อยู่กับเบาหวานอย่างมีความสุข

อยู่กับ เบาหวาน อย่างไรให้มีความสุข

หากคุณเป็น เบาหวาน อยู่แล้ว เรามีคำแนะนำที่จะช่วยให้คุณอยู่กับเบาหวานอย่างมีความสุข หรือหากคุณไม่อยากเป็น 1 ใน 300 ล้านคนที่องค์การอนามัยโลกคาดการไว้ เราก็มีวิธีป้องกันค่ะ

รู้ลึก รู้จริงเรื่อง โรคเบาหวาน

ปกติร่างกายเราต้องใช้น้ำตาลเป็นพลังงานอยู่ตลอดเวลา โดยในระหว่างวันเราจะได้น้ำตาลจากอาหารหมวดแป้งและน้ำตาลที่เรากินเข้าไป และถึงแม้จะเป็นช่วงที่เราไม่ได้กิน เช่น เวลานอนหรืออดอาหาร แต่สมองยังต้องการน้ำตาลอยู่ ตับก็จะสร้างน้ำตาลขึ้นมา โดยดึงมาจากไขมันใต้ผิวหนังและไกลโคเจนที่ตับเก็บไว้ออกมาเปลี่ยนเป็นน้ำตาล

น้ำตาลจะไปทั่วร่างกายที่มีหลอดเลือดไปเลี้ยง แต่น้ำตาลจะเข้าไปในกล้ามเนื้อเองไม่ได้ ต้องให้ตับอ่อนผลิตอินซูลินออกมาเป็นกุญแจไขพามันเข้าไป และอินซูลินนี้เองที่เป็นตัวควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไว้ไม่ให้สูงเกินไป

แต่ในคนที่มีความผิดปกติที่ตับอ่อน ทำให้ตับอ่อนไม่ผลิตอินซูลิน หรือผลิตแต่ปริมาณไม่เพียงพอ หรือปริมาณเพียงพอแต่เป็นอินซูลินที่ไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้ไม่สามารถพาน้ำตาลเข้ากล้ามเนื้อไปใช้ได้ ระดับน้ำตาลในเลือดจึงสูง และเมื่อน้ำตาลในเลือดมากเกินที่ไตจะกรองกลับได้ น้ำตาลจึงท้นออกมากับปัสสาวะ เกิดเป็นเบาหวานหรือปัสสาวะหวาน

เบาหวาน

วิธีสังเกตว่าเป็นโรคเบาหวาน

น้ำตาลที่ออกมาทางไตมีความหนืดข้น จึงดึงน้ำออกมาด้วย เพื่อให้น้ำเป็นตัวพามันออกมา ทำให้ปัสสาวะมากและบ่อย เมื่อเสียน้ำมากก็รู้สึกกระหายน้ำมาก บวกกับกล้ามเนื้อไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้ จึงทำให้อ่อนเพลีย น้ำหนักลด หิวเก่ง กินจุ

ในคนที่ตรวจเลือดแล้วพบว่ายังก้ำกึ่งว่าจะเป็นโรคเบาหวานหรือไม่ (ระดับน้ำตาลในเลือด 110 – 125 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร) แพทย์จะทำการตรวจพิเศษ โดยให้กินน้ำตาล 75 กรัม แล้วอีก 2 ชั่วโมงเจาะเลือดดูอีกครั้ง ถ้าระดับน้ำตาลในเลือดถึง 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรจึงจะถือว่าเป็นเบาหวาน

แม้การกินอาหารหวานเป็นประจำจะไม่ได้ทำให้เป็นโรคเบาหวานในทันที แต่ทุกครั้งที่กินหวานมากเท่าไรก็จะเป็นการกระตุ้นตับอ่อนให้หลั่งอินซูลินออกมากขึ้นเท่านั้น และการกินหวานเป็นประจำจะทำให้อ้วน คนอ้วนมีไขมันมาก ไขมันทำให้อินซูลินออกฤทธิ์ได้ไม่ดี ที่สุดก็อาจจะเป็นเบาหวานได้ ส่วนจะเป็นเบาหวานเร็วหรือช้าก็ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของตับอ่อนของแต่ละคน

