สถานการณ์ไวรัสโคโรน่าในไทย อย่างไรเสียก็ควบคุมได้อยู่แล้ว!

จากกรณีการแพร่ระบาดของเชื้อ ไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ 2019 มีที่มาจากเมืองอู่ฮั่น มณฑล หูเป่ย ประเทศจีน ซึ่งกำลังสร้างความกังวลกับประชาชนไทย และทั่วโลกอยู่ในตอนนี้นั้น ยิ่งล่าสุดมีรายงานพบว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่งสูงกว่า 1,200 ราย และมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วจำนวน 41 ราย ที่สำคัญการแพร่ระบาดเริ่มมีการกระจายตัวออกนอกเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน ไปสู่สหรัฐอเมริกา, ฝรั่งเศส, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ไต้หวัน รวมถึงประเทศไทย จนทางการจีนต้องออกประกาศเตือนห้ามประชาชนเดินทางเข้าและออกเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ในช่วงที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อย่างหนัก

ข้อมูลเหล่านี้คาดว่าจะสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชสชนหรือผู้ที่เสพข่าวกันอยู่แน่ๆ เลยใช่มั้ยคะ แต่อย่าเพิ่งตื่นตกใจไปค่ะ เราต้องไม่ลืมว่า ทั่วโลกได้ออกมาตรการป้องกันเจ้าไวรัสพวกนี้มานักต่อนักแล้ว และเราก็ผ่านมาได้ทุกครั้ง ขอให้ใจเย็นๆ และปฏิบัติตามคำแนะนำที่กระทรวงสาธารณะสุขขอความร่วมมือเท่านั้นพอค่ะ

ทั้งนี้ จากข้อมูลที่กรมควบคุมโรคเทียบเคียงกับเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ดั้งเดิม เบื้องต้นประเมินว่าเชื้อสายพันธุ์ใหม่มีระยะฟักตัวระยะสั้น คือตั้งแต่ 2-14 วัน นั่นจึงเป็นสาเหตุที่มีการประกาศเตือนให้ผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงอย่างเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ให้สังเกตอาการของตนเองเป็นเวลา 14 วันเพื่อเช็กร่างกายว่าป่วยหรือไม่

สำหรับคนทั่วไปน่าจะแสดงอาการภายใน 1 สัปดาห์ แต่จะมีบางกรณีที่แสดงอาการเร็วกว่าหรือช้ากว่านั้น จึงตั้งกรอบเวลา 14 วัน เพื่อให้สังเกตอาการ แต่ถ้าตรวจสอบแล้วมีอาการเกี่ยวกับทางเดินหายใจ ให้รีบไปพบแพทย์ทันที พร้อมกับให้รายละเอียดประวัติการเดินทาง ซึ่งจะทำให้แพทย์วินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสมในเวลาอันรวดเร็ว

ที่ผ่านมาเราจะได้ยินข่าวคราวจากสื่อต่างๆ เกี่ยวกับมาตรการป้องกันเจ้าไวรัสตัวนี้กันมากพอสมควร ซึ่งนั่นเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้มั่นใจได้ว่าภาครัฐหรือผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ได้เพิกเฉยต่อเรื่องนี้ อย่างประเทศจีนเองก็ถึงขั้นปิดเมืองอู่ฮั่นในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรค เพื่อลดความตื่นตระหนกให้กับประชาชน รวมถึงมีมาตรการป้องกันตามกฏขององค์การอนามัยโลกทุกประการ

ในส่วนของประเทศไทยเอง หลังจากที่ได้รับข้อมูลและมีหลักฐานยืนยันว่ามีผู้ป่วยหรือผู้ที่ได้รับเชื้อตัวนี้เข้ามาในประเทศไทยแล้ว ก็ไม่ได้นิ่งบเฉย โดยเฉพาะกระทรวงสาธรณะสุขที่เริ่มทำงานกันทันที มีการลงพื้นที่ตรวจความพร้อมของระบบคัดกรองผู้โดยสารที่สนามบินสุวรรณภูมิ และเริ่มต้นคัดกรองอย่างเข้มงวด

ไทยปฏิบัติตามองค์การอนามัยโลกอย่างเคร่งครัด

ที่ผ่านมาประเทศไทยเราเคยผ่านสถานสถานการณ์แบบนี้ เรามีประสบการณ์ ที่ได้ปรับใช้กับสถานการณ์ปัจจุบันไปแล้ว เราพบผู้ป่วยทั้งสิ้น 8 คน 100% เรารักษาได้ บางส่วน ปลอดเชื้อ ให้กลับบ้าน ที่เหลืออาการดีขึ้นตามลำดับ ที่เราพบมาก ก็เพราะเราตรวจละเอียด โดยภาครัฐได้มีรายงานออกมาอย่างต่อเนื่องว่ามีการประสานกับผู้บริหารขององค์การอนามัยโลกอยู่ตลอด พร้อมทำตามคำแนะนำนั้นอย่างเคร่งครัด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมากล่าวแสดงถึงความมั่นใจในมาตรการป้องกันเชื้อไวรัสนี้อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดออกมาบอกว่า รัฐบาลมีความห่วงใยต่อปัญหานี้เช่นกัน ส่วนตัวเป็นรองนายกรัฐมนตรีดูแลกำกับ 3 กระทรวงแนวหน้าที่จะต้องรับมือกับไวรัสคือกระทรวงสาธารณสุข ต้องดูแลเรื่องการควบคุม และรักษา กระทรวงคมนาคม ต้องดูแลเรื่องจัดการผู้โดยสาร เพื่อให้ง่ายต่อการคัดกรอง และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ต้องประสานกับผู้ประกอบกิจการห้องพัก ทัวร์ ไปจนถึงนักท่องเที่ยว เพื่อให้เข้าใจเรื่องการปฏิบัติตัว หากมีผู้ป่วยสำแดงอาการ หรือมีความเสี่ยง จะได้ควบคุมสถานการณ์อย่างทันท่วงที

