ลิ้นอักเสบ ลิ้น โรคของลิ้น อาการของลิ้น ปาก ช่องปาก

ดูแลลิ้นของเรา และโรคที่ควรรู้เมื่อ “ลิ้นอักเสบ”

ลิ้นอักเสบ ลิ้น โรคของลิ้น อาการของลิ้น ปาก ช่องปาก
ลิ้นอักเสบ ลิ้น โรคของลิ้น อาการของลิ้น ปาก ช่องปาก

การวินิจฉัย

แพทย์วินิจฉัยโรคลิ้นอักเสบได้จากประวัติอาการ การตรวจช่องปากและลิ้น และอาจมีการตรวจอื่นๆ เพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุ ทั้งนี้ขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์ เช่น การตัดชิ้นเนื้อจากแผลเพื่อตรวจทางพยาธิวิทยา เมื่อสงสัยว่าเป็นโรคมะเร็ง

 

แนวทางการรักษา

การรักษาโรคลิ้นอักเสบ คือ รักษาสาเหตุ และรักษาประคับประคองตามอาการ

  • รักษาสาเหตุ เช่น การให้ยาปฏิชีวนะ เมื่อการอักเสบเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย หรือเปลี่ยนยี่ห้อยาสีฟัน เมื่อการอักเสบเกิดจากการแพ้สารบางชนิดในยาสีฟัน
  • รักษาประคับประคองตามอาการ เช่น การให้บรรเทาอาการเจ็บปวด อาจโดยการกิน หรืออมยาชา ให้น้ำเกลือ ให้อาหารทางสาย ให้อาหารหรือทางหลอดเลือดดำ เมื่อกินอาหารและดื่มน้ำได้น้อยจากอาการเจ็บ

 

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงจากโรคลิ้นอักเสบที่อาจพบได้ ได้แก่ เสียงพูดผิดปกติ ผอมลงเนื่องจากกินอาหารไม่ได้ และเมื่อลิ้นอักเสบบวมมากจะอุดทางเดินหายใจ หายใจไม่ออก อาจต้องรักษาด้วยการเจาะคอเพื่อใส่ท่อช่วยหายใจ

 

ความรุนแรงของโรค

โดยทั่วไป โรคลิ้นอักเสบเป็นโรคไม่รุนแรง ยกเว้นเมื่อมีการอักเสบลิ้นบวมมากจนอุดทางเดินหายใจดังกล่าวแล้ว ซึ่งต้องรีบพบแพทย์เป็นการฉุกเฉิน เพราะอาจเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ

ลิ้นอักเสบ ลิ้น โรคของลิ้น อาการของลิ้น ปาก ช่องปาก

การดูแลตนเองและการพบแพทย์

  • ดูแลสุขภาพและรักษาความสะอาดช่องปากเสมอ
  • รักษาสุขอนามัยพื้นฐาน เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ลดโอกาสติดเชื้อรุนแรง และเพื่อป้องกันไม่ให้โรคติดต่อสู่ผู้อื่นเมื่อเป็นการอักเสบติดเชื้อ
  • ดื่มน้ำ เพื่อป้องกันร่างกายขาดน้ำ อย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว เมื่อไม่มีโรคที่ต้องจำกัดน้ำดื่ม
  • กินอาหารอ่อนหรืออาหารเหลว รสจืด
  • เลิกบุหรี่และสุรา
  • เปลี่ยนยี่ห้อยาสีฟันบ่อยๆ ถ้าสาเหตุมาจากยาสีฟัน
  • พบแพทย์หรือทันตแพทย์ตามนัดเสมอ หรือก่อนนัดหากมีอาการผิดปกติไปจากเดิม หรืออาการต่างๆ แย่ลง
  • เมื่อลิ้นอักเสบ ควรรีบพบแพทย์เมื่อ
    • มีไข้
    • เจ็บลิ้นมาก
    • กินอาหารและดื่มน้ำได้น้อย
    • อาการต่างๆ ไม่ดีขึ้นหรือแย่ลงหลังดูแลตนเองแล้ว 2-3 วัน
    • ลิ้นมีแผลเรื้อรัง หรือมีก้อนเนื้อ เพราะอาจเกิดจากโรคมะเร็งได้โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
    • มีกลิ่นปากรุนแรง
    • อ้าปากได้น้อย อ้าปากไม่ได้
    • เมื่อมีความกังวลกับอาการ
  • ควรพบแพทย์เป็นการฉุกเฉินเมื่อ
    • หายใจขัด หายใจไม่ออก มีอาการเขียวคล้ำเนื่องจากลิ้นบวมมาก และอุดกั้นทางเดินหายใจ ร่างกายจึงขาดอากาศ ขาดออกซิเจน

 

การป้องกัน

  • ดูแลสุขภาพและรักษาความสะอาดช่องปากเสมอ
  • รักษาสุขอนามัยพื้นฐาน
  • กินอาหารมีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ทุกวัน เพิ่มผักและผลไม้มากๆ
  • ดื่มน้ำสะอาดให้ได้อย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว เมื่อไม่มีโรคที่ต้องจำกัดน้ำดื่ม
  • เลิกบุหรี่และสุรา
  • ไม่เจาะลิ้น ไม่เจาะริมฝีปาก
  • สังเกตความสัมพันธ์ระหว่างยาสีฟันกับอาการ เพื่อหลีกเลี่ยงยี่ห้อที่ก่ออาการแพ้
  • รักษาและควบคุมโรคต่างๆ ที่เป็นสาเหตุ
  • พบทันตแพทย์ตรวจสุขภาพช่องปากสม่ำเสมอ อย่างน้อยทุก 6 เดือนหรือ 1 ปี หรือตามทันตแพทย์แนะนำ

 

 

 

 

 

<< อ่านต่อหน้าที่ 3 >>

keyboard_arrow_up