ประสบการณ์ชีวิต,มะเร็ง,โรคมะเร็ง,cancer

มะเร็ง จากคนใกล้ตัวช่วยเตือนใจ

ประสบการณ์ชีวิต,มะเร็ง,โรคมะเร็ง,cancer
ประสบการณ์ชีวิต,มะเร็ง,โรคมะเร็ง,cancer

มะเร็งทำลายชีวิตคนที่เธอรักไปอย่างไร ติดตามอ่านกันได้เลยค่ะ

จากหญิงสาวที่เคยใช้ชีวิตสนุกสนานอย่างคนรุ่นหนุ่มสาวทั่วไป ทุกวันนี้ คุณอดิภา รัตนพันธ์ ตระหนักถึงคุณค่าของการตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาท ทำให้ปัจจุบันเธอตัดสินใจอุทิศแรงกายแรงใจเพื่อดูแลสุขภาพของผู้ที่เธอเคารพรักโดยไม่ย่อท้อ มุมมองชีวิตที่เปลี่ยนไปนี้เกิดขึ้นหลังค่ำคืนหนึ่ง เมื่อ 9 ปีที่ผ่านมา…

มะเร็ง…..บทเรียนจากเพื่อนรัก

“ไหม…วันนี้ไปกินข้าวกันนะ เพื่อนๆอยากเจอเธอมากเลย” อดิภา ส่งเสียงสดใสผ่านไปทักทายสายไหม เพื่อนสนิทที่สุดของเธอ ทั้งสองรู้จักกันตั้งแต่สมัยที่ยังเรียนและทำงานอยู่ในจังหวัดระยอง แม้วันเวลาผ่านไปนับสิบปี แต่ด้วยความรักความห่วงใยที่มีให้กันเสมอมา จึงทำให้มิตรภาพที่มีอยู่ไม่เคยจางหายไป ยิ่งเมื่อสายไหมตรวจพบว่า ตนเองเป็นมะเร็งเต้านมในขณะที่เพิ่งจะมีลูกคนแรกอายุได้ 1 ขวบเศษ อดิภา ซึ่งเป็นเพื่อนรักจึงคอยดูแลให้คำปรึกษา พาสายไหมไปตรวจร่างกายและรับการบำบัดตามขั้นตอนทางการแพทย์แผนปัจจุบันไม่เคยขาด

“ได้จ้ะ…ฉันก็คิดถึงเธอเหมือนกัน แถมยังมีเรื่องสนุกๆมาเล่าให้ฟังเยอะเลยล่ะ” สายไหมตอบรับคำชวนด้วยน้ำเสียงร่าเริง เพราะเพิ่งกลับมาจากการเดินทางไปเยี่ยมสามีซึ่งทำธุรกิจที่ประเทศอินเดียได้ไม่ถึง 3 เดือน โดยถือว่าเป็นการให้รางวัลกับตัวเองที่อดทนต่อสู้กับเจ้ามะเร็งมาตลอดเกือบ 1 ปี จนในที่สุดการตรวจครั้งสุดท้ายแพทย์ยืนยันว่า ไม่พบเนื้อร้าย นั่นล่ะสายไหมจึงหวนกลับมาใช้ชีวิตที่สนุกสนานอย่างเคยได้อีกครั้ง โดยไม่รู้ว่าผลการวินิจฉัยนั้นผิดพลาด มะเร็งที่ซุกซ่อนอยู่ภายในกายยังไล่ล่าราวีชีวิตเธอต่อไปไม่วางเว้น

ท่ามกลางเสียงหัวเราะในวงสนทนาของเพื่อนๆ อดิภาสังเกตเห็นสีหน้าของสายไหมเปลี่ยนไป เมื่อถามดูจึงรู้ว่า เพื่อนรู้สึกปวดหัว ด้วยความเป็นห่วง หลังงานเลี้ยงเสร็จสิ้นอดิภาจึงรีบพาเพื่อนรักไปตรวจร่างกายที่สถาบันมะเร็ง ราวสามทุ่ม ขณะที่เธอเฝ้าไข้อยู่ เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น สายไหมอาการทรุดลงอย่างฉับพลันมีเลือดออกทางปากและจมูก อดิภารีบเรียกแพทย์มาดูอาการเพื่อนทันทีขณะที่ในใจของเธอก็ภาวนาให้สายไหมปลอดภัย แต่แล้ว มะเร็ง ร้ายก็พรากชีวิตของเพื่อนรักจากไปภายในคืนวันนั้นเอง…

มะเร็งฉันต้องรู้จักให้ถึงแก่น

หลังจากความสูญเสียครั้งนั้น อดิภาตระหนักว่า ชีวิตเป็นสิ่งมีค่า เธอตั้งใจว่าจะไม่ยอมปล่อยให้โรคร้ายนี้หวนกลับมาทำร้ายคนอื่นๆได้อีก หญิงสาวจึงมุ่งมั่นเสาะแสวงหาความรู้เกี่ยวกับมะเร็งในแง่ต่างๆ เธอเพียรอ่านหนังสือไม่รู้กี่เล่มต่อกี่เล่มเพื่อทำความเข้าใจมัจจุราชร้ายที่มาพรากเพื่อนรัก

