ทำนายสุขภาพ ตามไซส์ ตอน 3 อ้วน ระดับ 2 – อ้วนมาก

อ้วน
อ้วน

ทำนายสุขภาพ ตามไซส์ ตอน 3 อ้วน ระดับ 2 – อ้วนมาก

ยิ่ง อ้วน ยิ่งป่วย วันนี้ปัญหาสุขภาพสำคัญที่คนทั่วโลกกำลังเผชิญคือน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน ซึ่งนำไปสู่การป่วยเป็นโรคมากมายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

ตอน 1 บอกถึง ไซส์ ผอมเกินมาตราฐาน+น้ำหนักปกติ

ตอน 2 หุ่นเริ่มท้วม – อ้วนระดับ1

และตอน 3 เริ่มที่

BMI ≥3039.9 อ้วนระดับ2

หลีกเลี่ยงแคลอรีไม่จำเป็น เยียวยา “อ้วนระดับ 2”

จากความอ้วนระดับ 1 ที่ทำให้เกิดโรคและอาการผิดปกติแล้วหากปล่อยปละละเลยไม่ดูแลสุขภาพ จนกระทั่งค่าบีเอ็มไอไต่ระดับขึ้นมาอีกค่าหนึ่งจะเกิดผลเสียต่อสุขภาพอย่างไร มาดูคำพยากรณ์กันค่ะ

พยากรณ์สุขภาพบีเอ็มไอ3039.9

คุณหมอสุมาภาชี้ว่า คนที่มีบีเอ็มไออยู่ระหว่าง 30 – 39.9 ถือว่าป่วยเป็นโรคอ้วนระดับ 2 โรคที่เกิดจากความอ้วนก่อนหน้านี้จะมีอาการรุนแรงขึ้นตามน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น โดยโรคสำคัญที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพคือ ภาวะการนอนหลับผิดปกติ อาการหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งหากเป็นบ่อยอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

และเนื่องจากมีไขมันสะสมในอวัยวะส่วนบนของร่างกาย ทำให้ ระบบทางเดินหายใจทำงานไม่ปกติ กล้ามเนื้อทรวงอกและปอดขยายได้ไม่เต็มที่ ร่างกายจึงได้รับออกซิเจนน้อยและขับคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาได้ไม่หมด เราจึงเห็นคนอ้วนเหนื่อย เพลีย และง่วงนอนแทบตลอดเวลา

นอกจากนี้ยังทำให้เกิดภาวะข้อเสื่อม เนื่องจากข้อต้องแบกรับน้ำหนักตัวที่มาก หากเป็นโรคเกาต์ร่วมด้วยจะยิ่งทำให้ปัญหาข้อเสื่อมทวีความรุนแรงขึ้นและปวดข้อมากเมื่อขยับตัว

 

เทคนิคหลีกเลี่ยงแคลอรี อ่านต่อหน้าที่ 2

 

HowtoFit 3เทคนิคหลีกเลี่ยงแคลอรีเกิน

คุณหมอสุมาภาแนะนำเทคนิคสำคัญๆ สำหรับการหลีกเลี่ยงแคลอรีที่ไม่จำเป็น 3 ประการดังนี้ค่ะ

  1. เลือกวิธีปรุงให้เหมาะสม

“วิธีการปรุงอาหารก็สำคัญมากสำหรับการควบคุมน้ำหนักค่ะควรใช้วิธีการต้มหรือนึ่งแทนการทอด การกินผักควรกินสดเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารสูงสุด ยกเว้นผักบางชนิดกินสดไม่ได้ต้องเลือกวิธีปรุงด้วยการอบหรือนึ่งแทนการทอดค่ะ”

ปรุงอาหาร, อ้วน2. ลดแคลอรีแฝง

“โปรตีนแต่ละชนิดให้พลังงานต่างกันตามปริมาณไขมันที่แทรกอยู่ โดยเนื้อสัตว์สีแดงทุกชนิดมีไขมันแทรกเยอะกว่าเนื้อสัตว์สีขาวอย่างเนื้อปลา การเลือกกินเนื้อสัตว์ขาวจึงให้แคลอรีต่ำกว่า

