให้ผู้อ่านฟังนี่ล่ะค่ะ

สำหรับไต้หวันแมร์จะกลับมาอีกแน่ๆ ค่ะ เพราะยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอีกมากมายให้ไปชม ลองมากันนะคะแล้วคุณจะรู้ว่าไต้หวันคือมินิเจแปนจริงๆ ค่ะ

 

ข้อมูลเรื่อง “ไต้หวัน ฉันมาแล้ว” จากคอลัมน์ Clean Food Clean Life นิตยสารชีวจิต ฉบับที่ 419

keyboard_arrow_up