อาหารขยะ,อาหารก่อมะเร็ง

5 อาหารก่อมะเร็ง ที่ควรเลิกกินได้แล้ว (ถ้าทำได้)

อาหารขยะ,อาหารก่อมะเร็ง
อาหารขยะ,อาหารก่อมะเร็ง

อาหารก่อโรคมะเร็ง ที่ควรเลิกกินให้เร็วที่สุด

เชื่อว่าหลายคนคงพอมีข้อมูล หรือพอจะรู้คร่าวๆ แล้วล่ะ ว่า อาหารก่อโรคมะเร็ง มีอะไรบ้าง วันนี้ผู้เขียนมานำเสนอให้ชัดขึ้น จะได้ยึดเป็นธงเลยว่า เจ้าสิ่งต่างๆ เหล่านี้ กินต่อไปก็ไม่เกิดประโยชน์ แถมก่อโทษอีกด้วย

อาหารที่มีโภชนาการต่ำ

ในการศึกษาวิจัย(กับคนจำนวนมาก ประมาณ 471,495 คน) ของ French National Institute for Health and Medical Research พบว่า คนที่กินอาหารโภชนาการต่ำ มีความเสียงสูงที่จะเป็นมะเร็ง

ลึกลงไปหน่อย ผู้ชายจะมีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มะเร็งทางเดินหายใจส่วนบน และมะเร็งกระเพาะอาหาร  พอๆ กับมะเร็งปอด ส่วนผู้หญิงจะเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งตับ และมะเร็งเต้านมในวัยหมดประจำเดือน

ของหวาน,น้ำตาล

แล้วอะไรล่ะ ที่เรียกว่า “อาหารโภชนาการต่ำ” เอาง่ายๆ ก็อาหารที่ไม่ค่อยสุขภาพทั้งหลาย ให้พลังงานสูงมาก แต่คุณค่าทางสารอาหารต่ำมาก เช่น ขนมขบเคี้ยว ของหวานที่มีน้ำตาลขัดขาวเป็นส่วนประกอบ อาหารที่มีไขมันทรานส์มากๆ ก็รวมอยู่ด้วย ทั้งนี้ พวกเครื่องดื่มหวานๆ ก็มีสิ่งเหล่านี้ผสมอยู่มากเช่นเดียวกัน

เนื้อสัตว์ที่ผ่านกระบวนการ

จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า เนื้อสัตว์ผ่านกระบวนการ เช่น ฮอทดอก แฮม เบคอน ไส้กรอก ซาลามี่ มี่ส่วนเกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งทั้งสิ้น
ไส้กรอก,แฮม
ทั้ง American Cancer Society (ACS) และ American Institutes for Cancer Research (AICR) ต่างแนะนำให้จำกัดการบริโภคเนื้อที่ผ่านกระบวนการ พร้อมทั้งระบุว่า การกินเนื้อเหล่านี้เพียง 1-2 ออนซ์ต่อวัน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมและมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักได้

เนื้อแดง

เป็นอีกหนึ่งข้อมูลจาก WHO ที่ระบุว่าเนื้อแดงอย่างเนื้อวัว เนื้อแกะ เนื้อหมู มีแนวโน้มจะก่อให้เกิดโรคมะเร็ง แม้ผลการศึกษายังไม่เป็นที่เข้าใจอย่างแน่ชัด แต่การศึกษาก็พบว่ามีความเชื่อมโยงของการกินเนื้อแดงและโรคมะเร็งตับอ่อนและมะเร็งต่อมลูกหมาก แต่ก็นั่นล่ะ เนื้อแดงลีนๆ (ไม่มีไขมัน) ก็ยังเป็นแหล่งของโปรตีน วิตามินบี และธาตุเหล็ก ซึ่งจำเป็นต่อร่างกาย ดังนั้น WHO จึงแนะนำให้กินได้ประมาณ 11-18 ออนซ์ต่อสัปดาห์ค่ะ

เนื้อแดง,สเต็ก

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

อ้างอิงจาก  National Institutes of Health (NIH) ระบุว่า คนที่ดื่มจัดๆ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งบริเวณลำคอ กล่องเสียง หลอดอาหาร ตับ ลำไส้ใหญ่ และลำไส้ตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณสูบบุหรี่ นั่นเพราะว่า แอลกอฮอล์จะไปทำลายเซลล์ที่จำเป็นต้องไปทดแทนเซลล์ที่เสื่อมสภาพ และในจุดนี้ล่ะ ที่กระบวนการกลายพันธุ์ได้เกิดขึ้น มีข้อมูลระบุว่า การดื่มหนึ่งครั้งในหนึ่งวันมีผลต่อโรคมะเร็งเต้านมในผู้หญิง (แต่ในส่วนนี้งานวิจัยยังไม่ชี้ชัดเท่าใดนัก)

แล้วมันจะดีกว่าไหม หากเลือกดื่มไวน์แดงแทนอย่างอื่น เพราะไวน์แดง หากดื่มในปริมาณพอดีนั้นดีต่อระบบหัวใจ แต่ก็ไม่เกี่ยวกับโรคมะเร็งอีกนั่นล่ะ อีกอย่าง ปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่มชนิดนี้ก็ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มเอาได้ ดังนั้นจึงไม่ได้มีการแนะนำให้ดื่มทดแทนแต่อย่างใด ซึ่งไวน์แดงนี้มีคำแนะนำให้ผู้หญิงดื่มได้ 1 แก้ว และผู้ชายดื่มได้ 2 แก้วต่อวันค่ะ

อาหารที่ผ่านกระบวนการ

จากการศึกษาเมื่อเร็วๆนี้ของ BMJ ได้ให้ความสัมพันธ์ของอาหารที่ผ่านกระบวนการอย่าง เค้ก นักเก็ตไก่ กับโรคมะเร็ง อ้างอิงจาก American Cancer Society (ACS) คนที่กินอาหารที่ผ่านกระบวนการมากๆ มีแนวโน้มน้ำหนักตัวเกิน (คิดเป็น 8% ของผู้ป่วยโรคมะเร็งในสหรัฐอเมริกา) โรคอ้วนนั้นนำพาภาวะกรดไหลย้อน ซึ่งทำลายหลอดอาหาร ส่งผลให้มีโอกาสเกิดการกลายพันธุ์ในระดับเซลล์ขึ้น ไขมันเองก็ผลิตฮอร์โมนเอสโทรเจน และหากมีระดับฮอร์โมนนี้สูงๆ ก็อาจก่อให้เกิดมะเร็งเต้านมและมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกได้เช่นกัน

ไก่ทอด,นักเก็ต

แน่นอนว่าคุณไม่จำเป็นต้องงดหรือหลีกเลี่ยงร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่การพยายามลดโอกาสการบริโภคสิ่งเหล่านี้แล้วหันมาบริโภคอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างผัก ผลไม้สดๆ ถั่วต่างๆ ย่อมเป็นผลดีต่อสุขภาพมากกว่าไม่ทำอะไรเลยแน่นอน


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up