“หรือการดื่มน้ำหวาน น้ำอัดลม แม้แต่น้ำเต้าหู้หรือน้ำผลไม้คั้นที่ขายตามท้องตลาดก็มีน้ำตาลสูงเช่นกัน จึงควรเลือกเครื่องดื่มที่ไม่มีแคลอรี เช่น น้ำเปล่า หรือชาสมุนไพรไม่ใส่น้ำตาลแทนค่ะ”

  1. เปลี่ยนความเข้าใจเรื่องอาหารบางชนิด

“บางคนคิดว่ากินผลไม้เท่าไรก็ไม่อ้วน นี่คือความเข้าใจผิดเพราะผลไม้หวานก็ทำให้อ้วนได้ จึงควรเปลี่ยนเป็นผลไม้ไม่หวาน เช่น ฝรั่ง หรือจำกัดจำนวน เช่น สับปะรดหวาน 4 – 5 ชิ้น ส้มโอหวาน 2 – 3 กลีบ หรือลำไย 5 – 6 เม็ด เป็นต้นค่ะ”

ดูแลตัวเองอย่างไรหยุดความอ้วนระดับ2

สำหรับการดูแลตัวเองเบื้องต้นของคนที่มีภาวะอ้วนระดับ 2 ทำได้ดังนี้

  • การดูแลอาหาร คุณธิษณาแนะนำว่า จำเป็นต้อง “ลดแคลอรีอย่างปลอดภัย” คือควรลดปริมาณอาหารลงวันละ 500 – 1,000 กิโลแคลอรีแต่ต้องคงปริมาณพลังงานที่กินไว้ไม่ให้ต่ำกว่าวันละ 800 กิโลแคลอรี เพื่อป้องกันผลข้างเคียง เช่น อาการปวดหัว คลื่นไส้ หรือผลเสียอื่น ๆจากการรับสารอาหารไม่เพียงพอ ยกเว้นการลดน้ำหนักที่มีแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด
  • การออกกำลังกาย คุณหมอกรกฎแนะนำเช่นเดิมว่า ควรเริ่มจากการออกกำลังกายเบาๆ โดยเลือกกิจกรรมที่ไม่มีแรงกระแทก เช่น การว่ายน้ำ ขี่จักรยาน หรือการใช้ยางยืดออกกำลังกายเพื่อเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและเลี่ยงการบาดเจ็บที่ข้อ
  • สร้างกำลังใจให้ตัวเอง คุณหมอวีรพันธุ์แนะนำว่า เราควรดีใจกับน้ำหนักที่ลดลง แม้ว่าจะยังไม่ได้ตามเป้าที่วางไว้

“บางคนหนัก 100 กิโลกรัม ลงมาเหลือ 90 กิโลกรัม อาจมองว่าน้อยเมื่อเทียบกับน้ำหนักที่คงเหลือ แต่อยากให้มองในแง่ดีว่า 10 กิโลกรัมที่ลดไปช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานดีขึ้น คุมน้ำตาลได้ อาการของโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงก็ลดลง เป็นวิธีสร้างกำลังใจที่ดีครับ”

 

อ้วนมากไม่ดีอย่างไร อ่านต่อหน้าที่ 3

 

อ้วน

BMI ≥40 อ้วนมาก

ออกกำลังกายปลอดภัย ช่วยชีวิตคน “อ้วนมาก” 

แน่นอนว่าหากปล่อยให้ค่าบีเอ็มไอทะลุเพดานเช่นนี้ โรคภัยต่าง ๆ ต้องรุมเร้าจนถึงขีดสุด จะหนักหนาสาหัสแค่ไหน ลองมาดูคำพยากรณ์ค่ะ