วิธีไกล โรคเบาหวาน

จากการศึกษาในยุโรปและสหรัฐอเมริกายืนยันว่า การควบคุมอาหารและการออกกำลังกายสามารถลดอัตราการเกิดเบาหวานได้ถึง 58 เปอร์เซ็นต์ ทั้งผู้ที่ยังปกติและผู้ที่ก้ำกึ่งจึงควรจำกัดอาหารแป้ง เลี่ยงอาหารหวานและอาหารมัน ออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ลดความเครียด และตรวจสุขภาพทุกปี

 

คลิกเพื่ออ่านต่อหน้าถัดไป

เบาหวาน

คุมเบาหวานอย่างอิ่มอร่อย

คนเป็นเบาหวานสามารถกินอาหารได้หลากหลายชนิด แต่ต้องควบคุมปริมาณอาหารในหมวดแป้งและน้ำตาล ยกตัวอย่าง อาหารกลุ่มแป้ง จะกินข้าว ก๋วยเตี๋ยว หรือขนมปังก็ได้ แต่ถ้าในมื้อนั้นกินข้าวไป 2 ทัพพีแล้วก็ไม่ควรกินขนมปังอีก หรือถ้าอยากกินขนมปังสักหนึ่งแผ่นก็ให้กินข้าวแค่ 1 ทัพพี และถ้าจะให้ดีควรเป็นข้าวกล้องหรือขนมปังโฮลวีท

ผู้เป็นเบาหวานเมื่อจำกัดอาหารหมวดแป้งแล้วรู้สึกไม่อิ่ม ให้รับประทานผักเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผักใบเขียวเข้ม แทนที่จะรับประทานผลไม้หรือขนม เพราะผักมีแป้งอยู่น้อย น้ำตาลจึงขึ้นช้า ในแต่ละมื้อผู้เป็นเบาหวานลองสำรวจตัวเองดูว่ากินผักสดถึงหนึ่งถ้วยหรือยัง หรือหากเป็นผักต้มก็ควรให้ได้สักครึ่งถ้วยตวง

ผลไม้ส่วนใหญ่มีแป้งมากพอๆกับข้าว เช่น ส้มหนึ่งผลมีแป้งใกล้เคียงกับข้าวหนึ่งทัพพี แต่กินไม่อิ่ม ทำให้ต้องกินมากกว่ากินข้าว ก็จะยิ่งได้น้ำตาลมากขึ้น หรือถ้าดื่มเป็นน้ำส้มก็จะยิ่งได้น้ำตาลมากขึ้นไปอีก ผู้เป็นเบาหวานจึงควรจำกัดผลไม้

ในส่วนของเนื้อสัตว์ควรเลือกเนื้อสัตว์ที่ไขมันต่ำ เช่น ปลา หรือทดแทนด้วยโปรตีนจากถั่วเมล็ดแห้งหรือเต้าหู้ ส่วนเนื้อสัตว์ที่ผ่านกระบวนการแปรรูป เช่น ไส้กรอก กุนเชียง ไม่ควรรับประทานค่ะ เพราะในการผลิตมักใช้เนื้อสัตว์ที่ติดมันและใส่เกลือมาก

ส่วนอาหารกลุ่มไขมันเป็นกลุ่มที่แนะนำให้รับประทานในปริมาณน้อยที่สุด ควรเป็นไขมันที่ไม่อิ่มตัว (ไม่ควรใช้น้ำมันจากไขมันสัตว์ น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว และกะทิ) และหลีกเลี่ยงการรับประทานมาร์การีน เพราะจากขั้นตอนการผลิตทำให้มีกรดไขมันที่ไม่ดีต่อร่างกาย ทำให้คอเลสเทอรอลสูง

ปรับความเคยชินสักนิด แล้วคุณจะรู้ว่าอิ่มอร่อยอย่างสุขภาพดีนั้นไม่ยากเลย

keyboard_arrow_up