น้ำมันพืช, น้ำมันหมู, น้ำมัน, ชนิดของน้ำมัน, น้ำมันปรุงอาหาร

ต้องรู้ น้ำมันหมู VS น้ำมันพืช ปรุงแบบไหน กินยังไงประโยชน์สูงสุด

น้ำมันพืช, น้ำมันหมู, น้ำมัน, ชนิดของน้ำมัน, น้ำมันปรุงอาหาร
น้ำมันพืช, น้ำมันหมู, น้ำมัน, ชนิดของน้ำมัน, น้ำมันปรุงอาหาร

น้ำมันหมู VS น้ำมันพืช ปรุง กิน แบบไหนได้ประโยชน์สูงสุด

เชื่อว่าหลายคนคงเคยอ่านบทความที่เชียร์ให้หันมากิน น้ำมันหมู แทน น้ำมันพืช โดยพูดถึงข้อดีของน้ำมันหมูทั้งโจมตีน้ำมันพืชอย่างหนัก ถึงขนาดว่ากินมากทำให้เป็นมะเร็งได้ ต้องยอมรับว่าหลายประเด็นเป็นเรื่องจริง แต่อยากบอกสักนิดว่า น้ำมันทุกชนิดทำร้ายสุขภาพได้ทั้งนั้น หากกินมากเกินไปหรือใช้ปรุงอาหารไม่เป็น

ฉะนั้นเมื่อมีโอกาสจึงอยากแจกแจงทั้ง ข้อดีข้อเสียของน้ำมันหมูและน้ำมันพืช ให้รอบด้าน รวมถึงวิธีใช้ที่ไม่ก่อผลร้ายต่อสุขภาพ

 

เตือนความจำสักนิดกินน้ำมันจำเป็นแค่ไหน

ธงโภชนาการซึ่งเผยแพร่โดยสำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ระบุไว้ชัดเจนว่า หากอยากมีสุขภาพแข็งแรงทุกเพศทุกวัย ควรกินไขมันแต่น้อยเท่าที่จำเป็น

หมายความว่า ใน 1 วันไม่ใช้น้ำมันปรุงอาหารก็ย่อมได้โดยสามารถปรุงสุกด้วยวิธีต้ม อบ ตุ๋น นึ่ง ยำ แทนเพราะแม้ไม่ได้กินน้ำมันจากขวด ร่างกายก็ได้รับไขมันจากอาหารเพียงพออยู่แล้ว

ยกตัวอย่างง่ายๆ เนื้อสัตว์ไขมันต่ำ เช่น เนื้อปลาสุกเนื้อกุ้งสุก 2 ช้อนโต๊ะ ให้ไขมันประมาณ 1 กรัม เนื้อสัตว์ไขมันสูง เช่น หมูบดสุก 2 ช้อนโต๊ะ ให้ไขมันถึง 8 กรัมเต้าหู้แข็ง ½ แผ่น (60 กรัม) ให้ไขมัน 5 กรัม เต้าหู้ขาวอ่อน 1 หลอด ให้ไขมัน 7 กรัม ถั่วลิสง 10 เม็ด เนยถั่ว 1 ช้อนชา และกะทิ 1 ช้อนโต๊ะ ให้ไขมันเท่ากันคือ 5 กรัม (กินไขมัน 5 กรัม เท่ากับซดน้ำมัน 1 ช้อนชา)

น้ำมัน, น้ำมันพืช, น้ำมันหมู, เลือกน้ำมัน, น้ำมันปรุงอาหาร, กิน
ปรุงอาหารโดยใช้น้ำมันแต่น้อย เพื่อสุขภาพดีที่

ข้อเท็จจริงของน้ำมันหมู อ่านที่หน้า 2

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up