พยากรณ์สุขภาพบีเอ็มไอ40

คนที่มีค่าบีเอ็มไอสูงขนาดนี้ ร่างกายย่อมมีโรคแทรกซ้อนจากความอ้วนรุมเร้ามหาศาล ยิ่งไปกว่านั้น คุณหมอสุมาภายืนยันว่ามีงานวิจัยไม่น้อยที่ชี้ว่า น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นทำให้มีความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งหลายชนิดเพิ่มขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งเต้านม มะเร็ง หลอดอาหาร มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งตับ มะเร็งตับอ่อน มะเร็งไต มะเร็งเม็ดเลือด เป็นต้น โอกาสสุดท้ายต้องรีบดูแลตัวเอง

สำหรับการดูแลตัวเองเบื้องต้นของผู้ที่มีค่าบีเอ็มไอสูงกว่า 40 สามารถทำได้ดังนี้

  •  การดูแลอาหาร คุณธิษณาอธิบายว่า คนกลุ่มนี้ลดความอ้วนด้วยการควบคุมอาหารได้ยาก เพราะไม่สามารถควบคุมสมดุลระหว่างการรับพลังงานกับการเผาผลาญในร่างกายได้ แต่อย่างไรก็ควรเลี่ยงอาหารพลังงานสูงและลดปริมาณการกินด้วยหลักการเดียวกับกลุ่มอื่นๆ คือ ควรลดอาหารวันละ 500 - 1,000 กิโลแคลอรีแต่รับเข้าไม่ต่ำกว่าวันละ 800 กิโลแคลอรี และควรลดน้ำหนักให้ได้ร้อยละ 10 ของน้ำหนักตัวรวมในเวลา 6 เดือน

“แต่ค่าบีเอ็มไอที่สูงขนาดนี้มักต้องปรึกษาแพทย์เรื่องการใช้ยาควบคุมน้ำหนัก หรือการผ่าตัดลดอ้วนร่วมด้วยค่ะ เพราะการควบคุมอาหารเพียงอย่างเดียวอาจไม่สำเร็จ และอัตราเสี่ยงการเสียชีวิตยังมีสูง”

  •  การออกกำลังกาย คุณหมอวีรพันธุ์ชี้ว่า การลดน้ำหนักของคนกลุ่มนี้เป็นไปได้ช้ากว่ากลุ่มอื่น เนื่องจากน้ำหนักตัวที่มากทำให้เคลื่อนไหวได้ไม่สะดวก อีกทั้งมีข้อจำกัดจากสารพัดโรค ก่อนเริ่มออกกำลังกายจึงควรตรวจร่างกายโดยละเอียดก่อน โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ควรออกกำลังกายเพื่อเสริมความแข็งแรงของร่างกาย โดยไม่เน้นที่การลดน้ำหนัก เพราะยิ่งทำจะยิ่งท้อเมื่อมองเห็นผลไม่ชัดเจน
  •  การบริหารความเครียด คุณหมอสันต์แนะนำให้ผู้ป่วยโรคอ้วนรวมตัวกันเป็นกลุ่มเพื่อนเกื้อกูล

“เพื่อนที่ดีหรือกัลยาณมิตร มีทั้งที่เป็นคู่หรือบัดดี้ (buddy)และแบบกลุ่มหรือซัพพอร์ตกรุ๊ป (support group) หรือที่ผมเรียกว่ากลุ่มเพื่อนเกื้อกูล ซึ่งในทางการแพทย์ถือเป็นรูปแบบที่มีพลังมาก และสามารถทำให้ผู้ป่วยผ่านสถานการณ์ร้าย ๆ ไปได้ด้วย 4 เหตุผล

“หนึ่ง คือ เขารู้สึกได้รับความเข้าใจจากคนที่เผชิญสถานการณ์เดียวกัน ชนิดที่คนรักหรือครอบครัวที่ไม่ได้ประสบปัญหาเดียวกันไม่เข้าใจ

“สอง คือ กลุ่มทำให้เขารู้สึกว่ามีสังกัด มีกลุ่มที่เข้ากับเขาได้หรือเป็นสถาบันทางใจนั่นเอง