ความรุนแรงในระดับสากล

ในขณะที่ความรุนแรงของการระบาด โดยหลักสากลแบ่งออกเป็น 5 ระดับ ซึ่งแต่ละระดับจะหมายถึงมาตรการการจัดการที่เข้มข้นขึ้น ได้แก่ระดับที่ 1 พบผู้ป่วยหรือผู้ติดเชื้อ 2 พบผู้ป่วยและการติดเชื้อนั้น เกิดขึ้นหรืออุบัติขณะที่อยู่ต่างประเทศ 3 พบผู้ป่วยและการตอดเชื้อนั้นเกิดขึ้นขณะที่อยู่ในประเทศ ระดับที่ 4 พบผู้ป่วย โดยติดต่อจากคนสู่คนในประเทศ และระดับที่ 5 พบผู้ป่วย โดยติดต่อจากคนสู่คนระหว่างประเทศ ซึ่งงในส่วนของประเทศไทยความรุนแรงอยู่ในระดับ 1-2 แต่หากความรุนแรงเพิ่มขึ้น ก็พร้อมหารือกับองค์การอนามัยโลก ผู้บริหารในกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องเพื่อยกระดับแผนการรับมือต่อไป

สำหรับโอกาสที่จะพบผู้ติดเชื้อในไทยเพิ่มขึ้นนั้น ทางัฐบาลคาดการร์ว่าจะลดน้อยลง เนื่องจากการพบผู้ติดเชื้อทั้งหมดต่างเดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น ขณะที่ปัจจุบันไม่มรีเที่ยวบินมาจากเมืองอู่ฮั่นแล้ว และทางการจีนได้สั่งห้ามไม่ให้ชาวจีนเดินทางออกนอกประเทศแล้ว ประกอบกับทางการไทยมีประสิทธิภาพในการคัดกรองดังกล่าวได้อย่างดี เริ่มจากเมื่อตรวจพบว่ามีการแพร่ระบาดของเชื้อนี้ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมระบบคัดกรองผู้โดยสารที่สนามบินสุวรรณภูมิ เป็นต้น

 เชื่อเถอะว่าไทยเอาอยู่!

นอกจากนี้ มาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ขณะนี้ หากพบผู้ต้องสงสัยว่าจะมีเชื้อไม่ว่าจะมาทางไหน เราจะส่งเข้าสถาบันบำราศนราดูร เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดว่ามีเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่อยู่ในร่างกายหรือไม่ การรักษาจะอยู่ในห้องคุมความดัน รับรองว่าเชื้อไวรัสออกจากห้องไม่ได้ ขณะที่ตามต่างจังหวัด เราเตรียมสถานที่สำหรับการรักษาควบคุมไว้แล้วเช่นกัน

ในส่วนของประชาชน ทางกระทรวงสาธารณะสุขได้ออกมาบอกกันอยู่ตลอดว่า ขอให้ตระหนักว่าเรากำลังเผชิญกับโรคไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งเป็นโรคที่ป้องกันได้ด้วยการดูแลสุขภาพ พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารปรุงสุก ใส่หน้ากากอนามัยเวลาอยู่ในแหล่งชุมชน ขอให้ประชาชนอย่าพาตัวเองไปอยู่ในภาวะเสี่ยง สำหรับภาครัฐจะรายงานข้อมูลให้ทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนรู้เท่าทันโรค และภาครัฐพร้อมปรับระดับมาตรการการควบคุมโรค เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในอนาคต

ขณะที่สถานการณ์ปัจจุบัน แม้เมืองอู่ฮั่นจะปิดเมือง แต่ยังมีโอกาสที่จะมีผู้ป่วยเดินทางมาจากเมืองอื่นๆ ของจีน ดังนั้น ประเทศไทยต้องมาวางมาตรการป้องกันนักท่องเที่ยวจีนที่จะเข้ามาในประเทศไทย โดยยังคงติดเครื่องเทอร์โมสแกน ตามสนามบินสำคัญหน้าด่านตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งโอกาสที่จะหลุดรอดไปน้อยมาก พร้อมขอวอนประชาชนอย่าตื่นตระหนก และรอฟังคำแนะนำจากกระทรวงสาธารณสุข

ต้องไม่ลืมว่าไทยผ่านอะไรมานักต่อนัก ยังไงซะเรื่องนี้เรารับมือได้อยู่แล้ว!!

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ 

วิธีป้องกันไวรัสโคโรนา

พบตัว ผู้ป่วยรายที่ 5 ไวรัสโคโรน่า ที่เชียงใหม่

ข่าวมั่ว หยุดแชร์ ป่วยไข้หวัดใหญ่ เพราะเมือกในลำคอแห้ง ไม่เป็นความจริง

 

keyboard_arrow_up