โรคมือเท้าปาก ภัยร้ายใกล้ตัวเด็ก

โรคมือเท้าปาก ภัยร้ายใกล้ตัวเด็ก

โรคมือเท้าปาก ภัยร้ายใกล้ตัวเด็ก
โรคมือเท้าปาก ภัยร้ายใกล้ตัวเด็ก

รู้จักอาการ วิธีรักษา และการป้องกันไม่ให้เกิด โรคมือเท้าปาก

โรคมือเท้าปาก หรือ Hand – Foot – and- Mouth Disease (HFMD) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสชนิดเฉียบพลันอย่างหนึ่ง ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ด้วยกัน เช่น เชื้อไวรัสค็อกซ์แซกกี ชนิดเอ ซึ่งพบมากในบ้านเรา โดยปกติ เชื้อไวรัสสายพันธุ์ไวรัสค็อกซ์แซกกี ชนิดเอ จะไม่รุนแรงเท่ากับเชื้อไวรัสค็อกซ์แซกกี ชนิดบี หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ เอนเทอโรไวรัส 71 (EV71) ซึ่งมีฤทธิ์ในการทำลายเนื้อเยื่อต่างๆในร่างกายได้หลายระบบ ทั้งระบบประสาท และการหายใจ จนอาจทำให้เด็กเสียชีวิตได้

เชื้อไวรัสของโรคมือ เท้า ปาก จะอาศัยอยู่ในเนื้อเยื่อของลำไส้ สามารถแพร่กระจายเข้าสู่ร่างกายโดยระบบการหายใจ ผ่านทางการไอ การจามรดกันของเด็ก และระบบทางเดินอาหาร ผ่านทางน้ำลาย น้ำมูก น้ำจากตุ่มหรือแผลพุพอง หรืออุจจาระ ทั้งนี้ โรคมือ เท้า ปากในบ้านเราจะมีการระบาดสองระยะ คือ ช่วงแรกระหว่างเดือนพฤษภาคม – เดือนสิงหาคม และช่วงที่สอง ในระหว่างเดือนพฤศจิกายน – เดือนกุมภาพันธ์

โรคมือเท้าปาก

อาการของโรคมือ เท้า ปาก

หลังได้รับเชื้อไวรัสประมาณ 4-6 วัน ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการคล้ายคนเป็นไข้หวัดใหญ่ คือ มีไข้สูง ปวดศีรษะ และอาเจียน หลังจากนั้นอีกประมาณ 2-3 วันจะเริ่มมีอาการเจ็บในปาก เพราะเป็นแผลร้อนใน และไม่ยอมกินอาหาร เนื่องจากมีตุ่มแดงขึ้นที่ลิ้น เหงือก ในคอ และที่กระพุ้งแก้ม รวมไปในบริเวณอื่นๆ เช่น ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และที่ก้น ซึ่งตุ่มเหล่านี้จะมีลักษณะพองใส ทำให้บริเวณรอบๆอักเสบและแดง ต่อมาจะแตกออกเป็นแผล โดยมักไม่มีอาการคันแต่อย่างใด ซึ่งถ้าหากในระหว่างนี้ผู้ป่วย ไม่ได้มีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆร่วมด้วย อาการไข้ และตุ่มเหล่านี้จะค่อยๆทุเลาและหายเป็นปกติได้เองในระยะเวลา 7-10 วัน แต่ถ้าหากได้รับเชื้อไวรัสชนิดเอนเทอโรไวรัส 71 (EV71) ก็อาจทำให้เกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ โรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเป็นอัมพาต หรือเสียชีวิตได้

 

คลิกเพื่ออ่านต่อหน้าถัดไป

โรคมือ เท้า ปาก รักษาอย่างไร


แม้ว่าโรคมือ เท้า ปาก จะแพร่ระบาดในหลายพื้นที่ทั่วโลก แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน หรือยารักษาโรคดังกล่าว เมื่อพบว่าเด็กมีอาการของโรค แพทย์จึงมักจะรักษาและให้ยาไปตามอาการ เช่น เมื่อมีไข้ ก็ให้ยาลดไข้ หรือมีอาการปวดศีรษะก็ให้กินยาบรรเทาปวด เป็นต้น ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลาย เมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติของลูกแล้ว รู้สึกว่าเข้าข่ายเป็นโรคมือ เท้า ปาก อย่านิ่งนอนใจ ควรรีบนำไปพบแพทย์โดยด่วนครับ

โรคมือเท้าปาก

มาป้องกัน โรคมือ เท้า ปากกันเถอะ


ยาดีที่สุดในการรักษาโรคมือ เท้า ปากในปัจจุบัน คือการป้องกันไม่ให้บุตรหลานอันเป็นที่รักของคุณอยู่ในภาวะเสี่ยง ซึ่งมีคำแนะนำดังต่อไปนี้

  • สอนให้เด็กล้างมือด้วยสบู่จนเป็นนิสัย ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังรับประทานอาหาร หลังการขับถ่าย หรือหลังการหยิบจับภาชนะต่างๆ เพื่อป้องกันเชื้อไวรัสที่ติดมากับอุปกรณ์เหล่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานที่เลี้ยงเด็ก หรือโรงเรียนอนุบาล ควรจัดให้มีอ่างล้างมือและห้องสุขาที่ถูกสุขลักษณะด้วย
  • แยกของใช้บางอย่างไม่ให้เด็กใช้ร่วมกัน เช่น แก้วน้ำ หลอดดูด ช้อน ขวดนม ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดมือ เพราะสิ่งของเหล่านี้มีโอกาสสัมผัสกับน้ำมูกและน้ำลายของเด็กๆโดยตรง และควรใช้ช้อนกลางในการรับประทานอาหารด้วย
  • ใส่ใจในเรื่องสุขลักษณะเป็นพิเศษ เช่น รับประทานอาหารที่ปลอดภัย ดื่มน้ำที่สะอาด ตัดเล็บมือให้สั้นอยู่เสมอ ใส่เสื้อผ้าที่สะอาด เป็นต้น เพื่อป้องกันการรับเชื้อ
  • ทำความสะอาดเครื่องใช้อย่างถูกวิธี เช่น ผ้าอ้อมหรือเสื้อผ้าที่เปื้อนอุจจาระ ควรซักให้สะอาด และทิ้งน้ำลงในโถชักโครก ห้ามทิ้งลงในท่อระบายน้ำเด็ดขาด
  • หลีกเลี่ยงการให้เด็กคลุกคลีอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย ในโรงเรียนหรือสถานเลี้ยงเด็กที่มีเด็กป่วยเป็นโรคมือ เท้า ปาก ควรให้เด็กหยุดเรียนจนกว่าจะหายป่วย และต้องทำความสะอาดพื้น เครื่องใช้ต่างๆ และของเล่นของเด็ก ไปในคราวเดียวกัน เพราะเชื้ออาจจะยังอยู่
  • หลีกเลี่ยงการนำทารกและเด็กเล็กเข้าไปในสถานที่แออัด หรือที่เด็กอยู่ร่วมกันเป็นจำนวนมาก เช่น ห้างสรรพสินค้า สระว่ายน้ำ สนามเด็กเล่น เป็นต้น

 

keyboard_arrow_up