รักษามะเร็งเต้านม ด้วยแมคโครไบโอติกส์

โรคมะเร็งเต้านม

คุณ จำเรียง จูจันทร์ หรือ ป้าแดง เล่าถึง แนวทางรับมือกับ โรคมะเร็งเต้านม ว่า ตนมีอาชีพเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ มีสามีเป็นครูและต่อมาได้เป็นผู้บริหารระดับสูงในแวดวงการศึกษาต้องเดินทางโยกย้ายไปต่างจังหวัดเป็นประจำ ด้วยความเป็นคนมีอัธยาศัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใส และร่าเริง อีกทั้งยังชอบเล่นกีฬา โดยเฉพาะเทนนิส ทำให้มีสุขภาพแข็งแรงมาตลอด

ความเสี่ยงมะเร็งของเธอ คือ เรื่องอาหารการกินไม่ได้เคร่งครัดนัก มีทั้งเนื้อวัว หมู ไก่ ตามแบบที่คนทั่วๆ ไปกินกัน และมีประวัติในครอบครัว โดยมีพี่ชายเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง ซึ่งเธอเล่าว่า ทำให้รู้ว่าโรคนี้สร้างความทรมาณให้แก่ผู้ป่วยมากแค่เพียงใด

ต่อมา ป้าแดง คลำพบก้อนแข็งๆ ที่เต้านมเมื่อไปตรวจที่โรงพยาบาลในจังหวัดร้อยเอ็ดซึ่งเป็นจังหวัดที่ย้ายไปประจำอยู่ ณ ขณะนั้น แพทย์แนะนำว่าให้ไปตรวจโดยละเอียดอีกครั้ง เมื่อทราบผลแล้วก็แนะนำให้ผ่าตัดทันที ตามมาด้วยการรักษาโดยใช้ยาเคมีบำบัดอีก 1 ปีครึ่ง ระหว่างนั้นทั้งสามีและลูกก็ให้กำลังใจตลอด เพราะป้าแดงมีอาการแพ้มาก ทั้งอาเจียนและผมร่วง

วิธีแรกที่ป้าแดง ใช้ดูแลสุขภาพตนเองขณะรับยาเคมีบำบัด คือ เข้านอนแต่หัวค่ำและตื่นตั้งแต่เช้ามืด ลุกขึ้นมาทำกายบริหารจนรุ่งสาง ระหว่างวันถ้ามีเวลาว่างก็จะอ่านหนังสือธรรมะ ฟังเทศน์ และสวดมนต์ก่อนนอนเป็นประจำ

ต่อมา เมื่อมีโอกาสได้ศึกษาหาความรู้มากขึ้น จึงเห็นว่า อาหารก็เป็นสาเหตุสำคัญของอาการเจ็บป่วยต่างๆ เริ่มแรกป้าแดงศึกษาและลงมือทำอาหารแนวแมคโครไบโอติกส์ก่อน หันมากินข้าวกล้อง และอาหารที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่จากธรรมชาติ ใช้การปรุงแต่งน้อยที่สุด งดเนื้อสัตว์ทุกชนิด ยกเว้น เนื้อปลา

โรคมะเร็งเต้านม

 

คลิกเพื่ออ่านต่อหน้าถัดไป

โรคมะเร็งเต้านม

สุดท้าย ป้าแดงก็ได้อ่านหนังสือของอาจารย์สาทิส อินทรกำแหง จึงหันมาทำน้ำอาร์ซี และน้ำเอนไซม์ดื่ม และปรับอาหารให้เป็นแบบชีวจิตเต็มร้อย

กิจวัตรประจำวันของป้าแดงตอนนี้ เริ่มตั้งแต่ตี 3 ตื่นนอนแล้วก็เข้าห้องน้ำ ระบบขับถ่ายดีมาก จึงไม่มีของเสียคั่งค้างทำให้เกิดท็อกซิน ต่อมาก็ทำท่ากายบริหาร แรกๆ ก็ทำท่าตามแบบที่โรงเรียนซึ่งเธอประจำอยู่สอนนักเรียนไว้ จากนั้นก็วิ่งจ้อกกิ้งรวมระยะเวลาออกกำลังกายในช่วงเช้าประมาณ 1 ชั่วโมงถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง

วิถีชีวิตปัจจุบัน ป้าแดงบอกว่า ขอใกล้ชิดธรรมชาติให้มากที่สุด ไม่เปิดแอร์ อาศัยเปิดหน้าต่าง ตื่นเช้ามาก็ออกกำลังกายในสวน สูดอากาศบริสุทธิ์ท่ามกลางต้นไม้ใบหญ้า เรื่องจิตใจก็สำคัญ ต้องเป็นคนรู้จักพอ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่โลภ และมีมรณานุสติเป็นสรณะ

ทุกวันนี้ ป้าแดงหน้าตาผ่องใส เพื่อนร่วมรุ่นเห็นก็ทักว่าดูสดใสขึ้น ถามว่าเป็นเพราะอะไร เธอก็ตอบว่า การเป็นมะเร็งสอนให้เธอปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต จนมีสุขภาพแข็งแรงราวกับเป็นคนใหม่อีกครั้ง

“ถ้าไม่เป็นมะเร็ง ดิฉันคงไม่ได้เปลี่ยนมาใช้ชีวิตในแนวทางนี้ คืออาจจะแค่สนใจ แต่ไม่ได้เปลี่ยนเต็มที่ คงกินอะไรตามคนอื่น”

“แต่ไม่ใช่อาหารอย่างเดียวจะทำให้รอดได้ ต้องประกอบด้วยหลายด้าน โดยเฉพาะจิตใจ ต้องรักเพื่อนมนุษย์ แผ่เมตตา อย่างที่บัญญัติของชีวจิตว่าไว้จริงๆ”

 

ข้อมูลจาก : นิตยสารชีวจิต ฉบับที่ 35 

 

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

keyboard_arrow_up