แผลร้อนใน, แผลในปาก, ร้อนใน, ป้องกันร้อนใน, อาหารป้องกันแผลร้อนใน, Aphthous

อาหารตัวช่วยสยบ แผลร้อนใน

แผลร้อนใน, แผลในปาก, ร้อนใน, ป้องกันร้อนใน, อาหารป้องกันแผลร้อนใน, Aphthous
แผลร้อนใน, แผลในปาก, ร้อนใน, ป้องกันร้อนใน, อาหารป้องกันแผลร้อนใน, Aphthous

เสริม 3 สารอาหาร หยุดยั้งร้อนใน

British Medical Journal ตีพิมพ์ผลงานวิจัยจากการเก็บข้อมูลของผู้ป่วยที่มีอาการแผลร้อนในเรื้อรังจำนวน 130 คน พบว่า มีถึง 17.7 เปอร์เซ็นต์ที่ขาดวิตามินบี 12 โฟเลต และธาตุเหล็ก จึงทดลองรักษาผู้ป่วยโดยเสริมวิตามินและแร่ธาตุให้ครบถ้วน

ภายหลังหนึ่งปีพบว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการดีขึ้น ความถี่ของการเกิดแผลร้อนในลดลง และบางรายไม่พบแผลร้อนในอีกเลย

นอกจากค้นพบว่า การขาดวิตามินบี 12 กรดโฟเลต และธาตุเหล็กเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดแผลร้อนในเรื้อรังแล้ว เมื่อตรวจเลือดของผู้ป่วยอย่างละเอียด นักวิจัยกลับพบข้อมูลที่น่าสนใจยิ่งกว่า คือ สาเหตุของการขาดวิตามินและแร่ธาตุไม่เพียงเกิดจากการกินอาหารไม่เพียงพอ แต่เกิดจากสาเหตุอื่นอีกด้วย เช่น โรคลำไส้อักเสบ (Regional Enteritis) โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนต้น (Adenocarcinoma of the Caecum) กลุ่มอาการดูดซึมสารอาหารได้น้อย (Malabsorption Syndrome) การดูดซึมของลำไส้ผิดปกติจากการแพ้โปรตีนกลูเต็นในข้าวสาลี (Gluten-induced Enteropathy)

การค้นพบดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า แผลร้อนในเรื้อรังที่เกิดขึ้นไม่เพียงบ่งบอกถึงการขาดวิตามินและแร่ธาตุ แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นภายในระบบทางเดินอาหารด้วย

ฉะนั้นควรสำรวจตนเองว่า กินอาหารที่มีวิตามินบี 12 โฟเลต และธาตุเหล็กเพียงพอหรือไม่ หากกินครบถ้วนแล้ว แต่เมื่อตรวจเลือดยังพบว่าขาดสารอาหารดังกล่าว แถมมีแผลร้อนในเรื้อรัง เป็นๆ หายๆ อาจตั้งข้อสงสัยว่า เกิดจากโรคระบบทางเดินอาหารจึงควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวเพื่อหาสาเหตุต่อไป

สำหรับอาหารจากธรรมชาติที่อุดมไปด้วยวิตามินบี 12 เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา และปลาหมึก อาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น เนื้อปลา ดอกและใบขี้เหล็ก ถั่ว มะเขือพวง ตำลึง รำข้าว งา ฟองเต้าหู้ ส่วนอาหารที่มีโฟเลตสูง เช่น ข้าวแดง ข้าวโพด รำละเอียด ถั่ว เห็ด

อาหารป้องกันร้อนใน, แผลร้อนใน, สยบแผลร้อนใน, อาหารที่มีวิตามินบี 12, รักษาแผลร้อนใน
กุ้ง หอย ปู ปลา และปลาหมึก อุดมไปด้วยวิตามินบี 12 ช่วยป้องกันร้อนในได้

กินเพิ่มภูมิคุ้มกัน แผลร้อนในเอาอยู่

การศึกษาของ International Association of Oral Pathologists และ American Academy of Oral & Maxillofacial Pathology ยืนยันว่า สาเหตุหนึ่งของแผลร้อนในเรื้อรังเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง

การเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกายโดยกินอาหารอย่างเหมาะสม ไม่เพียงลดโอกาสเกิดแผลร้อนใน แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง ซึ่งมีสาเหตุมาจากการอักเสบและความเสื่อมถอยของร่างกายอีกด้วย

หนังสือ ภูมิคุ้มกัน บอดี้การ์ดส่วนตัว ระบุว่าฟรีแรดิคัลเป็นตัวการสำคัญที่เหนี่ยวนำให้เซลล์ภายในร่างกายเกิดการอักเสบและเสื่อมถอย สามารถก่อให้เกิดการเจ็บป่วยมากกว่า 200 โรค

ฉะนั้นควรกินอาหารที่มีสารแอนติออกซิแดนต์สูงเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย อันดับแรกกินผักผลไม้ที่อุดมด้วยสารพฤกษเคมี (Phytochemical) โดยสารพฤกษเคมีมีหลายกลุ่ม เช่น แคโรทีนอยด์ (Carotenoid) พบในพืชสีเขียวและเหลือง สาหร่าย และพืชประเภทหัว ซัลเฟอร์ (Sulfur) พบมากในหัวหอม ผักกาด เทอร์ปีน (Terpene) พบในพืชตระกูลส้ม เบต้ากลูแคน (Beta-glucan) พบในเห็ดหลากชนิด

นอกจากนี้ควรกินอาหารที่อุดมไปด้วยโพรไบโอติก (Probiotic) เช่น กิมจิ โยเกิร์ต เพื่อเพิ่มแบคทีเรียที่ดีในลำไส้ พร้อมกินอาหารที่มีใยอาหารสูง เช่น ธัญพืช ถั่ว ผัก และผลไม้ เพื่อเพิ่มแหล่งอาหารของแบคทีเรียในลำไส้ หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้แบคทีเรียในลำไส้อ่อนแอ เช่น อาหารจานด่วน อาหารแปรรูป

โยเกิร์ต ลดการเกิดร้อนใน, สยบแผลร้อนใน, แผลร้อนใน, รักษาแผลร้อนใน, อาหารที่มีโพรไบโอติก
กินโยเกิร์ต อุดมไปด้วยโพรไบโอติก ลดความเสี่ยงการเกิดร้อนใน

<< ต้านแผลร้อนในด้วยวิตามินบี มีที่หน้า 3 >>

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up