“สาม คือ เป็นแหล่งสร้างแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนแปลงตัวเองมีบางคนที่เรามองเป็นแม่แบบ เขาก็ป่วยเหมือนเราแต่เขายังทำได้ เราก็ต้องทำได้เช่นกัน อีกทั้งผู้คนภายในกลุ่มยังเมตตาต่อกัน สอนและ

ตักเตือนกันด้วยความเมตตา ผู้ทำตามก็ทำด้วยความเมตตา คือเกรงใจต่อผู้สอน จึงมีความมุ่งมั่น

“และประการที่ สี่ คือ เป็นแหล่งฝึกทักษะและความรู้ใหม่ โดยแบ่งปันกันเองจากคนในกลุ่ม ทักษะใหม่ที่เรียนรู้ร่วมกันนี้เองจะทำให้เกิดพลวัตกลุ่มได้ กลุ่มผู้ป่วยด้วยโรคอ้วนก็เช่นกันครับ”

 

เทคนิคออกกำลังให้ปลอดภัย สำหรับคนอ้วนมาก อ่านต่อหน้าที่ 4

 

เดิน, ออกกำลังกาย, อ้วน

HowtoFit เทคนิคออกกำลังให้ปลอดภัยแม้อ้วนระยะอันตราย

คุณหมอกรกฎมีคำแนะนำสำหรับผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก เพื่อให้ปฏิบัติตามได้อย่างปลอดภัยและได้ผลค่ะ

“คนที่มีค่าบีเอ็มไอสูงมากๆ ต้องเริ่มจากการออกกำลังกายเบาๆ และไม่มีแรงกระแทกครับ แต่ด้วยน้ำหนักตัวที่มาก ปัญหาเจ็บเข่าย่อมตามมาแน่นอน ‘การออกกำลังกายในน้ำ’ จึงเป็นทางเลือกที่ดี เพราะน้ำจะพยุงน้ำหนักตัวของผู้ป่วยไว้ ทำให้ข้อต่อต่างๆ เคลื่อนไหวได้โดยไม่เจ็บ เช่น การเกาะโฟมตีขา เป็นต้น

“จากนั้นเมื่อกล้ามเนื้อและข้อต่อแข็งแรงขึ้นจึงค่อยออกกำลังกายด้วยวิธีอื่น เช่น การเดิน โดยพิจารณาความช้า – เร็วจากความเหนื่อยที่เกิดขึ้นหากเดินแล้วเรายังสามารถพูดคุยเป็นคำๆ ได้ก็ให้เร่งความเร็วมากขึ้น เมื่อเริ่มพูดคุยไม่ไหวจึงค่อยๆ ลดความเร็วลง

“จากนั้นเมื่อร่างกายเริ่มแข็งแรงขึ้นก็สามารถออกกำลังกายอื่น ๆ เช่นการปั่นจักรยาน ส่วนการเข้าฟิตเนสต้องเลือกอุปกรณ์ที่ไม่มีแรงกระแทกและให้ความสำคัญกับรองเท้าออกกำลังกาย ตัวอย่างเช่น การเดินบนลู่มีความต่างจากการเดินบนพื้นมาก รองเท้าที่ดีจะช่วยลดอาการเจ็บส้นเท้าเมื่อเดินบนลู่ได้ครับ”

ไม่ว่าจะป่วยด้วยโรคอ้วนระดับไหน คุณก็ควรมีกำลังใจและลุกขึ้นมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อวันพรุ่งนี้จะได้มีสุขภาพแข็งแรงและมีความสุขในการใช้ชีวิตมากขึ้นนะคะ

จาก คอลัมน์เรื่องพิเศษ นิตยสารชีวจิต ฉบับ 419 (16 มีนาคม 2559)


บทความน่าสนใจอื่นๆ

ทำนายสุขภาพ ตาม ไซส์ ตอน 1 ผอมเกินมาตราฐาน+น้ำหนักปกติ

ทำนายสุขภาพ ตาม ไซส์ ตอน 2 หุ่นเริ่มท้วม – อ้วนระดับ 1

ทำนายสุขภาพ ตามไซส์ ตอน 3 อ้วน ระดับ 2 – อ้วนมาก

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up