ท่ามกลางทะเลของศาสตร์การดูแลสุขภาพ ที่มีทั้งสิ่งฉาบฉวยและแก่นความรู้ที่พิสูจน์ได้จริง อดิภาพบว่า หลักชีวจิตที่อาจารย์สาทิส อินทรกำแหงได้เขียนแนะนำไว้ในหนังสือเล่มต่างๆสามารถตอบข้อสงสัยของเธอได้กระจ่าง ไม่นานนักเธอเลือกใช้องค์ความรู้ดังกล่าวมาประยุกต์ให้เข้ากับตัวเองและครอบครัว เริ่มจากเรื่องอาหารที่ค่อยๆเปลี่ยนมารับประทานข้าวกล้อง ผัก และเลือกโปรตีนจากถั่วและอาหารทะเลแทนหมู เนื้อ ไก่ อย่างเคย เรื่อยไปจนถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และทำจิตใจให้เบิกบานอยู่เป็นนิตย์

หลังจากที่เธอแต่งงาน ปรากฏว่า มะเร็งร้ายได้กลับเข้ามาราวีคนที่เธอรู้จักอีกครั้ง คราวนี้เป็นคุณแม่สามีของเธอเองซึ่งได้รับการวินิจฉัยว่า เป็นมะเร็งลำไส้ แต่อดิภาเชื่อมั่นว่าเธอจะดูแลคนที่ตนเคารพรักให้กลับมามีสุขภาพที่แข็งแรงได้อีกครั้ง จึงเริ่มเข้ามารับหน้าที่ปรนนิบัติดูแลคุณแม่ของสามีอย่างเต็มที่ตั้งแต่ต้นปี 2548 ที่ผ่านมา

ทุกวันนี้คนในครอบครัวของเธอได้มีโอกาสอ่านและศึกษาความรู้แบบชีวจิต จึงได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการเลือกอาหารที่มีประโยชน์มารับประทานอย่างพร้อมเพรียงกัน ไม่ต้องจัดสำรับที่มีเนื้อสัตว์ใหญ่แยกออกไปเหมือนอย่างแต่ก่อน เรื่องการออกกำลังกาย การทำดีท๊อกซ์ รวมไปถึงการหาโอกาสมาเข้าคอร์สสุขภาพของชีวจิต เหล่านี้อดิภาล้วนเลือกสรรมาเพื่อดูแลสุขภาพของคุณแม่สามีด้วยตัวเอง

ก้าวไปพร้อมพลังใจ

อดิภา มองเห็นสิ่งดีๆที่รออยู่เบื้องหน้าเสมอ เธอทราบว่า การดูแลสุขภาพเพื่อยืนหยัดสู้มะเร็งเป็นสิ่งที่อาศัยทั้งระยะเวลาและพลังใจ แม้จะต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตไปจากเดิมชนิดหน้ามือเป็นหลังมือแต่เธอก็ไม่เคยย่อท้อ

“คำพูดของอาจารย์สาทิสที่คอยเตือนใจอยู่เสมอ คือ ทั้งผู้ดูและตัวผู้ที่เป็นมะเร็งเองอย่าไปกังวลหรือเป็นทุกข์โศกเศร้ากับโรคที่กำลังเผชิญอยู่ แต่อยากให้หันไปมุ่งมั่นกับวิถีการปฏิบัติตัวเพื่อรักษาสุขภาพให้เคร่งครัดจะดีกว่า คิดได้อย่างนี้ก็เริ่มสบายใจไม่เสียเวลามานั่งเครียดอีกแล้ว หลังจากเสียเพื่อนสนิทไป ตัวเองเหมือนกลายเป็นคนใหม่ หันไปรอบๆตัวจึงรู้ว่า ที่ผ่านมาเราประมาทไม่เคยดูแลชีวิตให้คุ้มค่า พอมีโอกาสได้เข้ามาดูแลอาม่า…คุณแม่ของสามีจึงอยากจะทำให้เต็มที่ ส่วนหนึ่งเพราะเราได้เรียนรู้จากเรื่องของเพื่อนแล้ว อีกส่วนหนึ่งเพราะอยากทำให้สามีสบายใจ สามารถทำงานได้เต็มที่ ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเพราะทางนี้เราจะดูแลให้ดีที่สุดเอง”

แสงสว่างแห่งความหวังในดวงตาของเธอได้ทำให้เรารับรู้ถึงกำลังใจที่เต็มเปี่ยม ขณะนี้เป้าหมายเบื้องหน้าของคุณอดิภาจึงเป็นการอุทิศตนให้กับการดูแลสุขภาพของสมาชิกครอบครัวอย่างเต็มที่ โดยละวางความสุขที่ไม่ยั่งยืนตามกระแสวัตถุนิยมที่รายล้อมรอบตัว เราหวังว่า เรื่องราวของความรักและปรารถนาดีของ คุณอดิภา รัตนพันธ์ที่มีต่อผู้อื่นนั้นจะแปรเป็นพลังอันอบอุ่นเติมใจส่งถึงผู้อ่านชีวจิตทุกท่านค่ะ

รู้เท่าทัน…สัญญาณมะเร็งร้าย

  • มะเร็งเต้านม
    ควรตรวจเต้านมด้วยตนเองเดือนละครั้งเป็นประจำหลังหมดประจำเดือน 7 วัน
    หากพบก้อนแข็งหรือสิ่งผิดปกติใด ๆ ควรรีบปรึกษาแพทย์โดยเร็ว
  • มะเร็งลำไส้ใหญ่
    หากพบว่า มีเลือดสีคล้ำและมูกออกมาทางทวารหนัก ร่วมกับอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ เรื้อรัง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ น้ำหนักลด อ่อนเพลีย ซีด หรือโลหิตจาง โดยหาสาเหตุไม่ได้ต้องรีบพบแพทย์ด่วน

ข้อมูลเรื่อง “มะเร็ง จากคนใกล้ตัวช่วยเตือนใจ” จากนิตยสารชีวจิต ฉบับที่ ..

 

keyboard_arrow_up